เพลย์บอย 7 | สบประมาท

2166 Words
Cherry Pub เวลา 17.30 น. ประตูผับถูกเปิดออกโดยฝีมือผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มมือใหม่ วสันต์ซึ่งยังอยู่ในชุดสูททำงานถือเป้มีชุดยูนิฟอร์มของร้านอยู่ข้างในเดินดุ่มๆ เข้ามากลางห้อง ซึ่งมีพนักงานหลายคนกำลังนั่งรวมกลุ่มกินข้าวก่อนเวลาเริ่มงาน ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงานของอัลฟา รองประธานหนุ่มก็บึ่งบีเอ็มดับเบิลยูสีมัสตาร์ดคันใหม่เอี่ยมมาที่ร้านอย่างรวดเร็ว เหตุผลหลักก็เนื่องจากกำลังถูกเจ้าของร้านหมายหัวเอาไว้ตั้งแต่รับเข้าทำงาน เขาจึงไม่อยากมาทำงานสายตั้งแต่วันแรก “คุณเรนนี่มาแล้ว!” เสียงของแยมมี่ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว ก่อนที่แคชเชียร์สาวจะพูดกับเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงสดใส “เห็นไหมว่าแยมมี่ไม่ได้โกหก คุณเรนนี่สมัครงานที่นี่จริงๆ” “สวัสดีครับทุกคน เรนนี่เป็นเด็กใหม่ ฝากทุกคนสอนงานด้วยนะครับ” เขาแนะนำตัวอย่างอ่อนน้อม มองว่าทุกคนที่นี่คือรุ่นพี่ในการทำงาน “ได้เลยค่ะ คุณเรนนี่ยังขยันทำให้พวกเราแปลกใจได้เรื่อยๆ เลยนะคะ จากลูกค้าตัวท็อปสู่เพื่อนร่วมงาน” “สีสันชีวิตครับ เรียกเรนนี่เฉยๆ ก็ได้นะครับ ไม่ต้องใส่คุณเคินอะไรให้ลำบาก อยากเป็นคนกันเอง จริงไหมแยมมี่?” ประโยคหลังเขาหันไปของความร่วมมือจากสาวน้อยผมหน้าม้า ซึ่งเธอก็รีบพยักพเยิดเห็นด้วยทันที “อะ อือ แยมมี่อายุยี่สิบเอ็ดค่ะ” “งั้นต้องเรียกน้องสิ เพราะเรนนี่ เอ๊ย! พี่อายุยี่สิบแปดแล้ว” “อะ โอเคค่ะพี่เรนนี่” สาวน่ารักยังคงคอนเซ็ปต์บิดตัวม้วนทุกครั้งที่รู้สึกเขินอายรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของผู้ชายตรงหน้า ในขณะที่คนหยอดกลับหัวเราะไม่คิดอะไรมาก เพราะนี่คืออาการที่เห็นได้บ่อยของคนที่ถูกตนเองโปรยเสน่ห์ใส่ “พี่เรนนี่กินอะไรมาหรือยังคะ วันนี้แม่ครัวมีแกงจืดหมูสับกับไข่เจียว” “ยังเลยครับ พี่ขอไปเปลี่ยนชุดพร้อมทำงานก่อน เดี๋ยวเจ๊มาเห็น พี่จะโดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน” ชายหนุ่มขยิบตาซุกซนให้ จากนั้นจึงเดินไปยังด้านหลังของร้าน ซึ่งเป็นห้องแต่งตัวและเก็บสัมภาระพนักงาน เจ้าของร่างแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงของตนเองออก เปลี่ยนมาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าโพลีเอสเตอร์สีเดียวกันของทางร้านตามกฎ ไม่ลืมจะฉีดน้ำหอมจนหอมฟุ้ง ปิดท้ายด้วยแจ็กเกตสูทของทางร้านสวมทับอีกที วสันต์เช็กทรงผมของตนเองเป็นอย่างสุดท้าย ใช้มูสเสยผมขึ้นเป็นการเปิดหน้าผาก ได้ลุคมีเสน่ห์และเป็นกันเอง หล่อแย่งซีนไอ้เข็มทิศนั่นแน่นอน แถมอย่างอื่นของเขาก็ไม่เท่าเข็มแบบมันด้วย ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อกลับมายังโถงใหญ่ของร้านก็พบเข้ากับเฌอริตา เธอกำลังยืนข้างคนที่เขาเหม็นหน้ามันที่สุดในตอนนี้ “พี่เรนนี่มาแล้วค่ะ แยมมี่กำลังจะไปตามพอดี” แยมมี่ที่หันมาเจอเขาก่อนใครส่งเสียงดัง เห็นดังนั้นวสันต์จึงเดินเข้าไปรวมกลุ่ม “ก็ตามนี้แหละ พี่เข็มทิศจะมาเป็นบาร์เทนเดอร์คนใหม่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานให้ออกมาดีอย่างที่ผ่านมาตลอด สิ้นปีฉันจะพิจารณาโบนัสตามการทำงาน” “ครับ/ค่ะ” เสียงขานรับของพนักงานในร้านขึงขัง ก่อนที่แคชเชียร์สาวจะเอ่ยปากเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา “เจ๊ริต้าจะไม่ให้พี่เรนนี่แนะนำตัวกับพวกเราแบบพี่เข็มทิศบ้างเหรอคะ?” น้ำเสียงสดใสแต่ออกมาไม่ถูกที่ถูกเวลา ทำเอารอยยิ้มของเจ้านายสาวหุบฉับ วันนี้เฌอริตายังคงสวยสะพรั่งด้วยเดรสผ้าซาตินสีเขียวตัดกับผิวขาวเนียนและผมดำขลับ ก็คงสวยมาก ถ้าไม่ติดว่าสีชุดของไอ้คนชื่อเข็มทิศก็เป็นเชิ้ตสีเดียวกันอย่างกับนัดกันมา! คนไม่เคยเกิดความรู้สึกนี้กับใครอย่างเพลย์บอยหนุ่มถึงกับจิ๊ปากเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิต วสันต์มีกฎของตนเองและรักษามาได้ตลอด เขาจะไม่หวงผู้หญิงคนไหนในชีวิต เพราะพวกเธอไม่ใช่ของเขาและเขาไม่ใช่ของใคร ทว่าอาการที่เกิดขึ้นในใจกับคนที่ไม่เป็นอะไรกันตอนนี้ชัดเจนว่าคือ ‘การหวง’ และถ้าเริ่มหวงทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน แปลว่าความฉิบหายเริ่มมาเยือนแล้ว “แนะนำตัวสิคะ ผู้ช่วยพี่เข็มทิศ” เธอเน้นย้ำตำแหน่งของเขาเสียงหนัก ไม่ใช่เพราะเหยียดอาชีพ แต่เจ้าของผับกำลังเยาะเย้ยเรื่องตำแหน่งที่ต้องทำงานใต้การบังคับบัญชาของอีกคน คนถูกถากถางไม่ได้สะเทือนกับคำพูดแค่นั้น ร่างสูงโปร่งเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่าง ‘เธอ’ กับ ‘มัน’ ชนิดที่ว่ายืนเทียบเบ้าหน้ากันจะจะให้ทั้งผับเห็นความแตกต่างทางดีเอ็นเอชัดเจน เขาได้เปรียบทั้งส่วนสูง ผิวพรรณ และโครงหน้า เนื่องจากกิจกรรมที่ออกกำลังกายส่วนมากเป็นในกิจกรรมในร่ม ผิวของวสันต์จึงขาวอย่างลูกคนจีน ทิ้งห่างอีกคนที่ออกซันแทนเล็กน้อย “สวัสดีครับ ผมชื่อวสันต์ วรหิรัญ ทุกคนคงคุ้นเคยกับการเรียกว่าเรนนี่ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกับทุกคนนะครับ” รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมีลักยิ้มประดับเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วจงใจเหล่หางตามองผู้ชายอีกคนที่ตัวสูงน้อยกว่า ก่อนจะหันไปเอียงคอมองเจ้าของร้านสาวกำลังเบิกตาโตด้วยความตกใจกับการแนะนำตัวของเขา จริงสิ... ในใบสมัครงานเขาเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษตามความถนัดว่า ‘Wasun Worahirun’ เฌอริตาคงไม่รู้ว่านามสกุลของเขาอ่านอย่างถูกต้องว่าอย่างไร วรหิรัญ หนึ่งในตระกูลใหญ่ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ในประเทศ เจ้าของอัลฟา เทคโนโลยี คอมเพล็กซ์ที่ได้รับรางวัลการันตีมามากมาย “เจ๊ริต้าอยากให้ผมแนะนำข้อมูลส่วนตัวอะไรเพิ่มไหมครับ น้ำหนัก ส่วนสูง หรือของที่ชอบ” เขาจะได้แนะนำของที่ชอบว่าเป็น ‘เธอ’ “ไม่ค่ะ ที่นี่ไม่ใช่บาร์โฮสต์!” คนถูกด่ากลายๆ เบะปากพยักหน้ายียวน จากนั้นจึงทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนหันมาคุยเล่นกับพนักงานคนอื่นในร้านสร้างความสนิทสนม กระทั่งได้ยินคำเตือนจากปากเจ้านายสาวดังขึ้น “ที่นี่ไม่ได้ห้ามเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่ไม่ใช่ในเวลางาน อย่าให้เรื่องถึงหูฉัน ว่าใครลากลูกค้าไปตอกในห้องน้ำเวลางานเด็ดขาด!” คนถูกพาดพิงวีรกรรมที่ผ่านมาชี้ปลายนิ้วเข้าหาตนเอง ทำหน้าทำตาล้อเลียนประมาณว่า ‘หมายถึงเขาเหรอ’ จนคนตัวเล็กออกมาการหงุดหงิด สะบัดหน้าเดินหนีขึ้นห้องทำงานไม่พูดไม่จา ××× งานวันแรกเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น อาจเพราะลูกค้าของเชอร์รี่ส่วนมากรู้จักเขาดีอยู่แล้ว นอกจากงานผู้ช่วยเล็กน้อยที่ไม่ค่อยเต็มใจทำ วสันต์ยังเอนเตอร์เทนคนที่เข้ามาใช้บริการจนเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกโต๊ะ เขาทำสิ่งที่บาร์เทนเดอร์ไม่ค่อยทำ เดินไปคุยกับทุกโต๊ะ แนะนำเครื่องดื่มถึงที่ เมนูอะไรที่รู้มาจากบอยว่าอร่อย แต่ไม่ค่อยมีคนสั่ง เขายุให้ลองชิมหมด กระทั่งถูกเพื่อนในกลุ่มอย่างเบนซ์ ซึ่งเพิ่งมาถึงเดินเข้ามาทักทายด้วยทีท่าที่เปลี่ยนไป ไหล่ผาย ยืดตัวตรง มองมายังเขาในชุดพนักงานพร้อมกับรอยยิ้ม...ดูถูก “เฮ้ย! ตอนมีคนโทรไปบอกว่ามึงมาเป็นบ๋อยที่นี่กูหัวเราะจนรถเกือบชน ตกอับขนาดไหนถึงได้มาทำงานแบบนี้วะ” ข้อมูลที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักเอ่ยออกมา แต่ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น “มีเหตุผลนิดหน่อย” เขาตอบเพื่อนอย่างไม่คิดมาก พยายามมองข้ามเรื่องที่ผ่านๆ มา เพราะส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจากตัวของเขาเองทั้งนั้น ส่วนเรื่องวิสกี้ขวดละสี่หมื่น เขาก็ไม่คิดจะถามให้เสียความรู้สึกกัน อย่างไรมันก็จบไปแล้ว “หรือที่ช่วงนี้ไม่มีเวลามาเข้ากลุ่มเพราะช็อต?” น้ำเสียงของเบนซ์ยียวนชวนให้คนฟังเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย “งั้นกูให้มึงพิเศษคนเดียวเลยเพื่อน ไม่ดิ... จนแบบนี้เลิกคบกันไปเลยดีกว่า ต่อไปถ้ากูมาไม่ต้องเข้ามาทักนะ อายเขา” ธนบัตรสีเทาถูกหยิบออกมา ก่อนจะสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อบนอกของพนักงานหนุ่มหน้าใหม่ สายตาของเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมเปลือยความรู้สึกออกมาไม่เหลือ หลังจากเข้าใจว่าเขาตอนนี้ไม่มีเงิน ก็ดี คนเราจะรู้เช่นเห็นชาติกันก็ตอนลำบาก วสันต์ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าอะไรทำให้เพื่อนพูดจาทับถมกันทั้งที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ช่วยหนุ่มก็ดึงเงินออกจากกระเป๋าเสื้อมาจูบเบาๆ ส่งยิ้มให้และเดินจากไป ร่างสูงตรงไปยังหน้าร้าน ซึ่งมีบอดีการ์ดคอยตรวจตราความเรียบร้อย หนึ่งในนั้นมีคนปลีกตัวเดินออกไปยืนสูบบุหรี่บริเวณลานจอดรถ รองประธานหนุ่มจึงเดินตามไป “รับจ๊อบพิเศษหรือเปล่า” “อ้าว! คุณเรนนี่ ออกมานอกร้านเดี๋ยวเจ๊ว่าเอานะครับ” “ว่าไง รับไหม? สามพันรู้กันสองคน” แบงก์สีเทาสองใบถูกหยิบออกจากกระเป๋าหนังสีดำรวมกับที่เพิ่งได้จากอดีตเพื่อน “ให้ทำอะไรครับ” “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส สีขาว ทะเบียน1กข 23xx” ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ห่างออกไป “ไปเจาะยางให้หน่อย” “นั่นรถลูกค้านะครับ!” “เพื่อนกัน แค่แกล้งกันเล่นๆ” ดวงตาคมขยิบตา พร้อมกับยัดค่าจ้างใส่ในกระเป๋าเสื้อหน้าอกแบบเดียวกับที่เพิ่งถูกกระทำมา “เรนนี่ไม่พูด พี่ไม่พูด ไม่มีใครรู้” “คะ ครับ!” คนจ้างวานกระตุกยิ้มพึงพอใจ ถือซะว่าส่งท้ายมิตรภาพที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน โชคดีนะมึง! ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มเดินกลับเข้ามาทำงานในร้านตามปกติไร้พิรุธ แถมยังอารมณ์ดีกว่าเดิมเสียอีก คอยแนะนำเครื่องดื่ม ชงให้แขกเปิดไวน์เปิดเหล้าไม่พัก จนต้องเดินเข้าออกห้องเก็บเครื่องดื่มหลายสิบรอบ “ถามอะไรหน่อยสิ เป็นอะไรกับคิมหันต์” จู่ๆ เข็มทิศก็เอ่ยพาดพิงชื่อพี่ชายคนโตของเพลย์บอยหนุ่มขึ้นมา รู้จักพี่ชายของเขา? “น้อง” คำตอบสั้นๆ ได้ใจความ ก่อนจะเดินไปบริการลูกค้าไม่รอฟังอีกคนพูดอะไรต่อ กระทั่งงานวันแรกเสร็จสิ้นลง บริกรทำหน้าที่เก็บโต๊ะ แม่บ้านเร่งทำความสะอาดห้องน้ำและพื้นของผับเตรียมกลับบ้านพักผ่อน ส่วนของบาร์เทนเดอร์หน้าใหม่สองคนก็ช่วยกันเคลียร์ของหลังเคาน์เตอร์บาร์ “ทำงานเก่งนี่” เข็มทิศเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่อีกฝ่ายนอกจากจะไม่ตอบ ยังยักไหล่กวนตีนพลางเขย่ากระบอกชงเครื่องดื่มแล้วเปิดฝาเทมันลงบนแก้วฮูริแกนทรงสูง “ไม่มีคนสั่งแล้วทำทำไม? อยากอวดว่าทำเป็น?” น้ำเสียงและการเยาะเย้ยของเข็มทิศไม่ส่งผลอะไรกับชีวิตของคนตัวสูง ผลไม้สดถูกคีบวางตกแต่งด้านบนสุดของเครื่องดื่มม็อกเทลสีเบบี้พิงก์เป็นอย่างสุดท้าย ไม่ทันที่คนผิวแทนจะพูดจากยั่วยุอะไรต่อ เสียงบอดีการ์ดหน้าร้านก็ดังขึ้น ตามด้วยการที่พนักงานในร้านพากันวิ่งกรูออกไปด้านนอก “มีอะไรเหรอครับ” เข็มทิศกวักมือเรียกบริกรหนุ่มที่วิ่งรั้งท้ายเพื่อนเอาไว้มาเรียกถาม “ลูกค้าเมาแล้วต่อยกับบอดีการ์ดครับ เห็นบอกว่าล้อยางแบนแล้วโมโหอะไรเนี่ยแหละ” คนตอบก็ตอบแบบจับใจความไม่ได้ จากนั้นจึงวิ่งตามเพื่อนออกไปดูเขาตีกันนอกร้าน เข็มทิศเองก็ทิ้งผ้าเช็ดโต๊ะวิ่งไปดู ส่วนคนที่ดูจะรู้อะไรมากที่สุดกลับยืนหัวเราะคนเดียว แล้วนำแก้วม็อกเทลใส่ถาดเดินขึ้นชั้นสาม ทางโล่งเข้าข้างโจรอย่างเขาสุดๆ เพราะแม้แต่คนดูแลหน้าห้องของอาเจ๊เจ้าของร้านก็ยังวิ่งลงไปช่วยคุมสถานการณ์ด้านล่าง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD