มันแน่อยู่แล้วว่าคำขู่นั้นทำเอาณีนราต้องกัดฟัน ยอมปล่อยมือของเพื่อนที่ถึงแม้จะตีกันบ่อยแค่ไหน เธอกับสินก็สนิทสนมกันมาตั้งแต่ยังอยู่อนุบาลแล้วหันมองด้วยสายตาขอโทษขอโพย
ก่อนจะกระแทกส้นด้วยความขัดใจเดินอ้อมไปขึ้นรถหรูของสามี ที่คันนี้ครั้งหนึ่งก็เคยต้องตาจนหนูนาอยากจะครอบครอง เธอโตมากับหลานชายของบิดา ความชอบทุกอย่างของเฮียปราบมันเลยซึมซับมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ผิดแค่คณะเรียนที่ไม่ได้เหมือนเฮียสมัยยังเป็นหนุ่ม
“มองแบบนั้นคือคุณรังเกียจเจี๊ยบลูกชายฉันเหรอ จะได้พามันลงแล้วให้สินไปส่งกลับบ้านแทน”
“สามีคุณณีนรานั่งอยู่ตรงนี้ แต่จะให้ผู้ชายคนอื่นไปส่ง?”
ส่งครามประสาทขนาดย่อมกำลังเริ่มขึ้นจนสารถีนั้นได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย ยกหน้าเช็ดหน้าซับเหงื่อทิพย์ มองผ่านกระจกด้านหลังเป็นระยะ
ที่ทราบว่าภรรยาเจ้านายมาขลุกตัวอยู่ในที่แบบนี้ก็เพราะพบเจอภูมิก่อนจะถึงบ้านเสี่ยสิบเพชรเข้าพอดี เลยรู้ที่อยู่ปัจจุบันของคุณเธอ จากนั้นเจ้าของรถก็ให้วายุใช้สกิลการถามทางเอากับชาวบ้านจนมาถูกในที่สุด
จะว่าเป็นห่วงเมียจนต้องตามกลับบ้านก็ไม่ใช่หรอกมั้ง เพราะเจ้านายเขาก็สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเก่งใช่ย่อย ยิ่งอยู่ในช่วงที่บิดาต้องหาเสียงด้วยแล้ว อะไรแบบนี้มันก็ไม่สมควรจะมาจริง ๆ
เจอหน้าภรรยาก็เลยเสียงแข็งใส่อย่างที่เห็น
“อยู่กันแค่นี้แล้ว เลิกสร้างภาพเถอะค่ะ ถ้าพ่อคุณราชา ราชสีห์เป็นคนดีที่พร้อมจะช่วยเหลือประชาชนจริง ๆ ยังไงก็ได้เป็นแน่ ๆ แต่ถ้าสักอยากจะเข้าไปหาแต่ผลประโยชน์ให้ตัวเอง ยังไงคนเขาก็ดูออก”
โดนไปอีกดอก วายุเริ่มคิดว่าตัวเองอยู่ในสนามมวยแล้วจริง ๆ
“แบบนั้นผมก็ไม่ได้แย่ไปคนเดียวสิครับ เพราะเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว รอดก็รอดด้วยกัน ฉิบหายก็ฉิบหายด้วยกันทั้งคู่”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขออย่างเดียว อย่าให้สองผัวเมียนี่ต่อยกันในรถเป็นพอ!
หญิงสาวพยายามข่มใจไม่ให้โมโหคนข้างกายไปมากกว่านี้ ทั้งเรื่องในอดีต คืนเข้าหอ หนูนาต้องอดทนกับราชสีห์ไปอีกนานแค่ไหน
“แต่งกันยังไม่พ้นสัปดาห์ แหวนแต่งงานไปไหนแล้ว”
“แต่งกันยังไม่พ้นวัน เจ้าบ่าวเพิ่งโล่งหน้าโง่ ๆ มาให้เห็นวันนี้”
มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนมันจะกลับไปราบเรียบดั่งเดิม แหวนหยกที่ปรากฏสีตามความเชื่อถูกนำขึ้นมาสวมใส่ให้ภรรยาบริเวณเรียวนิ้วที่ว่างอยู่อย่างถือวิสาสะ แน่นอนว่าหนูนาอยากจะชักมือกลับ ทว่าอย่างไรเจ้าตัวก็สู้แรงของเขาไม่ได้อยู่ดี จึงจำยอมอย่างไม่มีทางเลือก
“ใส่คู่กับแหวนแต่งงานของเราคงสวยดีนะครับ คุณณีนรา ธรรมดำรงสกุล”
มันไม่ใช่การง้อที่สามีหายไปทำงานโดยไม่บอกกล่าว ทว่าราชสีห์กำลังย้ำเตือนให้หนูนาทราบว่าเธอก็เป็นได้มากสุดคือสมบัติของเขาเช่นที่ผ่านมา
เป็นแค่หนูตัวเล็ก ๆ ที่ต้องยอมวิ่งอยู่ในกรงแก้วของราชสีห์เจ้าป่า จนกว่าจะหมดประโยชน์หรือเขาเบื่อไปก่อน ณีนราคงโดนทิ้งเช่นที่ผ่านมา
และไม่รู้ว่าความคิดของเธอมันส่งผ่านไปถึงเจ้าลูกชายหรือไม่ เวลาต่อมาจึงส่งผลให้ไก่ชนที่วางอยู่บนหน้าตักกระพือปีกบินตบโดนใบหน้าหล่อเหล่า
รวมถึงยังปล่อยมูลสัตว์ใส่รถยนต์คันหรูตอนที่มันแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในบ้านเรือนไทยหลังใหญ่พอดี นั่นทำให้มือขาวรีบคว้าจับเอาไก่ของตัวเอง เปิดประตูแล้ววิ่งลงไปพร้อมกับประโยคว่า
“สมน้ำหน้า ขอให้กลิ่นมันอยู่ไปสามวันแปดวันเลย!”
