ส่งเสริมดวงความรัก

1282 Words
ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากคืนเข้าหอ ณีนราก็จำความอัปยศที่ผู้ชายคนนั้นกระทำกับตนเองได้แบบไม่ลืม และแทนที่ราชา ราชสีห์จะอยู่รอให้หนูนายิงแสกหน้าสักครั้งกลับได้ความมาว่าเจ้าตัวบินไปเมียนมาเรื่องงานตั้งแต่เจ้าสาวแบบเธอยังไม่ฟื้น นั่นเป็นอีกเรื่องที่น่าโมโหจนณีนราเกือบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ อีกทั้งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่ไม่เผาโรงไม้แห่งนี้ไปให้มันวายวอดเหลือเพียงแต่ชื่อ ในระหว่างที่เจ้าของมันไม่อยู่ หญิงสาวจึงใช้อภิสิทธิ์ภรรยาที่ไม่อยากจะเป็นเลยเข้าไปเดินตรวจดูทุกจุดที่สามารถทำได้ ทว่ากลับไม่พบอะไรที่มันน่าสงสัย เช่นนั้นแปลว่าหากยังไม่หมดระยะเวลาที่ตกลงกับอีกฝ่ายเอาไว้ เธอต้องอยู่เป็นภรรยาราชสีห์ไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ เสียตัวไม่เท่าไหร่ แต่มันโคตรจะเสียศักดิ์ศรีเลย เพียงแต่ก็ยังดีกว่าให้ฝาแฝดตัวเองต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ “คุณณีนราจะรับมื้อเช้าเลยไหมคะ” “อ่า ปกติหนูนาไม่ทานข้าวเช้าค่ะคุณป้า แต่ถ้าทำมาแล้วก็ไม่เกี่ยงค่ะ ทานได้หมด” “หนูนา?” “ชื่อเล่นค่ะ คุณป้าเรียกแบบนี้ก็ได้ อีกอย่างไม่ต้องเรียกหนูว่าคุณนะคะ” “เอาแบบนั้นเหรอคะ” “ค่ะ” ณีนราระบายยิ้มให้ผู้ใหญ่ที่ตนเองตื่นมาพบเจอเป็นคนแรกภายในบ้านไม้หลังนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่ามันไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย เหตุเพราะเราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแต่งงานในครั้งนี้มันต้องเป็นไปเพื่ออะไร รวมถึงแค่เรื่องที่อยู่อาศัยหนูนาก็ไม่ได้ติดสบายหรือเรื่องมากด้วย อีกทั้งเธอเองก็ไม่ได้คิดที่จะอยู่ร่วมชายคากับราชสีห์ทุกวัน เพราะมีงานของตัวเองต้องทำ เอาไว้มีงานสังคมต้องออกหน้าเมื่อไหร่ก็ให้อีกฝ่ายติดต่อไปแล้วกัน และวันนี้ร่างกายของหญิงสาวก็ฟื้นตัวดีแล้วด้วย ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในโรงไม้นี้ต่อ “โอเคค่ะ ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นมากหรือยัง” “มากแล้วค่ะ คงเพราะได้กับข้าวอร่อย ๆ ของป้าอิ่มเอมทำให้ทานทุกมื้อ” กล่าวออกไปพร้อมกับตักข้าวต้มกุ้งใส่ปากคำโตโชว์หญิงวัยกลางคนตรงหน้าแบบที่ชอบทำกับมารดาเวลาอยากจะชม นั่นทำเอาอิ่มเอมที่นึกกังวลกับเจ้าสาวของนายตัวเองในตอนแรกนั้นว่าจะสามารถมาทนอยู่ในที่แห่งนี้ได้หรือไม่เบาใจลง เนื่องด้วยตอนแรกหล่อนเองก็ไม่ได้ทราบอะไรเกี่ยวกับครอบครัวเสี่ยอดีตเจ้าของโรงสีมากนัก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกคนมีเงินมีอำนาจก็คงจะติดสบายอยู่บ้าง หากแต่มันใช้กับเด็กคนนี้ไม่ได้เลย คุณเธอตื่นมาโดยที่ไม่ได้โวยวายอะไร อีกทั้งยังจัดการข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้เข้าที่เองทุกอย่าง พักพอหายใจหายคอได้แล้วก็เดินดูกิจการสามีตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะมาจบลงที่นั่งรับประทานมื้อเช้าให้หล่อนได้ชื่นใจเช่นนี้ แต่ไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วยามตาสะดุดเข้ากับสัมภาระขนาดเล็กข้างกายเจ้าสาวของนายตนเอง “ค่ะ แต่ว่าคุณหนูนาเตรียมกระเป๋าลงมาด้วยทำไมเหรอคะ...” ก็เข้าใจอยู่ว่าคุณเธอไม่อยากจะให้ใช้คำนำหน้า เพียงแต่หล่อนเป็นใครเธอเป็นใครย่อมทราบดี ไม่ควรตีตัวเสมอนาย ยิ่งพวกเขาใจดีด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ฉะนั้นเรียกว่าคุณหนูนาดีแล้ว “อ๋อ กลับบ้านค่ะ ทิ้งงานมาตั้งหลายวันแล้ว อีกอย่างคิดถึงหมูหมากาไก่ค่ะ ยังไงรบกวนคุณป้าอิ่มเอมแจ้งกับผู้ชายคนนั้นให้ด้วยนะคะ” เพียงเห็นแค่สายตาของคุณแม่บ้านก็ทราบได้แล้วว่าหล่อนนั้นมีความลำบากใจขนาดไหน แต่หนูนาก็ไม่ได้สนใจหรอก เพราะทราบดีว่าราชสีห์นั้นแยกแยะได้ และคงจะรู้ว่าคนของเขาห้ามอะไรเธอไม่ได้ด้วย รับประทานมื้อเช้าที่เรือนหอเสร็จ ก็เป็นภูมิที่อาสาขับรถยนต์ไปรับถึงที่ แม้จะผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้วร่วมหลายเดือน แต่ก็ยังเห็นความเจ็บปวดอยู่ร่วมกับพี่สาวฝาแฝดตลอดเวลา จะทำอย่างไรดีนะ นอกจากต้องปล่อยเวลาให้มันผ่านเลยไป ณีนราก็ไม่สามารถช่วยอะไรณีนรินทร์ได้เลยหรือ “ระหว่างที่กูไม่อยู่ หนูณีเป็นยังไงบ้าง” “เหมือนเดิมเลยครับ แต่พี่หนูณีเริ่มทานข้าวได้ทุกมื้อแล้ว คงเพราะไม่อยากให้ใครมาเป็นห่วง แต่คนอกหัก พี่น่าจะเข้าใจมันดีที่สุด” “กูเคยบอกไปเหรอว่าอกหัก” “ไม่น่าถามนะครับ เพราะตัวพี่เองรู้ดีที่สุด” “เหอะ ตอนนั้นกูแค่หลงผิด เตรียมดินกันไปถึงไหนแล้ว” “เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ” ภูมิกล่าวไปพร้อมกับมองบุคคลที่เพิ่งไปรับมาจากโรงไม้ของสามี เรียกได้ว่าลงรถมาก็เดินลิ่ว ๆ มาหยุดที่เล้าไก่ซึ่งเป็นความชอบของหญิงสาวมาตั้งแต่ยังเด็กเลย อีกทั้งวันนี้ก็ไม่มีใครอยู่บ้าน เนื่องจากมีหน้าที่เป็นของตัวเองที่ต้องทำ รวมถึงแค่แต่งงาน พี่สาวเขาก็ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าทุกคนในบ้านไม่ต้องเป็นห่วง หรือถ้ามันจวนตัวจริง ๆ ณีนราจะแจ้งแก่ทุกคนเอง แล้วพวกเราก็เชื่อใจหนูนา พอเหตุการณ์แบบนี้มาถึงมันเลยไม่ได้น่าหนักใจเช่นในตอนแรก แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจอะไรได้เลย เพราะท่านอวัชยังไม่แผลงฤทธิ์ให้เห็น “ดี งั้นที่เหลือกูลงต่อเอง” “ไม่ได้ครับ อยู่ดูเอกสารให้ผมก่อน” “เฮ้อ จ้า ๆ อยากทำงานจนมือไม้มันสั่นไปหมดละ” การเจรจาต่อรองไม้เนื้ออ่อนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ในระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิด วายุที่ติดตามมาด้วยก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทักผู้เป็นนายซึ่งนั่งมองสิ่งของในมือที่ได้มาจากคู่ค้ามอบมันให้ตอนทราบข่าวว่าก่อนบินมาทำงานนั้นเจ้าตัวเพิ่งตบแต่งสละโสดไป “ถ้าไม่เชื่อ ให้ผมจัดการต่อให้ไหมครับ ไม่ต้องเอากลับไปด้วยก็ได้” “มันก็แค่อัญมณีเครื่องรางชิ้นหนึ่งไม่ใช่เหรอ นำกลับไปด้วยก็คงจะไม่ได้เสียหายอะไร” วายุเกิดคำถามในหัวขึ้นมามากมายทันทีหลังจากจบประโยคของผู้เป็นนาย เหตุเพราะสิ่งที่เจ้าตัวได้มันมานั้นเป็นหยกซึ่งคนที่นี่เชื่อกันว่ามันจะส่งเสริมด้านความรัก แล้วคนอย่างเจ้านายเขาที่ไม่เคยจะเชื่อในรักแท้ เสพเซ็กซ์เพียงเพื่อความสุขเป็นว่าเล่นยามต้องการเชื่ออะไรแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ “นาย... กำลังมีความรักเหรอครับ!” “ความรัก?” “ก็ใช่ไงครับ สีนี้หาของจริงอยากมากเลยด้วย แล้วมันก็ส่งเสริมด้านความรักโดยตรง” “ไร้สาระ เขาให้มาแล้วจะทิ้งก็กระไรอยู่ไหม” คนเป็นลูกน้องอยากจะขำออกมาในตอนที่เห็นว่าเจ้านายของตนเองนำสิ่งของที่เปรียบเสมือนเป็นเครื่องรางเก็บเข้ากระเป๋าของชุดสูทด้านในราวกับว่านึกเสียดายมันหากจะทิ้งไปเฉย ๆ ทั้งที่บอกว่าไร้สาระ “ครับ เอาที่นายสบายใจได้เลย” TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD