ห้องแดง

1280 Words
ขาเรียวสวยก้าวเข้าสู่ทางเดินที่เย็นเฉียบ เธอต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนป้อย ๆ พลางกวาดสายตามองรอบข้างอย่างตื่นตา แอบประหม่าอยู่ในใจจนเนื้อเต้น แต่ก็เก็บซ่อนมันเอาไว้ภายใต้แววตาคู่คม ไม่ให้ผู้จัดการฝ่ายพิเศษได้สังเกตเห็น “เข้าไปได้เลย” ผู้หญิงสูงเพรียวเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องหนึ่ง แล้วทำทีจะเดินออกไป พิกจึงรีบห้ามอีกฝ่ายไว้ “ดะ เดี๋ยวค่ะ” เธอเริ่มแสดงอาการประหม่าออกมาเล็กน้อย จึงเลื่อนมือมาจับกุมกันไว้ที่หน้าตักของตัวเองแทน “ว่าไง” “แล้วเลิกงานกี่ทุ่มคะ” “ถ้านายหัวกลับไปแล้ว เธอก็กลับได้เลย หรือถ้าเธออยากไปไหนต่อ ก็ไปได้เลยนะ” พิกไม่ได้เอะใจกับคำพูดของหญิงตรงหน้า และไม่คิดว่าจะไปไหนต่อด้วย เสร็จจากนี้เธอคงต้องกลับห้องทันที เพราะคาดว่าคงต้องได้ดื่มเป็นเพื่อนนายหัวอยู่หลายแก้ว “ไปเถอะ นายหัวเขาไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา” “ค่ะ” พิกผงกหัวให้เล็กน้อย แล้วมองตามแผ่นหลังของผู้จัดการฝ่ายไปอย่างตาละห้อย แอบรู้สึกกดดันขึ้นมาในใจ ก่อนจะหันมามองที่ลูกบิดประตู “เอาวะ เผื่อฟลุ๊ก” ลมหายใจถูกพ่นออกมาหนัก ๆ เป็นครั้งสุดท้าย ในที่สุดพิกก็เอื้อมมือผลักประตูเข้าไปด้านใน จากนั้นก็เอาตัวเองเหยียบย่างเข้าไปในห้อง ครั้นได้เห็นภายในห้องหรูหรานี้ เธอก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมคนถึงเรียกกันว่าห้องแดง มันเกิดจากการตกแต่งภายในห้องที่ประกอบไปด้วยสีแดงเสียส่วนใหญ่ แถมยังมีบางมุมที่ทาผนังสีแดงสดด้วย ยิ่งปะทะเข้ากับแสงวิบวับภายในห้อง มันยิ่งทำให้สีแดงภายในห้องแสบตายิ่งขึ้น “นั่นไงคะ เด็กใหม่ที่พี่โมไปตาม” สาวสวยที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงหันมาชี้ที่เธอ ก่อนสายตาหลายคู่จะเพ่งมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ภายในห้องนี้มีโต๊ะตัวใหญ่พร้อมกับโซฟาสีแดงวางอยู่ตรงกลางห้อง พิกเห็นว่ามีผู้หญิงประมาณ 5 คน แต่งตัวเหมือนพวกเธอกำลังนั่งล้อมเอาใจผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะค่อย ๆ หันมามองที่พิกด้วยสายตาอันราบเรียบ เพียงแค่สบประสานสายตากัน เขาก็ทำให้เธอใจสั่นแรงยิ่งขึ้น คงเกิดจากการที่นายหัวที่คนอื่นเรียกกันนั้นผิดไปจากที่เธอคิดเอาไว้เยอะ เธอคิดในใจว่ายังไงก็ต้องเป็นชายแก่ผิวเข้มอ้วนลงพุง มือไม้ซุกซนเป็นหนวดปลาหมึกอะไรทำนองนั้น แต่ดูชายตรงหน้าเธอนี่สิ เขาช่างหล่อสะอาดจนละสายตาไม่ลง ผมถูกจัดเซตให้เขาทรง คิ้วหนาเป็นแผง รับกับจมูกโด่ง ดวงตาคมเฉี่ยวอย่างกับเหยี่ยวจ้องอาหาร เขามาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีแดงคลายกระดุมด้านบนออกถึงสามเม็ดโชว์ให้เห็นแผ่นอกแกร่ง แขนเสื้อพับขึ้นทั้งสองข้างโชว์รอยสักทั่วแขนข้างหนึ่ง และกางแกงสแล็กสีดำที่ดูเนี้ยบจากการสั่งตัดพิเศษ โดยรวมแล้วไม่น่าจะอายุถึง 35 ด้วยซ้ำ เขาดูหนุ่มแน่นจนเกินกว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล “มาสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม” เสียงเรียกของหนึ่งในผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างในตะโกนบอก พิกถึงได้หลุดจากภวังค์ รีบก้มหน้าเดินมายังโซฟาที่พวกเขานั่งอยู่ พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธอกำลังถูกเพ่งมองด้วยสายตาคมเข้มของคนที่ได้ชื่อว่านายหัว “ขะ ขอโทษที่มาช้านะคะ” เธอบอกเสียงอึกอัก ไม่มั่นใจว่าควรวางตัวแบบไหน ยิ่งถูกมองอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว เธอยิ่งกลัวว่าจะถูกตำหนิ “มานั่งนี่สิ” ชายกำยำในท่านั่งสบาย ๆ ใช้สายตาเรียกให้เธอเข้าไปนั่งข้าง ๆ เป็นเหตุให้ผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่ก่อนต้องยอมลุกออกไปนั่งอีกฝั่งอย่างจำยอม แล้วให้พิกเข้ามานั่งแทนที่ คนตัวเล็กเริ่มหวั่นใจจนมือไม้เย็นไปหมด ความอึดอัดที่บอกไม่ถูกนี้ทำให้เธอแทบอยากวิ่งหนีออกไปดื้อ ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่พอเห็นสายตากดดันจากอีกฝ่าย เธอก็ต้องยอมทิ้งก้นลงนั่งข้างเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ หมับ! “ชื่ออะไรล่ะเรา ไม่เคยเห็นหน้าเลย” เขาไม่เพียงยื่นหน้าเขามาถาม แต่ยังใช้มือหนา ๆ กระชับเอวบางของพิกเข้าหาตัวอีกด้วย “ชะ ชื่อ เอ่อ...” เธออึกอัก ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รู้ชื่อจริง เพราะการที่ให้ลูกค้ารู้ชื่อ มักจะมีปัญหาตามมาทีหลังเสมอ “หมูกรอบค่ะ” “หมูกรอบ?” เขาย้ำคำพลางเลิกคิ้วสูง อาจเป็นเพราะไม่เคยได้ยินใครตั้งชื่อลูกแปลก ๆ แบบนี้ โชคดีที่ไม่ได้เอะใจอะไร เพียงแค่ใช้ช้อนตักหมูกรอบที่อยู่จานตรงหน้าขึ้นมากิน ราวกับรู้ว่าชื่อของพิกได้จากการที่เธอเหลือบมองเห็นหมูกรอบจานนี้ “ตอนคลอดแม่คงหิวมากเลยเนอะ” เขาเอ่ยติดตลกพลางลูบไล้ปลายนิ้วไปกับช่วงเอวของพิก ที่มีเพียงตาข่ายสีดำบาง ๆ คลุมไว้ “ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ในนี้อยู่กันแบบจอย ๆ ใช่ไหมสาว ๆ” พูดพร้อมกับหันไปถามความคิดเห็นจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้อง แต่ละคนก็รีบประสานเสียงตอบรับพร้อมกับยิ้มร่าออกมาทันที ราวกับว่ามีความสุขกันมาก ต่างจากพิกที่ทำแค่เพียงยิ้มแห้งออกมา เพราะตอนนี้มือของนายหัวเริ่มอยู่ไม่สุข เขาค่อย ๆ เลื่อนสัมผัสลงมายังต้นขาของเธอ ก่อนจะลูบขึ้นลงเหมือนอยากเชยชมจะแย่ “เบื่อ ๆ แบบนี้ เล่นเกมกันหน่อยดีไหม” “ดีค่ะ ลินชอบเล่นเกม” สาวสวยหุ่นนางแบบตบมือชอบใจ เช่นเดียวกับทุกคนในห้องที่ดูกระตือรือร้นกันมาก ต่างจากพิกที่เอาแต่ยิ้มเจื่อน เธอคงไม่เหมาะกับงานเอนเตอร์เทนจริง ๆ นั่นแหละ “กติกามีแค่สามข้อ” นายหัวคลายมือออกจากต้นขาของพิก ทำให้เธอหายใจโล่งขึ้นมาบ้าง ก่อนที่เขาจะหยิบเอาเหล้าสีใสขวดหนึ่งขึ้นมาเทใส่แก้วใบเล็กที่เรียงอยู่ด้านหน้าถึงยี่สิบใบ “ข้อหนึ่ง... ถ้ากินหมดทั้ง 20 แก้ว ก่อน 30 นาที โดยไม่น็อก ไม่อ้วก ไม่ยอมแพ้ก่อน เอาไปเลยสามแสน” “โห” “...” ดวงตาที่เคล้าความกังวลก่อนหน้าแทบจะเหือดหาย เหลือเพียงประกายวาบวับในแววตาของพิก เธอได้ยินไม่ผิดแน่ มันคือเงินสามแสนที่เขาเสนอ ดูเหมือนงานนี้จะง่ายสำหรับเธอมาก จนกระทั่งได้ยินกติกาข้อที่สอง “ข้อสอง... ถ้าทำไม่ได้ คืนนี้ต้องไปต่อกับฉันที่คอนโด” เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาว ๆ ไม่ได้แสดงออกว่าหวั่นใจเลย คงมีแค่พิกที่เริ่มแสดงอาการสั่นไหวในอก เธอเข้าใจดีว่าการไปต่อกับแขกที่นายหัวหมายถึงคืออะไร “และข้อสุดท้าย...” นายหัวเริ่มหันมามองที่พิกก่อนจะยื่นเหล้าแก้วแรกส่งให้เธอ ท่ามกลางความมึนงง แต่พิกก็รับมาถือเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียโอกาส “คนที่มีสิทธิ์ได้เล่นเกมนี้ คือหมูกรอบคนเดียวเท่านั้น” “...”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD