‘หนูนา ณีนรา’ ขณะนี้ไม่ได้เตรียมใจมาเลยว่าการเลือกที่จะตกลงแต่งงานกับผู้ชายเห็นแก่ได้ข้างกายแทนผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดของตนเองนั้นจะไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันดีขึ้นเลยสักนิด
เหตุเพราะเอกราชคนที่พี่สาวรักเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขอดีตคนรักของบิดา ซึ่งเคยทำเรื่องอัปยศอดสูไว้กับครอบครัวเราจนยากเกินกว่าที่จะให้อภัย
จบโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น ตนเองก็ต้องทนเห็นพี่สาวเอาแต่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ขังตัวเองร้องไห้อยู่ภายในห้องส่วนตัวบ่อยครั้ง
จนเจ้าตัวเริ่มเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบไร้ชีวิตชีวา ที่แค่ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตนเองแล้วจมอยู่ในห้วงของความเจ็บปวด
แน่นอนว่าเราเป็นฝาแฝดกัน ความรู้สึกมันย่อมส่งผ่านสายใยอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงอยู่แล้ว พี่สาวกินนอนไม่ค่อยจะได้ ณีนราเองจึงมีสภาพที่ไม่ได้ต่างกันมาก อีกทั้งก่อนจะมีงานใหญ่เช่นนี้จัดขึ้นก็โหมงานเพราะข่มตาหลับไม่ลงอยู่ร่วมหลายสัปดาห์
ไฟประดับของงานเลี้ยงโอ่อ่าช่วงเย็นในตัวเมืองตอนนี้จึงเริ่มส่งผลให้เจ้าสาวอุปถัมภ์ของ ‘ราชา ราชสีห์’ เห็นแล้วชวนเวียนศีรษะไปหมด ยังดีที่เจ้าบ่าวในชุดสูทสง่าผ่าเผยนั้นคว้าเอาเอวคอดกิ่วไว้ได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นเธอคงจะได้ทำให้ธรรมดำรงสกุลต้องกลายเป็นขี้ปากพวกคนภายในงานแบบที่เขาไม่พึงประสงค์
และหนูนาเองก็ไม่อยากจะอ่อนแอให้ใครมานึกเวทนาหรือเห็นอกเห็นใจเช่นเดียวกัน
“จะมาล้มกับเรื่องแค่นี้ ไม่สมกับเป็นภรรยาแด๊ดเลยนะคะ ณีนรา”
สรรพนามที่ไม่ได้ยินนานมากแล้วมันยิ่งชวนให้ตอกย้ำว่าวาจาที่เคยลั่นเอาไว้ สุดท้ายก็เป็นตัวเธอเองที่ต้องกลืนน้ำลาย อีกทั้งยังรู้สึกเกลียดชังผู้ชายคนนี้มากขึ้นไปอีก
แต่คนพวกนี้ก็เหยียบหัวเราได้แค่ตอนนี้เท่านั้น เพราะเขาเอาคนอย่างณีนรามาไว้ใกล้ ๆ ตัว ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องพังกันไม่เป็นท่าไปข้าง และมันจะต้องไม่ใช่พรรณรายณ์ครอบครัวของเธอ
“ถอยออกไปให้ห่าง”
“ยืนเองก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว อวดดี...”
ยิ่งเขาโน้มกายสูงใหญ่ โดยมีกลิ่นไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวลงมากระซิบใกล้ใบหูขาวที่ประดับจิวเวลรี่เพชรหลักล้านให้ได้ยินกันเพียงสองคน พร้อมกับจมูกโด่งเป็นสันนั้นคลอเคลียบริเวณปางแก้มสีระเรื่อจากพิษไข้อ่อน ๆ เหตุจากไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลานาน และกดจูบลงแผ่วเบามันก็ยิ่งทำให้หนูนาขยะแขยงราชสีห์ที่ฉวยโอกาสกับตนเองเข้าไปอีก
ทว่าก็ไม่อาจจะขัดขืนอะไรเขาได้ ก็ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นภรรยาของอีกฝ่ายโดยสมบูรณ์แบบ
“เบากับเจ้าสาวหน่อยไหมตาราชา”
“ขอโทษทีครับ พอดีตื่นเช้า พอตกเย็นแล้วก็เริ่มงอแงอย่างที่เห็น ผมเลยอดมันเขี้ยวไม่ได้ครับ”
ณีนราที่ต้องกัดฟันยืนสนทนากับแขกในงานต่อเหลือจะเชื่อกับประโยคของบุคคลข้างกาย แต่เพื่อผลประโยชน์ ผู้ชายคนนี้ก็พร้อมที่จะแสดงเป็นว่ารักใคร่และเอ็นดูเธอนักหนาต่อหน้าสาธารณชนอยู่แล้ว
ดั่งที่เธอเคยเชื่ออย่างสนิทหัวใจเหมือนในตอนนั้นไม่มีผิด
“น่ารักกันจริงเชียว ไม่คิดว่าวันหนึ่งลุงจะได้เห็นธรรมดำรงสกุลกับพรรณรายณ์เป็นทองแผ่นเดียวกัน แบบนี้ในอนาคตพวกเราก็วางใจแล้ว ว่าแต่มีแพลนเซอร์ไพรส์เจ้าตัวเล็กต่อเลยไหม”
ใบหน้าสุขุมนุ่มลึกประดับรอยยิ้มให้ผู้ที่กล่าวถาม ที่ถ้าวันนี้เจ้าสาวไม่ใช่บ้านพรรณรายณ์ก็คงจะไม่มีสิทธิ์ได้เห็นเขามาร่วมงาน หันมองภรรยาคนสวยแล้วกล่าวตอบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
“ผมแล้วแต่น้องเลยครับ เขาพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
“ฮ่า ๆ โอเค ๆ ลุงรอยินดีอีกรอบเลยแบบนั้น ว่าแต่พ่อเรากับเสี่ยสิบเพชรอยู่ไหนล่ะ ลุงมีเรื่องอยากจะพูดคุยด้วยหน่อย”
“เชิญทางนี้เลยครับเจ้าสัว”
ให้หลังการ์ดในงานพาแขกคนสำคัญไปพบปะพูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองต่อแล้ว พิธีมงคลสมรสที่ทุกอย่างถูกจัดขึ้นแบบปลอมเปลือกก็ชวนทำให้ณีนราอยากจะสำรอกออกมาเสียตรงนั้น ยังดีที่ทุกช่วงเวลาในงานได้เห็นใบหน้าของคนในครอบครัวคอยเป็นกำลังใจให้อยู่เบื้องล่าง
ก่อนการเข้าห้องหอกับราชสีห์จะเป็นอะไรที่หนูนาไม่ปรารถนาที่สุด ครั้งหนึ่งเธอเคยหลงผิดไปกับคารมผู้ชายคนนี้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบ โคตรจะเสียดายเวลาชีวิต
“แยกย้ายกันตอนนี้เลยได้ไหม”
“มีสิทธิ์ต่อรองตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“อย่าทำเหมือนว่าตัวเองอยู่เหนือทุกสิ่งอย่างบนโลกขนาดนั้นเลยราชา ราชสีห์”
“แต่สุดท้ายแล้วคนที่ต้องซมซานกลับมาขอร้องผมมันก็เป็นตัวคุณเองไม่ใช่เหรอณีนรา”
“แล้วยังไง สมเพช?”
“หมายถึงคุณหรือครอบครัวของคุณ”
“ราชสีห์!”
เจ้าสาวหมาด ๆ ที่อารมณ์ร้อน ไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถอดรองเท้าส้นเข็มราคาแพงได้ ก็ไม่นึกสนใจอาการเวียนศีรษะของตนเองที่เป็นมาตั้งแต่อยู่ในงานเลยนิด คิดแค่ว่าได้ต่อยใบหน้าหล่อ ๆ ของอีกฝ่ายเต็มแรงก็คงจะดีอยู่ไม่น้อย
ทว่าในตอนที่สังขารไม่ได้พร้อมที่จะสู้รบปรบมือกับบุคคลตรงหน้าได้เต็มร้อย มันแน่อยู่แล้วว่าหมัดลุ่น ๆ ไม่สามารถที่จะทำอะไรเจ้าของโรงไม้ได้เลย มิหนำซ้ำยังเป็นตัวหนูนาเองที่โดนเหวี่ยงลงเตียงนอนกว้าง พร้อมกับถูกกดเอาไว้ในท่าพันธนาการไพล่หลัง
ก่อนจะต้องเดือดพล่านมากกว่าเดิมตอนที่อีกฝ่ายโน้มเรือนร่างสูงใหญ่ลงมาแนบนิด ออกแรงกดทับให้รู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วสรรพางค์
ส่วนใบหน้าสวยที่ไม่ได้ต่างจากผู้เป็นพี่สาวนั้นก็ถูกบีบบังคับให้หันข้างไปสบนัยน์ตาสีเข้มที่ไม่ได้เห็นมันใกล้ ๆ แบบนี้มานานมากแล้ว
“จะถอดชุดนี้เอง หรือให้ผมช่วย”
“หมายความว่ายังไง”
“คุณณีนราคิดว่าผมจะแต่งคุณมาเพื่อประดับบารมีเพียงอย่างเดียวหรือยังไงครับ มองโลกในแง่ดีจังเลยนะ เราเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นเรื่องปรนนิบัติความใคร่อยากของผัว มันก็เป็นหน้าที่ซึ่งเมียต้องรับไปด้วย เพราะงั้นคืนนี้ทนเจ็บนิดหนึ่งนะครับ ผมไม่มีคอนด้อมด้วยสิ”
หญิงสาวกัดฟันกรอด ทว่าแววตาที่สบอยู่กับเจ้าป่ามันก็ไม่ได้มีความสั่นระริกหรือนึกหวาดหวั่นให้เห็นเลย นั่นทำเอามุมปากหยักอดที่จะยกสูงขึ้นมาไม่ได้
“แล้วแต่คุณสิราชสีห์ ถ้าจะติดสัดตั้งแต่วันแรกขนาดนี้ ฉันจะคิดเสียว่าให้ทานหมามันแดกก็แล้วกัน”
“หึ ดีครับ ว่าง่าย ๆ อยู่ในโอวาทผัว มันโคตรจะน่ารักเลย”
TBC.
กรี๊ดดดด มาแล้วค่ะทุกคน
สภาพพระนางเรื่องนี้คือ 📈📈📉📉📈📈📉📉
ปากกับใจเป็นอะไร ทำไมพูดไม่ตรงกันเลย แล้วเราจะได้รักกันไหม
555555 ยังไงขอฝากลูกเขยคนดีคนที่สองของเสี่ยด้วยนะคะ
กดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้น คอมเมนต์ให้หน่อยนะฮะ