บทที่ 9 โลกของมาเฟีย

1847 Words
ราฟาเอลยกโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออกทันที เมื่อเขาเอ่ยกับปลายสายเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ลงไปในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด “จะทำอะไร” เสียงหวานที่แข็งกระด้างของเอวาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับแววตาดุดันที่มองชายหนุ่มด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา “สภาพยับเยินขนาดนั้น ใครจะไปเอาลง” พูดจบ ราฟาเอลก็ถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วโยนใส่ร่างเล็กที่นั่งมองเขาด้วยสายตาดุดันอยู่ “คลุมเอาไว้” “ไม่แหกตาดูหรือไงว่าฉันถูกมัดอยู่” เอวาตอบกลับไปทันที ดวงตากลมโตเผลอตัวสำรวจร่างกำยำสมบูรณ์แบบเปลือยเปล่าท่อนบนอยู่ชั่วครู่ รอยสักลายงูตัวใหญ่ตรงอกข้างขวาดูดุดันและน่าเกรงขามเหมือนกับเขา “อย่ามาปากดีกับฉัน” ราฟาเอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก่อนที่เขาจะก้าวมาหยิบเสื้อเชิ้ตที่โยนให้เธอขึ้นมาแล้วห่มเอาไว้ที่ไหล่ของหญิงสาวเพื่อปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าของเธอ ชายหนุ่มเอาแขนเสื้อมัดเกี่ยวไว้ที่ลำคอระหง ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันมากทำให้เสื้อที่ชายหนุ่มใส่พอดีตัวกลับกลายเป็นเหมือนมินิเดรสสำหรับหญิงสาว “จำเอาไว้ให้ดีว่าถ้าเธอคิดจะเล่นตุกติกขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็…ฉันฆ่าผู้หญิงคนนั้นแน่” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหนักแน่นมั่นคง มือหนาเคลื่อนมาดึงรั้งผ้าห่มที่หญิงสาวนั่งทับอยู่เล็กน้อยขึ้นมาห่มให้เธออีกชั้นหนึ่ง “ไม่เชื่อก็ลองดู” “ฉันรับข้อเสนอของแกแล้ว…ปล่อยเธอไป” เอวาเอ่ย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากทำแบบนี้สักเท่าไหร่นัก แต่เธอก็ไม่ได้มีทางเลือกเลยจริงๆ เธอต้องให้น้องของตัวเองปลอดภัยก่อนแล้วเธอค่อยมาหาทางเอาทีหลัง “อาทิตย์หนึ่ง” ราฟาเอลพูดขึ้นมาพลางมองหน้าหญิงสาว “หมายความว่าไง” ใบหน้าสวยคมขมวดคิ้วถามกลับไป “ถ้าฉันมั่นใจแล้วว่าเธอจะไม่หนีหรือไล่ฆ่าฉันอีก ฉันจะปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป” สิ้นเสียงมาเฟียหนุ่ม ทั้งสองคนมองตากันเหมือนต้องการหาคำตอบจากสายตาของกันและกัน พวกเขาต่างคนต่างก็ไม่ไว้ใจกัน ซึ่งในขณะนั่นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดแง้มออกอย่างช้าๆ เอวาตวัดสายตาไปมองก็พบว่าเป็นชายแก่ใส่แว่นคนหนึ่งกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนที่เดินเข้ามา ในมือของชายแก่มีกระเป๋าสีดำสนิทใบหนึ่งถือติดเข้ามาในห้องด้วย ชายแก่ใส่แว่นตาหนาเดินมาวางกระเป๋าลงบนที่นอนตรงปลายเท้าของเอวา ก่อนที่เขาจะเปิดกระเป๋าออกและหยิบกล่องบางอย่างออกมา ชายแก่หยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุตัวยาไว้แล้วออกมาจากกล่องนั้น “อะไร” เอวาขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย บอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามาจับล็อกแขนหญิงสาวเอาไว้ ชายแก่ยกเข็มขึ้นมาแล้วแทงเข้าที่ต้นแขนของเอวาทันที “แกฉีดอะไรให้ฉัน” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างแข็งกระด้าง “ยาคุม” ราฟาเอลตอบกลับสั้นๆ เขาเล่นปล่อยใส่เธอเต็มที่ขนาดนั้น เขาก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่ามาตามแก้ปัญหาทีหลัง ชายแก่ใช้เวลาฉีดยาให้เอวาไม่นานสักเท่าไหร่ คุณหมอประจำคฤหาสน์ของราฟาเอลก็เก็บอุปกรณ์และปิดกล่องสีดำไว้เหมือนเดิม เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นบอดี้การ์ดทั้งสองคนก็ปล่อยมือออกจากหญิงสาวทันที “แก้มัดเธอ” ราฟาเอลออกคำสั่งกับลูกน้อง “ครับนาย” “อย่าคิดจะตุกติก ไม่งั้นฉันให้คนรุมโทรมผู้หญิงคนนั้นแน่” มาเฟียหนุ่มไม่ได้ขู่แต่เขาพูดจริง ถ้าเกิดแม่นักฆ่าสาวคิดจะหนีไปหรือฆ่าเขาอีก เขาจะให้ลูกน้องทุกคนไปรุมย่ำยีผู้หญิงคนนั้นอย่างแน่นอน บอดี้การ์ดตัวใหญ่ทั้งสองคนช่วยกันแก้มัดให้เอวาอย่างระวังตัว กลิ่นเลือดคละคลุ้งตีขึ้นมาแต่ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พวกเขารู้ดีว่าสิ่งสำคัญในการทำงานกับราฟาเอลคือต้องรู้ว่าอะไรควรพูดและอะไรที่ไม่ควรพูด พวกเขาต้องทำตัวเหมือนไม่รู้ไม่เห็นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “ลุกขึ้น” เสียงทุ้มของมาเฟียหนุ่มเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ลูกน้องของเขาปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระเรียบร้อยแล้ว บอดี้การ์ดทั้งสองยืนประกบเจ้านายด้วยความเป็นห่วง เอวาดึงรั้งผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายของตัวเองให้มิดชิดกว่าเดิม ก่อนที่มือบางจะเคลื่อนเข้าใต้ผ้าห่มและจับแขนเสื้อที่ราฟาเอลผูกไว้ที่คอของเธอออก จากนั้นเธอก็พลิกมันกลับมาสวมใส่ให้เรียบร้อยแบบที่คนปกติเขาใส่กัน ดวงตากลมโตจับจ้องมองไปที่ราฟาเอลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทว่ามาเฟียหน้าตาหล่อเหลากลับส่งยิ้มมุมปากกลับมาอย่างยียวนกวนประสาท ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าม้าพยศตัวนี้แล้ว สปายสาวค่อยๆ ก้าวขาลงมาจากเตียงอย่างช้าๆ เอวาพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้และไม่อยากแสดงออกให้ใครหน้าไหนได้รับรู้ทั้งนั้น จนกระทั่งเธอฝืนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาเล่นงานเธออีกครั้ง จนร่างเล็กเซและล้มลงไปนั่งบนที่นอนเหมือนเดิม คิ้วสวยขมวดพร้อมกับเรียวปากเล็กเม้มปากเอาไว้แน่น “หึ” ชายหนุ่มยืนมองสปายสาวพลางยิ้มอย่างสะใจ บอดี้การ์ดทั้งสองคนปรี่เข้ามาเพื่อจะจับหญิงสาวให้ลุกขึ้น ทว่าเสียงหวานก็ตะคอกใส่พวกเขาทันที “ไม่ต้องมาจับฉัน!!” “อวดเก่ง” ราฟาเอลเอ่ยปากต่อว่าเอวา ก่อนที่เขาจะใช้สองมือล้วงกระเป๋าแล้วหันหลังเดินนำออกไปจากห้องก่อนด้วยร่างกำยำท่อนบนเปลือยเปล่า คุณหมอประจำคฤหาสน์เองก็รีบเดินตามราฟาเอลออกไปทันที เอวาพยายามยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความยากลำบาก เธอฝืนทนกับความเจ็บปวดและลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่เพราะเธอก้าวขาไม่ออก ความเจ็บตรงกลางกายมันทั้งแสบคัน จุกหน่วงและปวดหนึบจนแทบจะขาดใจแต่เธอก็ต้องอดทนให้ได้มากที่สุด “เดินตามเจ้านายไปครับ อย่าให้ท่านรอนาน” หนึ่งในบอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นมา “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ” เอวาบอกกล่าวกับพวกเขาเพราะน้ำเหนียวข้นปนเลือดสีแดงที่กำลังไหลเยิ้มออกมาจากร่องสาวและไหลลงมาตามเรียวขาสวยจนหญิงสาวต้องหุบขาเอาไว้ “คุณต้องไปขอเจ้านายเอง” สิ้นเสียงชายชุดดำ เอวาถอนหายใจออกด้วยความเบื่อหน่าย จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องด้วยความยากลำบาก ทุกจังหวะที่เธอเดินไปในแต่ละก้าวนั้นมีแต่ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เอวาเดินออกจากห้องมาแล้วเธอก็พบกับราฟาเอลยืนอยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มกำลังรับเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหม่จากบอดี้การ์ดมาสวมใส่อย่างลวกๆ “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ” เสียงหวานแข็งกระด้างบอกกล่าวกับชายหนุ่ม ราฟาเอลหลุบสายตามองต่ำลงไปที่เรียวขาสวยที่พยายามหนีบกันเอาไว้อยู่ชั่วครู่ ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับอะไรหญิงสาว จากนั้นเขาก็หันหน้าหนีหญิงสาวและสาวเท้าเดินตรงไปทันที และก็เป็นอีกครั้งที่เอวาถอนหายใจออกแรงเพราะหงุดหงิดกับผู้ชายพวกนี้ ก่อนที่เธอจะเดินตามราฟาเอลไปอย่างช้าๆ คนสนิทของมาเฟียหนุ่มกับบอดี้การ์ดรีบเดินตามเอวามาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งราฟาเอลเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องสีน้ำตาลห้องหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูและแทรกกายเข้าไปในห้องนั้นช้าๆ เอวาจึงชะเง้อหน้าเข้าไปมองภายในห้องนั้น ทว่าเธอก็ยังไม่ได้ถือโอกาสสำรวจเลยด้วยซ้ำ เสียงทุ้มทรงพลังก็พูดขึ้นมาก่อน “จะเข้าไหมห้องน้ำเนี่ย” ราฟาเอลหันกลับมาเอ่ยกับเอวา เอวามองสำรวจห้องนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามา เมื่อเอวาเดินเข้ามาในห้องนี้ เธอก็พบว่าที่นี่คือห้องน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดสามห้อง แต่ป้ายหน้าห้องกลับติดเอาไว้ว่า…คนนอกห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งเอวาคาดว่าที่นี่อาจจะเป็นห้องน้ำของพนักงานอย่างแน่นอน หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำห้องแรก มือบางกำลังจะเอื้อมไปปิดประตู แต่ราฟาเอลก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน “เปิดประตูไว้” “รู้ไหมว่าแกมันเป็นคนที่โรคจิตมาก” หญิงสาวมองจับจ้องไปที่ใบหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว “รู้สิ! อย่าลีลา ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ” เอวากำมัดเอาไว้แน่นด้วยความเดือดดาลภายในใจ แต่เธอก็ยังทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ หญิงสาวค่อยๆ นั่งลงบนชักโครกพร้อมกับถลกเสื้อเชิ้ตตัวยาวขึ้นมาเล็กน้อย เธอพยายามจะปิดกลางกายสาวเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด มือบางรีบเอื้อมไปหยิบที่ฉีดก้นมาฉีดล้างทำความสะอาดกลางกายและเรียวขาสวยของเธออย่างรวดเร็ว สายน้ำที่ไหลออกมาจากที่ฉีดก้นยิ่งทำให้ร่องสวาทแสบคันมากยิ่งขึ้น แต่เอวาก็อดทนและฝืนล้างต่อไปจนกลางกายสาวกลับมาสะอาดอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของหญิงสาวตกอยู่ในสายตาของราฟาเอลตลอดเวลา เวลาผ่านพ้นไป เมื่อเอวาชำระล้างปากถ้ำสีกุหลาบของเธอจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ราฟาเอลกับหญิงสาวก็ออกมาจากห้องน้ำทันที พวกเขาก้าวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังเล็กและตรงไปยังรถคันหรูสีดำเงาที่จอดเรียงรายกันอยู่ประมาณห้าคัน เอวาเดินตามราฟาเอลมาติดๆ จนกระทั่งพวกเขาขึ้นรถยนต์มูลค่าหลายล้านที่จอดอยู่คันแรกมาด้วยกัน หลังจากนั้นรถคันที่ราฟาเอลกับเอวากำลังนั่งอยู่ก็ขับเคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ และตามมาด้วยรถคันหรูอีกสี่คันที่ขับตามมาเป็นขบวน ราฟาเอลหันหน้ามามองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกน่าค้นหา “ยินดีต้อนรับสู่โลกของฉัน แม่สาวนักฆ่า”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD