บทที่ 3
เดตกับคู่ของตัวเอง
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร แถบนี้จัดวางเป็นศูนย์การค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา อาคารทันสมัยประดับด้วยกระจกใสและป้ายตัวหนังสือสีทองดูโดดเด่น เสียงฝีเท้าของผู้คนปะปนไปกับเสียงพูดคุยทำให้ที่นี่เต็มไปชีวิตชีวา เมื่อก้าวเข้าสู่โถงด้านในและผ่านเครื่องรักษาความปลอดภัยเข้ามา เพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้าส่องแสงสว่างระยิบระยับกระทบลงบนพื้นขัดมันวาว
ร้านแบรนด์เนมระดับโลกตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทาง สินค้าวางขายละลานตาและพนักงานประจำอยู่ภายในร้านของตัวเอง
สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อยืดพิมพ์ลายการ์ตูนน่ารักคู่กับกระโปรงยีนสีน้ำเงินเข้ม ให้ลุคสบาย ๆ และดูผ่อนคลาย รองเท้าผ้าใบสีขาวก้าวไปตามทางเดินพร้อมกับร่างสูงของรุ่นน้องที่เธอนัดมาเจอในวันนี้ ใบหน้ารูปไข่คมสัน ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่น จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนา ผิวสีขาวสุขภาพทำให้เขาดูมีเสน่ห์ เขาสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวก้าวเดินเคียงข้างของเหนือไม่ห่าง
ถัดมาร่างอรชรของเธอผู้มีใบหน้ารูปไข่งดงามประดับด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาล จมูกคมเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป เรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลังตัดกับเอวคอดกิ่วน่าโอบกอด ผิวพรรณขาวอมชมพูของเธอดูมีออร่าทำให้มีชีวิตชีวา ยิ่งเวลาเธอยิ้มสีแก้มนี้ก็จะเข้มขึ้นราวกับถูกแต้มด้วยกลีบกุหลาบอ่อน ๆ
“พี่เหนืออยากดูหนังเรื่องอะไรดีครับ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเอ่ยถามขึ้น เมื่อพวกเขาทั้งคู่เดินมาหยุดด้านหน้าของโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟนีออนสีทองสว่างจ้าโถงกว้างคล้ายกับโรงแรมห้าดาว ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะกวาดมองไปรอบ ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเพลงเหนือจึงหันไปสนใจรุ่นน้องที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ภูมิชอบดูหนังแนวไหน พี่อยากดูหนังผีเรื่องนี้เห็นว่าเป็นภาคสามแล้ว” ริมฝีปากได้รูปขยับบอกพลางเดินไปหยุดตรงหน้าจอ LED ที่กำลังฉายภาพยนตร์ในวันนี้ สายตาสีน้ำตาลคู่นั้นเอาแต่จ้องมองรอบฉายหนังเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
“งั้นดูเรื่องนี้ก็ได้ครับ พี่เหนือเลือกที่นั่งเลยนะเดี๋ยวผมจ่ายเงินเองครับ” ภูมิบอกพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ
“ได้ยังไงเราต้องหารกันคนละครึ่ง เลือกที่นั่งตรงกลางตรงนี้แล้วกันเนอะ” เมื่อว่าจบภูมิทำการจ่ายเงินและได้รับตั๋วหนังออกมาสำหรับสองคน ส่วนภูมิเดินไปซื้อน้ำอัดลมและถังพ็อปคอร์นมาหยุดด้านหน้าของผู้หญิงตัวเล็ก เพลงเหนือคลี่ยิ้มหวานก่อนจะใช้ฝ่ามือหยิบพ็อปคอร์นเข้าปากของตัวเอง
“เราเข้าไปรอกันเลยไหม เหลืออีกไม่กี่นาทีแล้ว”
“เอางั้นก็ได้ครับ” สิ้นสุดคำพูดของเขา จากนั้นพวกเขาจึงเดินเข้าไปด้านในโรงภาพยนตร์และนั่งบนเก้าอี้เพื่อรอภาพยนตร์เริ่มฉาย
ในตอนนี้เองเพลงเหนือทิ้งน้ำหนักตัวนั่งลงบนเก้าอี้จากนั้นถือถังพ็อปคอร์นเอาไว้ในมือ ขณะเดียวกันจอโค้งขนาดยักษ์กำลังฉายภาพโฆษณา บรรยากาศด้านในเต็มไปด้วยความมืดมิดและผู้คนต่างทยอยเข้ามานั่งด้านในอย่างเป็นระเบียบ ไม่นานหนังที่พวกเขาเลือกชมก็เริ่มฉายภาพบนหน้าจอ ฝ่ามือเล็กหยิบพ็อปคอร์นเข้าปากขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้องหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ
แสงไฟในโรงภาพยนตร์ค่อย ๆ ดับลง ความเงียบปกคลุมไปทั่วเหลือเพียงแสงสว่างจากจอภาพขนาดยักษ์จนสะท้อนในแววตาของเหนือ คนตัวเล็กนั่งเกร็งตัวอยู่บนเก้าอี้ตัวสีแดง มือหนึ่งถือถังพ็อปคอร์นส่วนอีกข้างหยิบพ็อปคอร์นใส่ปากตัวเอง
เสียงเอฟเฟกต์ในหนังผีดังกระหึ่มตามด้วยเงาดำเคลื่อนไหววูบวาบบนหน้าจอขนาดใหญ่ ส่งผลให้เหนือสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวคืบคลานเข้ามาปกคลุมร่างกาย ดวงตาคู่โตพยายามเบนหนีจากภาพตรงหน้าจากนั้นเธอจึงยกถึงพ็อปคอร์นขึ้นมาบดบังจอเบื้องหน้า แต่กลับห้ามตัวเองไม่ให้หลับตาลงแถมยังจ้องมองคล้ายกับอยากทดสอบความกล้าของตัวเอง
เมื่อถึงฉากเงียบยิ่งทำให้เหนือยกถังพ็อปคอร์นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ทันไรเสียงกรีดร้องดังระงมทั่วทั้งโรงภาพยนตร์ เพลงเหนือถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อตัวละครน่ากลัวโผล่มาเต็มหน้าจอ ทำเอาคนตัวสูงที่มองภาพนั้นถึงกับอมยิ้มด้วยความพึงพอใจ เหนือรู้สึกตกใจแต่กลับหันไปซบแขนของเขาไม่ได้ เธอจึงต้องหายใจเข้าปอดลึก ๆ และดึงสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว
“กลัวเหรอครับ”
เสียงหนังดังกลบหูทั้งสองข้าง แต่เหนือกลับได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู มือของรุ่นน้องที่นั่งข้าง ๆ เลื่อนลงมาแตะต้นขาของเหนืออย่างไม่ทันตั้งตัว ความตกใจแล่นเข้าสู่ร่างกายทำเอาเธอตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกบนผิวกายทำให้เธอหายใจติดขัด เธอนั่งนิ่งไม่ไหวติงพร้อมกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องเข้าหาเธอในที่แบบนี้ แต่กลับไม่มีใครเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งภูมิลูบไล้เรียวขาของเธอลึกมากเท่าไหร่ เพลงเหนือก็หุบท่อนขาเข้าหากันพร้อมกับปัดมือหนาของรุ่นน้องออกทันที ทุกครั้งที่ผีโผล่มาอย่างกะทันหันเสียงร้องตกใจของผู้คนด้านในดังขึ้น
ดึงความสนใจให้หญิงสาวกลับไปมองหน้าจอขนาดใหญ่ แสงสว่างจ้าจากจอภาพสะท้อนใบหน้าที่ซีดเผือดของเหนือ ดวงตาสั่นระริกคล้ายกับคนจะร้องไห้ ความรู้สึกนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวหนังผีแต่กลายเป็นว่าเธอไม่ไว้ใจผู้ชายข้างกายอีกต่อไป เหนือพยายามเขยิบตัวเองออกห่างจากรุ่นน้อง เธอรู้สึกเหมือนว่าภายในโรงภาพยนตร์เกือบสองชั่วโมงมันยาวนานเสียเหลือเกิน
สองชั่วโมงต่อมาพวกเขาทั้งคู่เดินออกมาจากโรงภาพยนตร์ เพลงเหนือจึงขอตัวกลับเพราะภายในใจของเธอยังรู้สึกหวาดระแวงกับการกระทำของรุ่นน้อง เมื่อคนตัวเล็กโบกมือลาเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งเพื่อกลับไปที่รถของตัวเองทันทีทันใด ไม่ทันที่ภูมิจะถามอะไรต่อเขาก็ยืนมองแผ่นหลังเนียนเลือนหายไปในที่สุด
****
พูดอะไรของมึงขนลุก อยากลองก็ได้ลองแล้วไม่ใช่เหรอ”
“อยากลองกับมึงมากกว่า”