วายุที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องหัวเราะหรือร้องไห้ก่อน เนื่องจากคุณหนูนาคงจะไม่รู้ว่าสามีของตนเองจะอยู่ที่นี่ด้วย แล้วคนรับกรรมก็เป็นเขาที่ต้องใช้รถคันนี้จนกว่าจะถึงโรงไม้แล้วต้องวนเอาข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาส่งให้เจ้านายอีก
เกิดแต่กับกู!
ให้ไปแย่งกฐินชาวบ้านพอทน ดมขี้ไก่ไปจนถึงโรงไม้พอเลย
ช่วงเย็นคิดว่าจะรอดพ้นจากคนนิสัยเสียแบบนั้นแล้ว เพียงแต่หนูนาคงจะย่ามใจไปหน่อย เพราะตอนนี้เขาไม่ต้องหาเหตุผลมากล่าวอ้างมีความจำเป็นต้องอยู่ค้างภายในบ้านเราแล้ว หมอนั่นยังมีสิทธิ์สามีตามกฎหมายจะมาจะไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้จนน่าเจ็บใจ
หลังรับประทานข้าวเย็นกันเสร็จแล้วแยกย้าย ณีนราจึงหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกับราชสีห์โดยการปลีกวิเวกมาหลบมุมประจำซึ่งสามารถนั่งรับลมในช่วงเข้าใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ทว่าจนแล้วจนรอดนัยน์ตาคู่สวยก็ต้องไปสะดุดกับแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย อยู่บริเวณม้านั่งด้านล่างเข้าพอดี มองไปเห็นแค่สามีตัวเองหนูนาจะไม่ว่าอะไรเลย
แต่ข้างกายชายหนุ่มยังมีร่างเล็ก ๆ ของพี่สาวฝาแฝดตนเองอยู่ด้วย นั่นทำเอาณีนราต้องเหยียดยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเวทนาใจ
ตัวเองพ่ายแพ้พี่เอกราชไปแล้วแท้ ๆ ยังไม่คิดที่จะตัดใจจากพี่สาวฝาแฝดของเธอเลย ชายคนนี้ช่างเหมือนหนูนาไม่มีผิด ขณะนั้นเองเธอก็ได้สบตากับเขาที่หันมองขึ้นมา คงจะด้วยสัญชาตญาณพวกนักล่า ซึ่งมันจะตื่นตัวอยู่เสมอ
และหนูนาก็ไม่ได้คิดที่จะหลบหนีสายตาของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ทว่าก็ไม่อาจจะมองภาพตรงหน้าได้ต่อ จึงเลือกเดินกลับเข้าห้องไปทั้งแบบนั้น
แน่นอนว่าเธอไม่ได้หึงหวง เพราะทราบดีว่าต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะแสร้งทำเป็นคนดีหันมาแต่งกับเธอ สร้างโอกาสให้ตัวเองเอาชนะหัวใจพี่สาวฝาแฝดให้ได้อีกครั้งในตอนที่เอกราชไม่อยู่ อย่างไรมันก็คงจะเปล่าประโยชน์
แสดงว่าราชสีห์ไม่ได้รู้จักพี่สาวเธอเลยแม้แต่น้อยนิด
“ถ้าพี่ณีนรินทร์จะรักคุณ ก็คงจะรักไปนานแล้ว โคตรน่าเวทนา”
ตั้งใจเอ่ยออกมาในตอนที่มีเสียงบานประตูห้องปิดลงอีกครั้ง และทราบดีว่าเป็นใครที่เดินตามตนเองเข้ามาแบบเสียมารยาทเช่นนี้
“พูดแบบนั้นจะไม่เป็นการแทงใจดำตัวเองไปด้วยเหรอครับ”
“จากวันนั้นถึงวันนี้มันผ่านมากี่ปีแล้ว ดูคุณยังมั่นหน้าอยู่ตลอดเวลาไม่หัดดูความเป็นจริงเลย”
“ความเป็นจริง... ที่หมายถึงว่าเด็กดีของแด๊ดยังรู้สึกกับแด๊ดอยู่น่ะเหรอคะ”
“คุณราชสีห์...”
“ยอมเสียสละตัวเองเข้ามาเป็นหมากในกระดาน หรือแท้จริงแล้วทนไม่ไหวตอนต้องเห็นแด๊ดดี้คนนี้ที่สอนหนูตั้งแต่เรื่องบนเตียงยันระบบงานทุกอย่างต้องเดินเข้าวิวาห์กับคนอื่น แถมคน ๆ นั้นยังเป็นพี่สาวตัวเองอีกด้วย”
TBC.