ผู้กองปานตะวันลูกหนึ่ง

1503 Words
เป็นเช้ามืดที่หยาดเหงื่อไคลผุดพรายขึ้นมาตามกรอบใบหน้าและแผ่นหลังกว้างของชายที่ชื่อปราบ ชวิศ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนภรรยาคนสวยซึ่งนอนอยู่ข้างกายนั้นต้องสะดุ้งงัวเงียตื่นขึ้นมาตามกัน เหตุเพราะอีกฝ่ายมักจะนอนกอดร่างของลี่หมวยเอาไว้แนบอกเสมอ หากขยับกายอย่างไรผู้เป็นภรรยาก็ต้องรู้สึกตัวอยู่แล้ว ทว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเฮีย จู่ ๆ ดีดตัวขึ้นมาหอบหายใจแรงคล้ายคนไปวิ่งระยะไกลขนาดนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกไป “เฮีย เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” “ฝันบ่ดีเลยว่ะหมวย” (ฝันไม่ดีเลยว่ะหมวย) ทั้งที่เพิ่งผ่านวันมงคลของสองฝาแฝดมา เช้าวันใหม่เวียนมาถึง ไยเขาต้องฝันเห็นผู้เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ยิ่งภรรยามองกันด้วยความสงสัยใคร่รู้ ปราบก็จำต้องเลี่ยงสบตาแล้วหันมองออกไปทางหน้าต่างของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ “ฝันอะไร ระ...หรือว่า เฮียมีคนอื่นเหรอ หน็อยแน่!” “โว้ย กูสิมีไผ เมื่อคืนยังนอนสี้มึงอยู่แมะหมวย” (โว้ย กูจะมีใคร เมื่อคืนยังนอนเอามึงอยู่นะหมวย) “ใครจะไปรู้ ก็เฮียเลี่ยงสบตาหมวยทำไมล่ะจ๊ะ” “กอดแน” (กอดหน่อย) แม้จะไม่เข้าใจผู้เป็นสามี เพียงแต่ซ้อเล็กของบ้านพรรณรายณ์ก็ขยับเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นนั้นด้วยความเต็มใจ แต่อย่าให้จับได้ก็แล้วกันว่าเมื่อคืนที่เมาแอ๋ได้เอาเงินไปเปย์สาว ๆ ที่ไหนหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นเธอจะหนีไปอยู่กับลูกชายที่ชายแดนจริง ๆ ด้วย! ทว่าหัวใจอีกฝ่ายยังเต้นเร็วอยู่เลย คงจะเป็นฝันไม่ดีตามที่บอกมา แล้วมันเรื่องอะไรที่ทำให้เฮียปราบซึ่งเป็นบ้าเป็นบออยู่ตลอดนั้นแสดงความกังวลออกมาถึงเพียงนี้ ต่อมาช่วงสายยังสั่งลี่หมวยกับพวกแม่บ้านให้เตรียมพวกผลไม้กับน้ำเปล่าเอาไว้ให้จำนวนไม่ใช่น้อย ๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเฮียคงจะไม่นั่งทานคนเดียวจนหมดนี่ “ทำอะไรของพวกเอ็ง” เป็นเสี่ยสิบเพชรพรรณรายณ์ที่เดินลงมาจากบ้านแล้วเห็นของที่ลี่หมวยตระเตรียมเอาไว้ให้สามีกล่าวทักด้วยความใคร่รู้ไม่ได้ต่างกัน “เอ่อ... เฮียปราบบอกให้เตรียมพวกผลไม้กับน้ำเปล่าลงมาให้จ้ะ” “มันจะไหว้ขออะไร” จากที่ตาเห็น เป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่เจ้าทางทั้งนั้น น้ำดื่มจำนวนหลายแพ็กพวกนี้เองก็ด้วย แล้วปราบมันก็เป็นวิศวกรที่ตีกันกับพวกซินแสมาตลอด ไม่ยักรู้ว่ามันจะเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย “ไม่รู้เลยจ้ะ เฮียหลุดปากมาแค่ว่าเมื่อคืนฝันไม่ค่อยดี” “มันเล่นเมาจนขึ้นไปร้องแทนนักร้องเขา ยังจะฝันได้อีกหรือ” สิบเพชรพรรณรายณ์ได้แต่ส่ายหัวกับวีรกรรมหลานชายตัวดี ไม่รู้ว่ามันตั้งใจจ้างหมอลำมาเล่นให้งานแต่งพวกลูกสาวทั้งสองคนของเขาหรือตั้งใจจ้างมาสนองความต้องการตัวเองกันแน่ เมื่อคืนถึงได้สนุกกว่าใครเพื่อน อายุก็ใช่ว่าจะน้อย ๆ แล้ว ทุกอย่างคงจะเป็นกมลสันดานตามที่พูดมาจริง ๆ จึงทำเพียงมองหลานชายที่สั่งให้คนงานในบ้านยกทุกสรรพสิ่งไปตั้งวางเรียงรายตรงศาลพระภูมิด้วยสายตาเรียบเฉย หรือมันยังเมาค้างอยู่ก็ไม่รู้ บัวหอมที่ตื่นขึ้นมารดน้ำต้นไม้ดอกไม้แทนลูกสาวตัวเองก็จดจ้องบุคคลที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนอีกหนึ่งตำแหน่งไม่ได้ต่างกัน ปราบเป็นคนแปลก ๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทุกคนในบ้านย่อมทราบดี เลยไม่คิดจะถามให้มากความ ส่วนคนที่เชื่อเรื่องนอกเหนือจากวิทยาศาสตร์บ้างไม่เชื่อบ้างแบบปราบก็ได้แต่เม้มริมฝีปากอยู่ตรงหน้าศาลพระภูมิของบ้านอย่างชั่งใจ เอาว่ะ เรื่องตอนนั้นยังคิดว่าวิญญาณของคุณปู่คุณย่ามีจริงเลย ที่ผ่านมาปราบก็ไม่เคยขออะไร รวมไปถึงบนบานศาลกล่าวที่ไหนด้วย เด็กแฝดเองก็มีครอบครัวเป็นของตัวเองไปหมดแล้ว บักห่าขั่วโตดีกูมันสิกลับคืนมาบ้านจังโมง! (ไอ้ลูกชายตัวดีของเขามันจะกลับมาอยู่บ้านเกิดตอนไหน!) ยิ่งฝันไม่ดีอยู่ ทุกอย่างเลยจบลงที่ปราบอยากลองขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านดู “ขออภัยที่ลูกต้องมาบนบานศาลกล่าวแบบฉุกละหุกหลาย ๆ เด้อครับ แต่มื้อคืนเกือบน็อกยังฝันบ่ดีปานนั้น มื้อนี้กระผมปราบ ชวิศ เลยอยากมาขอกราบไหว้ให้ท่านดลบันดาลใจลูกชายผู้เดียวของผมให้มันคิดอยากกลับมาเฮ็ดงานอยู่บ้านแนครับ บ่แม่นหยัง ผมเป็นพ่อมันเนาะ ลูกชายไปเสี่ยงลูกปืนอยู่ตลอด ผมกะเป็นห่วงมัน บ่อยากเห็นมันกลับมาเทื่อเดียวแบบในฝันเลยครับ คั่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเฮ็ดให้มันยอมโยกย้ายกลับบ้านมาได้ ผมสิเฮ็ดบุญใหญ่ให้เลย ลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีทำเพื่อประชาชนให้พร้อม เอาใด๋ครับ หรือสิให้ผมจ้างเด็กน้อยมารำงาม ๆ ให้เบิ่งนำ” (ขออภัยที่ลูกต้องมาบนบานศาลกล่าวแบบฉุกละหุกครับ แต่เมื่อคืนเกือบน็อกขนาดนั้นยังฝันไม่ดีเลย วันนี้ผมปราบ ชวิศ เลยอยากมาขอกราบไหว้ให้ท่านดลบันดาลใจลูกชายคนเดียวของผมให้มันคิดอยากกลับมาทำงานที่บ้านเกิดหน่อยครับ ไม่ใช่อะไร ผมเป็นพ่อมัน ลูกชายไปเสี่ยงลูกปืนอยู่ตลอด ผมก็เป็นห่วง ไม่อยากเห็นมันกลับมาครั้งเดียวแบบในฝันเลยครับ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านทำให้มันยอมโยกย้ายกลับบ้านมาได้ ผมจะทำบุญใหญ่ให้เลย ลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีทำเพื่อประชาชนให้ด้วย เอายังไงครับ หรือจะให้ผมจ้างเด็กมารำสวย ๆ ให้ดูด้วย) ชายหนุ่มที่ยืนฟังบุคคลซึ่งกล่าวขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ได้แต่ขมวดคิ้วเป็นปม บนกับท่านพอเข้าใจได้ แต่นี่มันเข้าข่ายบังคับแล้วหรือเปล่า “กลัวผมตายขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณปราบ ชวิศ” แม่มึงเอ๊ย ของแท้อีหลีว่ะ มาเป็นเสียงลูกชายกูเลย (แม่งเอ๊ย ของจริงฉิบหาย มาเป็นเสียงลูกชายกูเลย) ปราบที่คุกเข่าไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้นแทบจะชะงักไป เนื่องจากคิดว่าเมื่อสักครู่เป็นเสียงที่มาจากในหัวของตนเองหรือเปล่า ทว่าไม่ใช่เลย เขารู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของคนจริง ๆ ด้านหลัง เลยต้องหันกลับไปมอง พบว่า... “ปะ...ปานตะวัน ลูกชายพ่อ!” ‘ปานตะวัน’ ที่อยู่ในชุดสบาย ๆ นั้นต้องรับเอาร่างของผู้เป็นบิดาเข้ามากอดเต็มรัก เพราะเห็นแบบนี้อีกฝ่ายก็คงจะเป็นห่วงลูกชายคนเดียวอย่างเขาเสียยิ่งกว่าใคร ประกอบกับใบหน้าเป็นกังวลตอนที่อีกฝ่ายหันมาหากันเมื่อสักครู่ ก็ทำเอาคำพูดของพี่สาวรันขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เพราะแบบนี้ ส่วนหนึ่งเขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับตำแหน่งใหม่ซึ่งได้รับไม่นานมานี้ รวมถึงต้องดูแลใครบางคนด้วย เลยค่อนข้างเป็นการตัดสินใจที่ปุบปั๊บไปเสียหน่อย แบบไม่ได้แจ้งแก่ใครเลยว่าตัวเองจะกลับมาทำงานที่บ้าน “ปะป๋า ทิไหนหยอ ทิไหน” ก่อนปราบซึ่งกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่และทุกคนภายในบ้านจะหันไปตามเสียงของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เปิดประตูรถยนต์ของปานตะวันลงมาเป็นตาเดียว ดูจากอาการแล้วก็คงจะเพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมา แล้วเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน... “ลูกไผ มึงพาลูกไผมานำนิปานตะวัน” (ลูกใคร มึงพาลูกใครมาด้วยเนี่ยปานตะวัน) ยิ่งเห็นใบหน้าลูกชายมันไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ หัวใจของคนเป็นพ่อแบบเขามันก็เต้นระทึกไปเสียหมด หันมองพวกเสี่ยก็มีความสงสัยไม่ได้ต่างกันเลย “คือ...” “มึงอย่าบอกกูนะว่า” “ครับ ลูกสาวผมเอง ขอโทษจริง ๆ ครับพ่อ” TBC. มาแล้ว ลูกชายบักปราบ ที่กลับบ้านมาอีกทีก็เซอร์ไพรส์ครับคุณพ่อ 555555 เรื่องนี้ไม่หนักค่ะ สามารถอ่านเอาม่วนจอยได้เลย แล้วพี่พระเอกเขาก็โบ้แบบมีสเต็ป ไม่ใช่ล้มทีเดียวแบบพ่อมัน สุดท้ายนี้ฝากเอ็นดูหลานด้วยนะคะ ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นด้วยน้า (อย่าลืมคอมเมนต์ให้ด้วยนะคะ)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD