ตอนที่ 2 - ถ่ายแบบชุดชั้นใน (2/3)

1852 Words
| มินตรา | แต่ระหว่างเดินไป ฉันกลับเจอบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอที่นี่ ไอ้มินเอ๊ย…ฉิบหายแล้วไง!! “อ้าว…น้อง!!” “เฮ้ย…พะ…พี่!!!” ยอมรับว่าตกใจมาก ที่เห็นพี่ผู้ชายมาดเซอร์ที่นั่งสัมภาษณ์ฉันมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับหอบหิ้วของพะรุงพะรังเดินเข้ามาในบ้าน “แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ไง ไหนบอกไม่รับเล่นหนังพี่ไง” “หนูไม่ได้มาถ่ายหนัง หนูมาถ่ายแบบชุดบิกินีกับพี่ของขวัญค่ะ” “อ๋อ พรหมลิขิตอะเนอะ ยังไงมินก็ต้องมาทำงานกับพี่อยู่ดี” “อ้าว น้องมินตรา ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ” เสียงเล็กๆ ของพี่ผู้หญิงที่ฉันว่าเธอเซ็กซี่ดังสมทบ “น้องเขามาถ่ายแบบให้ของขวัญน่ะ” “เออ ใช่ ฉันก็ลืมเรื่องนางแบบของไอ้ของขวัญไปเลย แล้วนี่ใครแนะนำมาล่ะ” “คือหนูจะไปแคสต์ตัวประกอบห้องตรงกันข้าม แต่เขาแคสต์กันเสร็จแล้ว พี่คนนึงในทีมนั้นก็เลยให้คอนแท็คพี่ของขวัญมาน่ะค่ะ” “ดีแล้วล่ะ มาทำงานกับพวกพี่ดีกว่า เงินดีกว่าเป็นตัวประกอบเยอะ เนอะวิชาเนอะ” พี่ผู้หญิงคนเดิมว่าแล้วก็เดินเข้ามาโอบไหล่ฉัน พาเข้าห้องเดิมเพื่อให้เตรียมตัวถ่าย “พี่ชื่อ ‘สาลี่’ นะคะ เป็นคนดูแลที่นี่เอง ส่วนไอ้พี่คนเมื่อกี้ชื่อ ‘วิชา’ เป็นตากล้องภาพนิ่ง แล้วอีกคนที่หนูเจอ เขาชื่อ ‘นิว’ เป็นตากล้อง ถ่ายวิดีโอ ส่วนของขวัญนั่นเป็นเมียพี่วิชา ทีนี่เราอยู่กันแบบพี่น้อง สบายๆ ชิลๆ น่ะ มินทำตัวตามสบายได้เลยนะ ไม่ต้องเกร็ง” “เอ่อ...แล้วที่นี่ถ่ายหนังอย่างว่าด้วยเหรอคะ ที่พี่วิชาเขาบอกว่าอยากได้หนูเป็นนางเอก” “หนังอาร์น่ะ เราถ่ายหนังอาร์ส่งขายเมืองนอก” “แล้วหนังอาร์มันต่างจากหนังเอ็กซ์ยังไงเหรอคะ” ฉันพอจะรู้ว่ามันต่างกัน แต่ก็อยากถามให้สิ้นสงสัย “หนังอาร์ก็เปลือยทั้งตัว แต่ไม่มีการเอากันจริง ไม่มีการสอดใส่ ใช้มุมกล้องหลอกคนดูน่ะ แต่ก็มีจับเนื้อจับตัวกัน กอดจูบกัน จับนมนิดๆ หน่อยๆ น่ะ ส่วนหนังเอ็กซ์ก็เห็นหมดทุกส่วน เอากันจริง เสียบกันจริง มินสนใจลองดูสักเรื่องสองเรื่องมั้ยล่ะ” “อูย…ขอผ่านดีกว่าค่ะพี่สาลี่ แค่ถ่ายชุดว่ายน้ำนี่ก็เขินจะแย่” “แล้วแต่เราละกัน เอาที่เราสบายใจ ที่นี่ไม่มีการบังคับ ใครใคร่อยากถ่ายแบบไหนก็ถ่ายไป” ระหว่างที่เราคุยกัน พี่วิชากับพี่ของขวัญเดินเข้าห้องมาพอดี สองคนหยอกล้อ คุยกันกะหนุงกะหนิง ก่อนที่เขาจะผลัดกันหอมแก้มกันไปมา ฉันเห็นแล้วก็พลอยเขินไปด้วย ไม่กี่นาทีต่อจากนั้น การทำงานอย่างจริงจังก็เริ่มขึ้น ฉันผู้เป็นนางแบบมือใหม่ ดูการทำงานแบบมืออาชีพจากพี่วิชา ที่กำลังถ่ายรูปแฟนของเขาในอิริยาบถต่างๆ นางแบบมือโปรอย่างพี่ของขวัญไม่มีความเกร็งใดๆ เลย เธอเปลี่ยนท่าโพสจากท่าหนึ่งเป็นอีกท่าหนึ่งแบบชิลๆ โดยรูปที่ขึ้นโชว์ในหน้าจอมอนิเตอร์ มันสวยมาก ราวกับหลุดออกมาจากแมกกาซีน นั่งรอไม่นานก็ถึงตาฉันแล้ว พี่วิชาเรียกให้ฉันเข้าไปหน้าฉาก ส่วนพี่ของขวัญเลือกเอาพร็อปสองสามชิ้นมาให้ฉันถือ สไตล์ที่พวกเขาต้องการคือสดใสน่ารัก ฉันโพสท่าตามที่จำมาจากพวกดารา และแน่นอนว่าพี่วิชา พี่ของขวัญ และพี่สาลี่ต่างชมปร๋อว่ารูปที่ออกมาเพอร์เฟกต์มาก แทบไม่ต้องรีทัชตกแต่งรูปใดๆ เลยด้วยซ้ำ งานออกมาดีฉันก็ดีใจ หลังจากเซตนี้ พี่สาลี่ก็พาฉันไปเปลี่ยนชุด เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนการแต่งหน้าตามสไตล์ที่ลูกค้ากำหนดมา เราสี่คนทำงาน ถ่ายแบบไปเรื่อยๆ จากทุ่มกว่าๆ จนเวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะสี่ทุ่ม พี่สาลี่บอกว่าเปลี่ยนอีกแค่สองชุดก็เสร็จแล้ว ฉันเดินเข้าไปห้องข้างๆ เพื่อเปลี่ยนชุด แต่ชุดต่อไปที่ต้องใส่มันเกินคำว่าวับๆ แวมๆ ไปมาก มันเป็นชุดชั้นในลายลูกไม้ มันสวยมาก สวยสุดๆ แต่มันค่อนข้างโปร่ง มองดูตัวเองในกระจกแล้วอายมาก ชุดบ้านี่โปร่งจนมองเห็นห***มดันผ้าลูกไม้ออกมา “พี่สาลี่คะ ชุดนี้…เอ่อ…หนูว่ามันโป๊ไปมั้ย” หญิงสาวคนที่ฉันเรียกกำลังยืนจัดชุดที่เหลือ เธอหันกลับมา ให้ฉันหมุนตัวซ้ายที ขวาที “ไม่นะน้องมิน พี่ว่ามันสวยกำลังดีเลย ตรงห***มนี่เดี๋ยวพี่เอาจุกซิลิโคนให้หนูแปะไว้ละกัน แต่ข้างล่างนี่ไม่ต้องแปะหรอก มันไม่เห็นนะ” “อ้อ เซตนี้เดี๋ยวจะมีนายแบบมาถ่ายด้วยนะคะ มันเป็นชุดชั้นในคอลเลกชั่นเดียวกันน่ะ อาจมีจับเนื้อต้องตัวกันนิดๆ หน่อยๆ นะ มินโอเคใช่มั้ย” เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน ทำไมเพิ่งมาบอกกันตอนนี้ ฉันไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อให้ผู้ชายมาจับเนื้อต้องตัวนะเว้ย!! “แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ นายแบบคนนี้มืออาชีพ” พี่สาลี่บอกฉันพลางยื่นเสื้อคลุมตัวเดิมให้ฉันใส่ ก่อนจะทำผมให้ฉันใหม่ แกะผมหางม้าให้ปล่อยยาวสยาย ใช้ไดร์ม้วนดัดปลายผมหน่อยๆ ให้ดูมีวอลลุ่ม จากนั้นก็แต่งหน้าให้เข้มขึ้น เปลี่ยนลุคจากลุคใสๆ เมื่อครู่ไปโดยสิ้นเชิง ณ ห้องสตูดิโอ ฉากหลังถูกเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม ฉันเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกอายพี่วิชาหน่อยๆ ที่จะต้องเผยร่างกายภายใต้เสื้อคลุมให้เขาเห็นเนื้อหนังมากขึ้น โดยเฉพาะบั้นท้าย ที่มีเพียงเส้นเล็กๆ ของกางเกงในแบบจีสตริงคาดกลางตรงร่องก้น “มาครับน้องมิน ถ่ายเดี่ยวเสร็จจะได้ถ่ายคู่ต่อ” เขาว่าพลางก้มลงไป สนใจการตั้งค่ากล้องถ่ายรูปในมือของตัวเอง แต่ฉันยังคงยืนนิ่ง ไม่กล้าถอดเสื้อคลุมออก มันไม่ชินจริงๆ นะ “มิน ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่วิชาน่ะ เห็นของผู้หญิงจนเบื่อแล้ว อีกอย่าง เขาไม่เกิดอารมณ์กับใครทั้งนั้นนอกจากของขวัญคนเดียว” พี่สาลี่เดินเข้ามาหาพลางตบไหล่ฉันเบาๆ เชิงให้กำลังใจ คงรู้ว่าฉันยังคงประหม่าและเขินอาย “แต่…” “กล้าๆ หน่อย อีกสองเชตก็เสร็จแล้ว สู้ๆ นะจ๊ะสาวน้อย” เธอพูดให้กำลังใจอีกครั้งพลางถือวิสาสะดึงเอาเสื้อคลุมออกจากตัวฉัน เอาวะ…อีกแป๊บก็ได้กลับบ้านแล้ว!! ฉันพยายามฮึบให้กำลังใจตัวเอง และก็เป็นอย่างที่พี่สาลี่บอก พี่วิชายังคงเป็นตากล้องที่ชิลที่สุดในสามโลกเหมือนอย่างเคย ไม่ได้สนใจเรือนร่างฉันเลยสักนิด แต่ถ่ายไปได้สักพัก ประตูห้องถูกเปิดออก ดึงความสนใจทุกคนในห้องให้หันไปมอง รวมทั้งตัวฉันด้วย ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ถ้าให้บรรยายรูปร่างหน้าตาของผู้มาใหม่ จะอธิบายไงดีล่ะ…เขาเหมือนรูปปั้นอะ หล่อเหลาราวกับรูปปั้นเทพเจ้ากรีก น่าจะเป็นลูกครึ่งแหละ คิ้วเข้มทรงสวย นัยน์ตาสีเทาทรงเม็ดอัลมอนด์ ขนตางอนงาม จมูกโด่งได้รูป ปากทรงกระจับสีชมพู ที่ดูแล้วน่าจับจุ๊บเป็นที่สุด ส่วนรูปร่าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากล้ามแน่น เพราะแค่มองภายนอกผ่านเสื้อยืดที่เขาใส่ ก็พอจะรู้ว่านั่นเป็นหุ่นนายแบบชัดๆ แถมยังสูงชะลูด สงสัยตอนเด็กๆ แม่คงให้กินเสาไฟฟ้าเป็นอาหารเสริมละมั้ง “โอ้โห…มาได้ซะทีนะครับคุณ ‘เตชินท์’ พ่อนายแบบสุดหล่อของเรา” พี่วิชาทักเขา ขณะที่เขาปรี่เข้ามากอดทักทายพี่สาลี่กับพี่ของขวัญ “ไหนอะชินท์ ของฝากจากอิตาลี” พี่ของขวัญถาม พร้อมกับแบมือทำท่าจะเอาของฝาก “อยู่ในรถ ทำงานก่อน เดี๋ยวกูเอามาให้” เขาว่าพลางตีมือพี่ของขวัญที่แบค้างไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่วิชา คุยกันงุบงิบงึมงำ เอาเป็นว่าพอฉันเห็นนายแบบคนนี้ ใจฉันสั่นขึ้นมาทันใด ยิ่งจินตนาการถึงอีกไม่กี่นาทีที่จะต้องถ่ายแบบคู่กับเขา เนื้อตัวฉันยิ่งเกร็งไปหมด “อ้อ…มินจ๊ะ นี่พี่ชินท์ นายแบบของเราวันนี้ รู้จักกันไว้นะ พี่เขาเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี นานๆ จะกลับมาเมืองไทยทีนึง แต่กลับมาก็อยู่ยาวๆ ห้าหกเดือนถึงจะบินกลับ” พี่ของขวัญสะกิดฉัน แนะนำให้ฉันรู้จักกับนายแบบคนนั้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาเช็กแฮนด์ “หวัดดีครับน้องมิน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาทักทายพลางยิ้มกว้างให้ฉัน “สะ…สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ชินท์” ฉันผู้ที่พูดจาคล่องแคล่วกลับติดอ่างกะทันหัน พูดตะกุกตะกักน่าอาย โอ๊ย…ไม่ไหว จะวูบ แค่เขายิ้มให้ แค่ได้จับมือ ใจก็ยิ่งเต้นแรงเข้าไปใหญ่ ไม่ต่างจากหน้าและหูที่ร้อนผ่าวแทบไหม้ “ทักทายกันแล้วก็เริ่มถ่ายกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะเสร็จดึก” พี่วิชาไล่ให้พี่สาลี่พานายแบบไปแต่งหน้า ส่วนฉันกับพี่ของขวัญถูกจับให้ถ่ายคู่กัน แต่พอยืนด้วยกันแล้วฉันเหมือนคนแคระมาก จนพี่วิชาต้องหาเก้าอี้มาให้พี่ของขวัญนั่ง ส่วนฉันก็ยืนพิงตัวเธอไป และไม่นานนัก พี่นายแบบคนนั้นก็เดินเข้ามา ยิ่งแต่งหน้าทารองพื้น หน้ายิ่งเป๊ะปัง หล่อจนไม่รู้จะบอกว่าหล่อยังไง “อ้าว ไอ้ชินท์ ทำไมมึงไม่เปลี่ยนชุดวะ” พี่วิชาโพล่งถาม เท้าเอวเตรียมด่าพี่คนนั้นเต็มที่ “ของขวัญกับสาลี่แม่งไม่เซอร์วิสกูเลย แต่งหน้าเสร็จก็ไล่กูออกมา เหมือนกำลังรื้อของเก็บของกันอยู่ แล้วกางเกงในที่จะใช้ถ่ายก็อยู่นี่ กูขี้เกียจเดินเข้าเดินออกแล้ว เปลี่ยนมันแม่งตรงนี้แหละ” พูดจบพี่นายแบบก็ถอดเสื้อยืดสีเข้มของเขาออก ต่อด้วยกางเกงยีน และแน่นอนว่าถอดกางเกงชั้นในสีขาวออกไปด้วย แต่เฮ้ย…มันไม่ได้มั้ยคะพี่ คือพี่จะถอดกางเกงโชว์น้องชินท์จูเนียร์ต่อหน้าฉันแบบนี้ไม่ด้าย… แล้วจากที่เห็น น้องชายเขาอันบิ๊กเบิ้มมาก ขนาดนั่นยังไม่แข็งนะ แล้วถ้าแข็งขึ้นมาล่ะ แม่เจ้าโว้ย…ไอ้มินไม่อยากจะคิดเลยว่าจะอันเบ้อเริ่มเทิ่มใหญ่โตแค่ไหน โปรดติดตามตอนต่อไป ยัยลูกกกก ตาหนูจะเป็นกุ้งยิงมั้ยเนี่ยยย แว้กกกกก 555555
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD