ตอนที่ 1 บทนำ

1655 Words
คฤหาสน์ไชยเดชาสกุล "ฮ่า ๆ วันนี้ปู่มีความสุขที่สุด แต่จะมีความสุขกว่านี้ถ้าพวกหลานพาแฟนมาด้วย และจะมีความสุขมากที่สุดถ้าหลาน ๆ รีบแต่งงานและมีเหลนให้ปู่" พูดจบสิบทิศก็หัวเราะลั่นอย่างมีความสุขในวันเกิดของตัวเอง ที่วันนี้มีทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายทั้งสี่คนมาร่วมงาน "ต้องถามไอ้ดินก่อนครับปู่ มันเป็นพี่ใหญ่สุด ก็ควรจะแต่งงานก่อน" ธาราพูดขึ้นมาอย่างหยอกล้อ "ใช่ ๆ เห็นด้วย" วายุและอัคคีก็รีบพยักหน้ารัว ๆ อย่างเห็นด้วยกับธาราทันที "ไอ้พวกเวร มึงสามคนพูดซะกูแก่มากเลยนะ กูก็แค่เกิดก่อนพวกมึง แค่คนละเดือนสองเดือนเท่านั้น แต่อายุเท่ากันโว้ย ชอบรวมหัวกันให้กูเป็นพี่มากเลยนะเวลาอย่างนี้ แต่เวลาอื่นไม่เคยเห็นกูเป็นพี่ของพวกมึงเลย ความเคารพจะมีให้กูกี่โมง... ตอบ!!!" ปฐพีรีบโต้กลับเพื่อนทั้งสามคนทันทีอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาเกิดปีเดียวกัน แค่ห่างเดือนกันเท่านั้น "ฮ่า ๆ บ่นเป็นตาแก่เลย" อัคคีหัวเราะลั่น พร้อมกับพูดออกมา "ใช่ ๆ เพราะมึงขี้บ่นและชอบทำตัวเป็นพี่ใหญ่แบบนี้ไง เหมาะสมแล้วที่จะต้องแต่งงานก่อนเพื่อน" วายุรีบพูดสนับสนุนทันที "อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้ลมและไอ้ไฟ มึงก็แต่ง ๆ ไปเถอะ แล้วมีเหลนให้ปู่เยอะ ๆ ดีมั้ยครับปู่" ธาราพูดขึ้นมาอีกคน และหันไปถามชายชราอย่างประจบเอาใจ "ดี ๆ ดินเป็นหลานชายคนโต ก็ควรจะแต่งงานก่อนพี่น้อง แล้วมีลูกเยอะ ๆ จะได้ไปช่วยกันดูแลไร่ผลไม้ด้วย ดินดูแลคนเดียวไม่ไหวหรอก ตั้งหลายร้อยไร่" เจ้าสัวสิบทิศพูดขึ้นมาอีกคน เพราะเขาก็ถือว่าปฐพีเป็นหลานชายคนโตจริง ๆ สมควรที่จะแต่งงานก่อนหลานคนอื่น "แต่ผมว่าคนที่ควรจะมีแฟนเป็นคนแรกน่าจะเป็นไอ้ไฟนะครับปู่ เพราะมันใจร้อน เอะอะอะไรก็หัวร้อน ผมว่าหาคนมาปราบมันก็น่าจะดี" ปฐพีพูดโต้แย้งขึ้นมาทันที "ผมยังไม่อยากมีแฟนครับคุณปู่ ผมจะโสดเป็นเพื่อนอาเล็ก อีกอย่าง... ไม่มีใครปราบผมได้หรอกครับ ฮ่า ๆ" อัคคีพูดขึ้นมาอย่างทะเล้น ๆ และมองไปทางอาสาวอย่างล้อเลียน "ฮ่า ๆ ปู่จะคอยดูว่าจะอยู่เป็นโสดไปถึงเมื่อไร เพราะตระกูลเราเป็นตระกูลที่แต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว ปู่ว่าพวกแกก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ให้ทายนะว่าไม่เกินอายุยี่สิบห้าปี พวกแกจะต้องได้แต่งงาน" สิบทิศพูดขึ้นอย่างผู้หยั่งรู้ "คงต้องรออีกนานนะครับปู่ ผมเห็นคนแถวนี้กลัวเมียกันหมด ผมไม่อยากเข้าชมรมคนกลัวเมีย เพราะงั้นผมขอเลือกดี ๆ หน่อยก็แล้วกัน" อัคคีพูดขึ้นมาพร้อมกับเหลือบตาไปที่พ่อ ลุง และอาของตัวเองอย่างเจ้าเล่ห์ "ไอ้นี่ ลามปาม เขาไม่เรียกกลัวโว้ย เขาเรียกเกรงใจ และประนีประนอมเพื่อให้บ้านสงบสุขน่ะ เข้าใจมั้ย" ปิยะ พ่อของปฐพีพูดขึ้นมา "นั่นสิ พวกเราแค่ไม่อยากให้เกิดปัญหาภายในบ้านก็เท่านั้น" วิทย์ พ่อของวายุพูดขึ้นบ้าง "แกพูดแบบนี้มันลามปามไปถึงปู่ของแกด้วยนะไอ้ไฟ เพราะเราเรียนรู้มาจากปู่ของแก" ธนา พ่อของธาราพูดขึ้นโดยโยนระเบิดใส่หลานชาย "อุ๊ยยยย ไฟไม่ได้หมายถึงถึงปู่เลยนะครับ ปู่ไม่ได้กลัวย่าเลยใช่มั้ยครับ" อัคคีหันไปหาปู่สิบทิศแล้วถามขึ้นมาเบา ๆ "แล้วแกคิดว่ายังไงล่ะ" สิบทิศถามหลานชายตัวดี "แหะ ๆ ไม่ได้กลัวครับ ปู่ไม่กลัวย่าเลย แค่เกรงใจเท่านั้นเองครับ ไม่ได้กลัวเล้ยยยย" อัคคีตอบเสียงสูงทันทีที่หันไปสบสายตากับแม่ ป้า น้า และย่าของตัวเอง "แล้วที่แกบอกว่าจะเลือกดี ๆ นี่เลือกยังไง ไหนลองบอกมาซิ ว่าแฟนแกต้องเป็นคนแบบไหน" อัคนีที่เป็นพ่อของอัคคีฟังอยู่นาน ก็ถามลูกชายขึ้นอย่างหมั่นไส้ "นั่นสิ แบบไหน เล่ามาซิ" เสียงของทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน "ก็... แบบตัวเล็กสเปกไฟ สวย เรียบร้อย อ่อนหวาน ผมบอกยังไงก็ต้องเชื่อฟังโดยไม่มีข้อแม้ ไม่งอแง ไม่งี่เง่า ไม่ตามหึงแบบไร้เหตุผล และที่สำคัญ... ต้องอยู่ในโอวาทของผม เพราะผมเป็นผู้นำ อืมมมม เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน" อัคคีเชิดหน้าพูด พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมานับคุณสมบัติที่เขาต้องการ "เหรอออออ" ทุกคนพูดออกมาพร้อมกันอีกครั้ง "ฮ่า ๆ ทำไมปู่สังหรณ์ใจ ว่าแกจะมีเมียที่ตรงกันข้ามกับที่แกพูดมาทุกอย่างนะตาไฟ เมียแกน่าจะสวย มั่นใจในตัวเอง เป็นผู้นำ และคนที่หึงเป็นบ้าเป็นบอน่าจะเป็นแกเองซะมากกว่า" ปู่สิบทิศหัวเราะลั่นและพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี "ไม่มีทางครับคุณปู่ นี่ใคร... นี่เสือไฟนะครับ ไม่มีทางให้เมียมาข่มแน่" อัคคีเถียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ทันที "ฮ่า ๆ แล้วปู่จะคอยดู" ปู่สิบทิศพูดอย่างอารมณ์ดีอีกครั้ง จากนั้นงานเลี้ยงก็ดำเนินไปอย่างอบอุ่น และเป็นงานเลี้ยงที่ปลอดแอลกอฮอล์ เพราะถึงแม้พ่อแม่จะมีบ้านที่อยู่ในรั้วของคฤหาสน์ไชยเดชาสกุล แต่หลานชายทั้งสี่คนของปู่สิบทิศอย่าง ปฐพี ธารา วายุ และอัคคี ได้ออกไปพักอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของใครของมัน จึงไม่มีการดื่ม "เอาล่ะ นี่ก็ดึกแล้ว กลับเพนต์เฮาส์ไปพักกันเถอะ แล้วอย่าลืมล่ะ ถ้ามีแฟนก็พามาหาปู่กับย่าบ้าง ไม่ต้องกลัวว่าปู่จะไม่เอ็นดู เพราะหลานรักใครปู่กับย่าก็รักด้วย" สิบทิศบอกกับหลานชายทั้งสี่คน เมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็ดึกแล้ว "ครับปู่" ทั้งสี่คนขานรับพร้อมกัน "แล้วก็ขับรถกันดี ๆ ล่ะ โดยเฉพาะตาไฟ อย่าอารมณ์ร้อนแล้วไปแข่งรถกับใครอีกล่ะ ไม่ใช่ใครขับรถแซงเราไป เราก็ต้องแซงเขากลับ มันอันตรายมากนะลูก" ย่ามาลัยบอกกับหลานชาย โดยเฉพาะอัคคีที่อารมณ์ร้อนกว่าใครเพื่อน "ครับย่า" อัคคีตอบรับ แล้วเข้าไปกอดย่าอย่างออดอ้อน จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง แล้วขับไล่กันมาเพื่อกลับเพนต์เฮาส์ที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่ทั้งสี่เรียนอยู่ "รถใครวะ แม่ง!!! ขับกวนตีนฉิบหาย" อัคคีที่ขับรถรั้งท้ายมาก็สบถอย่างไม่พอใจ เพราะมีรถสปอร์ตคันหรูขับปาดหน้ารถของเขาไป "แม่ง!!! คิดว่าเจ๋งนักหรือไง กะอีแค่รถรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีไม่กี่คันในประเทศไทย แต่ขับแบบนี้มันท้าทายกันเกินไปหน่อยแล้ว" อัคคีพูดอย่างไม่พอใจ เพราะรถคันนี้เหมือนจะขับมาหาเรื่องเขา ให้แซงก็ไม่ไป แต่กลับขับมากวนเขาอย่างชัดเจน แถมยังกะพริบไฟใส่รถเขาอีก "แบบนี้มันท้าทายกันเกินไปแล้ว" อัคคีสบถออกมาอีกครั้ง ก่อนจะขับตามรถคันนั้นไป เขาไม่กลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพ เพราะรถคันนั้นก็ราคาหลายสิบล้าน ไม่นานเขาก็ขับเข้ามาในสนามแข่งรถแห่งหนึ่ง ที่ตอนนี้ไม่มีใครเพราะดึกมากแล้ว แต่เหมือนรถคันนั้นคงจะคุ้นเคยกับสนามเป็นอย่างดี เพราะพนักงานเปิดไฟในสนามแข่งให้อย่างรู้งาน "อยากแข่งเหรอ... ได้!!!" อัคคีรู้ได้ทันทีว่าคนขับรถคันนั้นต้องการอะไร เขาจึงเหยียบคันเร่งใส่เต็มที่ทันที รถทั้งสองแข่งกันอยู่หลายรอบ จนรอบที่สาม อัคคีก็แซงขึ้นมาได้และวิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมกัน ก่อนที่รถทั้งสองคันจะจอดสนิท โดยไม่มีใครลงจากรถ อัคคีลดกระจกรถลง และบีบแตรให้อีกฝ่ายทำตาม ซึ่งรถคันนั้นกลับลดกระจกลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วขับออกไปทันที "ผู้หญิงเหรอวะ ทำไมคุ้น ๆ" อัคคีพูดกับตัวเองอย่างงง ๆ จากนั้นก็ขับรถไปหาพนักงานที่ดูแลสนามแข่ง และถามออกไปทันทีว่า... "น้อง... คนนั้นใครน่ะ แล้วที่นี่สนามของใคร" "อ๋อ... ที่นี่สนามแข่งรถของบริษัทศิริบุญญาครับ ส่วนคนที่ขับรถออกไปก็คือคุณหนูรองครับ" พนักงานที่ดูแลสนามตอบกลับมาทันที เพราะรถคันที่ชายหนุ่มคนนี้ขับก็ราคาหลายสิบล้าน เขาจึงคิดว่าเป็นลูกค้าของบริษัท "บริษัทศิริบุญญา ที่นำเข้ารถหรู และจัดแข่งรถบ่อย ๆ น่ะเหรอ" อัคคีถามออกไปเพื่อความแน่ใจ "ครับ" พนักงานก็ตอบอย่างหนักแน่น "ขอบใจนะ เอานี่ไว้ซื้อขนมกิน" อัคคีส่งเงินแบงก์สีเทาให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะขับรถออกมา และขับกลับเพนต์เฮาส์ ในสมองก็พยายามคิดว่าใครคือคนที่ขับรถคันนั้น แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ในขณะที่หญิงสาวที่ขับรถคันนั้น กลับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ที่วันนี้เธอได้ประลองฝีมือกับคนที่ดูถูกเธอ "หึ... คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้พี่รู้ว่า ฉันทำอะไรได้มากกว่าที่พี่คิด พี่ไฟ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD