บทที่ 4
รู้สึกยังไงกันแน่
คอนโดมิเนียมหรูเต็มไปด้วยแสงไฟสีเหลืองอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้น ส่องกระทบพื้นลายหินอ่อนกับโซฟาขนฟูสีชมพูหวาน ทำให้ห้องรู้สึกผ่อนคลาย เงาสะท้อนจากหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงส่องประกายระยิบระยับ ต้นไม้สีเขียวในกระถางถูกจัดวางไว้ตรงมุมห้องให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาท่ามกลางบรรยากาศยามกลางคืนอันเงียบสงบ ขณะเดียวกันสตรีรูปร่างเล็กโน้มตัวเข้าหาร่างสูงของมังกร ริมฝีปากบางเม้มเบา ๆ พยายามระงับความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน แก้มเนียนของเหนือแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงคำพูดเหล่านั้นของตัวเอง
“กล้ามากนะนังชะนี กูไม่ใช่ตัวทดลองของมึงค่า” เพื่อนตัวโตเปล่งถ้อยคำตอบด้วยน้ำเสียงคล้ายกับหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ทว่าวินาทีต่อมามังกรพลิกกายหันมาสนใจคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างกัน
แววตาสีดำขลับดูลึกล้ำคู่นั้นจับจ้องดวงหน้ารูปไข่งดงามไร้ซึ่งเครื่องสำอางบนใบหน้า ก่อนที่มังกรจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ สายตาหยาดเยิ้มหรี่ลงมองคนตัวเล็กเพื่อแสดงออกถึงความเอ็นดู ทว่าเหนือกลับตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อเพื่อนตัวโตโน้มตัวไปข้างหน้าเข้าหาเธอ
“ปากดีนักนะ ไม่โดนกูจับทำเมียสักทีไม่เข็ดหรอก”
“ปากดีนะนังชะนี น่าหยิกนม”
“ก็หยิกเลยสิ จะพูดทำไมถ้ามึงไม่กล้า...” ไม่ทันที่เหนือจะพูดจบประโยค ฝ่ามือหนาของเขาก็เลื่อนมาลูบท่อนขาอย่างนุ่มนวลเห็นท่าว่ามือแกร่งลูบไล้ไปตรงนั้นทีตรงนี้ที ความปรารถนายิ่งเพิ่มพูนขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เพียงเท่านี้ก็ทำให้สติของเหนือหลุดลอยไม่เหลือความยับยั้งชั่งใจเผลอตัวแหวกเรียวขาอ้ากว้าง
มือหนาส่งก้านนิ้วกลางไล้วนจุดอ่อนไหวทำเอาริมฝีปากได้รูปเผยอออกจากกันหอบโกยอากาศเข้าปอดลึก ๆ แม้ว่าพวกเขาจะถึงเนื้อถึงตัวตลอดทว่าครั้งนี้มันกลับแตกต่างกันออกไป หน้าท้องแบนราบเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ
“บอกกูไม่กล้าแต่แหกขากว้างเลยนะ” น้ำเสียงนุ่มลึกกระซิบถามข้างใบหู ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่
“อื้อ เอาอีกขออีกนะคะ” เมื่อเห็นว่าดวงหน้าสวยหลับตาพริ้มเพราะกำลังเคลิบเคลิ้มกับการกระทำของเขา ต่อมามังกรจำต้องผละออกจากจุดอ่อนไหวเพราะกลัวว่าแรงดึงดูดจะทำให้เขาไม่อาจหักห้ามความปรารถนาที่ไม่ลดลงตามกาลเวลาได้
“พอแล้วย่ะ กูจะไปอาบน้ำนอนส่วนหล่อนก็ไปนอนได้แล้ว”
“ไม่เอา อย่ามาทำให้อยากแล้วจากไปได้ไหมอีแก่”
“ถ้าอยากก็ไปจัดการตัวเองค่ะ อยากให้กูจับทำไม”
“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคย ไม่กล้าทำเองหรอก”
“แต่กูไม่ได้ชอบผู้หญิงค่ะสาว เพราะงั้นเลิกหวังลม ๆ แล้วก็ไปนอนได้แล้วมันดึกมากแล้ว”
“แล้วมึงไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ หรือว่าแค่จับเพราะกูอยากลอง ตอนจับมึงไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ เหรอ” แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัยจับจ้องดวงหน้าของมังกร ราวกับว่ากำลังคาดเดาคำตอบจากเพื่อนตัวโต
“รู้สึก รู้สึกขนลุกมากค่ะ” มังกรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำจากนั้นจึงหยัดกายขึ้นเต็มความสูง พร้อมกับเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อกลับห้องของตัวเอง
“เออ งั้นก็กลับไปนอนห้องของตัวเองเลยอีแก่!” คนตัวเล็กตะโกนจนสุดเสียง จากนั้นจึงวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
เหนือระบายลมหายใจออกมาพร้อมกับทิ้งตัวนอนลงบนเตียง เธอรู้สึกว่าความพยายามของตนเองนั้นไร้ค่า เหมือนภูเขาที่ทับอยู่ในอกแต่ไม่สามารถสารภาพออกจากปากของตัวเองได้ แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหนือตระหนักเสมอว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ลึก ๆ แล้วก็มีบางครั้งที่เธอรู้สึกมากกว่านั้น
หลายนาทีต่อมาร่างเล็กนอนราบบนเตียงนุ่มของตัวเอง ขณะที่ฝ่ามือบอบบางถือสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อดูสิ่งบันเทิงที่น่าสนใจ เสียงจากหน้าจอดังแว่วมาพร้อมกับมืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมร่างกาย นัยน์ตากลมโตจับจ้องหน้าจอแสงสีฟ้าอย่างไม่กะพริบตาส่วนนิ้วมือเรียวเขี่ยหน้าจอเพื่อชมสิ่งที่น่าสนใจ
“นอนยังชะนีน้อย” โทนเสียงนุ่มลึกของมังกรเอ่ยวาจาถามขึ้นท่ามกลางภายในห้องนอนอันเงียบสงบ เพลงเหนือเลือกที่จะไม่ตอบกลับและสนใจหน้าจอมือถือตรงหน้า ถัดมาร่างสูงของเขาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงจนสัมผัสได้ถึงแรงไหวยุบตามน้ำหนักตัวของเขา
“งอนเหรอคะสาว งอนไรเป็นเมียกูก็ไม่ใช่”
“ทำไมมึงไม่กลับไปนอนห้องมึงอีแก่ ก็ไม่ได้งอนอะไรแค่ไม่อยากคุยด้วย”
“นั่นแหละเรียกว่างอนค่ะสาว ทำมาเป็นขี้น้อยใจอาการมันเป็นยังไงบอกแม่มา”
“มันอึดอัด หรือว่ากูไปซื้อกินให้มันจบ ๆ กูเบื่อตัวเอง”
“ไม่กลัวโรครึไง จะทำอะไรหัดคิดบ้างนังชะนี”
“ก็ถ้าให้กูหาแฟนเองตอนนี้ชาติไหนจะมี เปิดใจให้ใครเข้ามาก็เหมือนเขาจะรุกหนักเกิน เข้าหากูเพราะเรื่องแบบนั้นมากกว่า”
“เรื่องความรักมึงใจร้อนไม่ได้หรอก ไว้เจอคนที่จริงใจความสัมพันธ์มันจะยาวนานเอง” บนเตียงนอนนุ่มส่องสว่างด้วยไฟบนเพดานทว่าเหนือยังคงนอนหันหลังทำหน้างอนใส่เขาอยู่ ใบหน้าบูดบึ้งซบลงบนหมอนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเพื่อนตัวโต
มังกรเห็นอย่างนั้นแล้วจึงเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาแนบชิดพร้อมกับใช้นิ้วซุกซนจี้เข้าที่เอวคอดกิ่วของเพลงเหนือ
“อ๊ะ ฮ่าฮ่าฮ่า อีแก่หยุดนะ!” เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากได้รูป ร่างเล็กของเหนือเกร็งกระตุกพร้อมกับดิ้นหนีไปมาแต่ก็ไม่อาจหลีกพ้นเพราะถูกวงแขนแข็งแรงกักร่างนุ่มเอาไว้ในอ้อมกอด เมื่อเห็นท่าทีของเหนือเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น มังกรยิ่งได้ใจและจั๊กจี้เธอหนักขึ้น ความรู้สึกอัดอั้นก่อนหน้านี้ค่อย ๆ กลายเป็นเสียงหัวเราะร่าเริงของเพลงเหนือ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสุขที่ไม่อาจปิดบัง
จนในที่สุดเหนือหมดเรี่ยวแรงดิ้นจึงนอนหอบหายใจอย่างอิดโรยพร้อมกับพลิกกายหันหลังมาเผชิญหน้า เหนือเอ่ยวาจาขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พอแล้ว มึงเล่นอะไรไม่รู้หัวใจวายตายพอดี”
“หายงอนกูยังชะนีน้อย ถ้ายังไม่หายงอนกูจะจั๊กจี้ต่อ”
“หายแล้ว” รอยยิ้มของเหนือเผยให้เห็นถึงความสุขใจ
“มึงก็รู้ตอนกูนอนคนเดียวชอบฝันร้ายเรื่องเดิม ๆ เพราะงั้นให้กูนอนด้วยดีแล้วค่ะนังชะนี”
“ยังฝันถึงเรื่องเดิม ๆ อยู่อีกเหรอ เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ”
“ไม่รู้สิ เวลาฝันร้ายกูจะสะดุ้งตื่นตลอด”
“โอ๋ ๆ งั้นมานอนซบนมหนูมา มึงจะได้ไม่ต้องคิดมากไง”
“พูดอะไรเดี๋ยวฟ้าก็ผ่าหรอก” มังกรเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก จากนั้นเขาลุกขึ้นไปปิดไฟทุกดวงภายในห้อง พร้อมกับทิ้งน้ำหนักตัวนอนลงบนเตียงอีกครั้ง มือแกร่งดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมหัวไหล่ของตัวเองส่งผลให้คนตัวเล็กเขยิบกายเข้ามาแนบชิดกับเขา
“พรุ่งนี้ไม่อยากตื่นไปสัมมนาเลยค่ะ มันน่าเบื่อยังไงไม่รู้”
“ถ่ายคลิปส่งอาจารย์ได้เงินนะคะหล่อน ไม่เอาหน่อยเหรอ”
“แต่หนูไม่ได้เป็นคนดังนะ ทำยังไงคนถึงจะกดไลก์คลิปหนู”
“ก็จริงอย่างน้อยก็ได้คะแนน มึงเตรียมพรีที่ฝึกงานหรือยัง ต้องผ่านรอบแรกอาจารย์ถึงจะออกหนังสือให้”
“ว่าจะเตรียมอยู่เหมือนกัน กูจะไปฝึกงานที่เดียวกันกับมึงได้ใช่ไหม กูไปทำคอนเทนต์แล้วมึงล่ะ”
“ไปทำกราฟิกไง เรื่องรับรองไม่ต้องห่วงยังไงย่ากูต้องรับเข้าฝึกงานอยู่แล้ว”
“สบายใจหน่อย ตอนแรกคิดไม่ออกเลยว่าจะไปฝึกงานที่ไหนผลงานกูก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก รีบนอนพรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่เช้า”
“อย่าลืมปลุกด้วยนะแม่ เผื่อเวลากูแต่งหน้าด้วย”
“ตลอดเลยนะมึง” สิ้นสุดประโยคเหล่านั้นบรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเพื่อนตัวโตทำให้เพลงเหนือค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ และค่ำคืนนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้มังกรเองก็ภาวนาให้ตัวเองไม่ฝันร้ายซ้ำเดิมอีก
****