ขาเรียวสวยก้าวเข้าสู่ทางเดินที่เย็นเฉียบ เธอต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนป้อย ๆ พลางกวาดสายตามองรอบข้างอย่างตื่นตา
แอบประหม่าอยู่ในใจจนเนื้อเต้น แต่ก็เก็บซ่อนมันเอาไว้ภายใต้แววตาคู่คม ไม่ให้ผู้จัดการฝ่ายพิเศษได้สังเกตเห็น
“เข้าไปได้เลย”
ผู้หญิงสูงเพรียวเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องหนึ่ง แล้วทำทีจะเดินออกไป พิกจึงรีบห้ามอีกฝ่ายไว้
“ดะ เดี๋ยวค่ะ”
เธอเริ่มแสดงอาการประหม่าออกมาเล็กน้อย จึงเลื่อนมือมาจับกุมกันไว้ที่หน้าตักของตัวเองแทน
“ว่าไง”
“แล้วเลิกงานกี่ทุ่มคะ”
“ถ้านายหัวกลับไปแล้ว เธอก็กลับได้เลย หรือถ้าเธออยากไปไหนต่อ ก็ไปได้เลยนะ”
พิกไม่ได้เอะใจกับคำพูดของหญิงตรงหน้า และไม่คิดว่าจะไปไหนต่อด้วย เสร็จจากนี้เธอคงต้องกลับห้องทันที เพราะคาดว่าคงต้องได้ดื่มเป็นเพื่อนนายหัวอยู่หลายแก้ว
“ไปเถอะ นายหัวเขาไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา”
“ค่ะ”
พิกผงกหัวให้เล็กน้อย แล้วมองตามแผ่นหลังของผู้จัดการฝ่ายไปอย่างตาละห้อย แอบรู้สึกกดดันขึ้นมาในใจ ก่อนจะหันมามองที่ลูกบิดประตู
“เอาวะ เผื่อฟลุ๊ก”
ลมหายใจถูกพ่นออกมาหนัก ๆ เป็นครั้งสุดท้าย ในที่สุดพิกก็เอื้อมมือผลักประตูเข้าไปด้านใน จากนั้นก็เอาตัวเองเหยียบย่างเข้าไปในห้อง
ครั้นได้เห็นภายในห้องหรูหรานี้ เธอก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมคนถึงเรียกกันว่าห้องแดง มันเกิดจากการตกแต่งภายในห้องที่ประกอบไปด้วยสีแดงเสียส่วนใหญ่ แถมยังมีบางมุมที่ทาผนังสีแดงสดด้วย ยิ่งปะทะเข้ากับแสงวิบวับภายในห้อง มันยิ่งทำให้สีแดงภายในห้องแสบตายิ่งขึ้น
“นั่นไงคะ เด็กใหม่ที่พี่โมไปตาม”
สาวสวยที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงหันมาชี้ที่เธอ ก่อนสายตาหลายคู่จะเพ่งมองมาที่เธอเป็นตาเดียว
ภายในห้องนี้มีโต๊ะตัวใหญ่พร้อมกับโซฟาสีแดงวางอยู่ตรงกลางห้อง พิกเห็นว่ามีผู้หญิงประมาณ 5 คน แต่งตัวเหมือนพวกเธอกำลังนั่งล้อมเอาใจผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะค่อย ๆ หันมามองที่พิกด้วยสายตาอันราบเรียบ
เพียงแค่สบประสานสายตากัน เขาก็ทำให้เธอใจสั่นแรงยิ่งขึ้น คงเกิดจากการที่นายหัวที่คนอื่นเรียกกันนั้นผิดไปจากที่เธอคิดเอาไว้เยอะ
เธอคิดในใจว่ายังไงก็ต้องเป็นชายแก่ผิวเข้มอ้วนลงพุง มือไม้ซุกซนเป็นหนวดปลาหมึกอะไรทำนองนั้น
แต่ดูชายตรงหน้าเธอนี่สิ เขาช่างหล่อสะอาดจนละสายตาไม่ลง ผมถูกจัดเซตให้เขาทรง คิ้วหนาเป็นแผง รับกับจมูกโด่ง ดวงตาคมเฉี่ยวอย่างกับเหยี่ยวจ้องอาหาร เขามาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีแดงคลายกระดุมด้านบนออกถึงสามเม็ดโชว์ให้เห็นแผ่นอกแกร่ง แขนเสื้อพับขึ้นทั้งสองข้างโชว์รอยสักทั่วแขนข้างหนึ่ง และกางแกงสแล็กสีดำที่ดูเนี้ยบจากการสั่งตัดพิเศษ
โดยรวมแล้วไม่น่าจะอายุถึง 35 ด้วยซ้ำ เขาดูหนุ่มแน่นจนเกินกว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล
“มาสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม”
เสียงเรียกของหนึ่งในผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างในตะโกนบอก พิกถึงได้หลุดจากภวังค์ รีบก้มหน้าเดินมายังโซฟาที่พวกเขานั่งอยู่ พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธอกำลังถูกเพ่งมองด้วยสายตาคมเข้มของคนที่ได้ชื่อว่านายหัว
“ขะ ขอโทษที่มาช้านะคะ”
เธอบอกเสียงอึกอัก ไม่มั่นใจว่าควรวางตัวแบบไหน ยิ่งถูกมองอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว เธอยิ่งกลัวว่าจะถูกตำหนิ
“มานั่งนี่สิ”
ชายกำยำในท่านั่งสบาย ๆ ใช้สายตาเรียกให้เธอเข้าไปนั่งข้าง ๆ เป็นเหตุให้ผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่ก่อนต้องยอมลุกออกไปนั่งอีกฝั่งอย่างจำยอม แล้วให้พิกเข้ามานั่งแทนที่
คนตัวเล็กเริ่มหวั่นใจจนมือไม้เย็นไปหมด ความอึดอัดที่บอกไม่ถูกนี้ทำให้เธอแทบอยากวิ่งหนีออกไปดื้อ ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่พอเห็นสายตากดดันจากอีกฝ่าย เธอก็ต้องยอมทิ้งก้นลงนั่งข้างเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หมับ!
“ชื่ออะไรล่ะเรา ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
เขาไม่เพียงยื่นหน้าเขามาถาม แต่ยังใช้มือหนา ๆ กระชับเอวบางของพิกเข้าหาตัวอีกด้วย
“ชะ ชื่อ เอ่อ...”
เธออึกอัก ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รู้ชื่อจริง เพราะการที่ให้ลูกค้ารู้ชื่อ มักจะมีปัญหาตามมาทีหลังเสมอ
“หมูกรอบค่ะ”
“หมูกรอบ?”
เขาย้ำคำพลางเลิกคิ้วสูง อาจเป็นเพราะไม่เคยได้ยินใครตั้งชื่อลูกแปลก ๆ แบบนี้ โชคดีที่ไม่ได้เอะใจอะไร เพียงแค่ใช้ช้อนตักหมูกรอบที่อยู่จานตรงหน้าขึ้นมากิน ราวกับรู้ว่าชื่อของพิกได้จากการที่เธอเหลือบมองเห็นหมูกรอบจานนี้
“ตอนคลอดแม่คงหิวมากเลยเนอะ”
เขาเอ่ยติดตลกพลางลูบไล้ปลายนิ้วไปกับช่วงเอวของพิก ที่มีเพียงตาข่ายสีดำบาง ๆ คลุมไว้
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ในนี้อยู่กันแบบจอย ๆ ใช่ไหมสาว ๆ”
พูดพร้อมกับหันไปถามความคิดเห็นจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้อง แต่ละคนก็รีบประสานเสียงตอบรับพร้อมกับยิ้มร่าออกมาทันที ราวกับว่ามีความสุขกันมาก ต่างจากพิกที่ทำแค่เพียงยิ้มแห้งออกมา เพราะตอนนี้มือของนายหัวเริ่มอยู่ไม่สุข เขาค่อย ๆ เลื่อนสัมผัสลงมายังต้นขาของเธอ ก่อนจะลูบขึ้นลงเหมือนอยากเชยชมจะแย่
“เบื่อ ๆ แบบนี้ เล่นเกมกันหน่อยดีไหม”
“ดีค่ะ ลินชอบเล่นเกม”
สาวสวยหุ่นนางแบบตบมือชอบใจ เช่นเดียวกับทุกคนในห้องที่ดูกระตือรือร้นกันมาก ต่างจากพิกที่เอาแต่ยิ้มเจื่อน เธอคงไม่เหมาะกับงานเอนเตอร์เทนจริง ๆ นั่นแหละ
“กติกามีแค่สามข้อ”
นายหัวคลายมือออกจากต้นขาของพิก ทำให้เธอหายใจโล่งขึ้นมาบ้าง ก่อนที่เขาจะหยิบเอาเหล้าสีใสขวดหนึ่งขึ้นมาเทใส่แก้วใบเล็กที่เรียงอยู่ด้านหน้าถึงยี่สิบใบ
“ข้อหนึ่ง... ถ้ากินหมดทั้ง 20 แก้ว ก่อน 30 นาที โดยไม่น็อก ไม่อ้วก ไม่ยอมแพ้ก่อน เอาไปเลยสามแสน”
“โห”
“...”
ดวงตาที่เคล้าความกังวลก่อนหน้าแทบจะเหือดหาย เหลือเพียงประกายวาบวับในแววตาของพิก เธอได้ยินไม่ผิดแน่ มันคือเงินสามแสนที่เขาเสนอ ดูเหมือนงานนี้จะง่ายสำหรับเธอมาก จนกระทั่งได้ยินกติกาข้อที่สอง
“ข้อสอง... ถ้าทำไม่ได้ คืนนี้ต้องไปต่อกับฉันที่คอนโด”
เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาว ๆ ไม่ได้แสดงออกว่าหวั่นใจเลย คงมีแค่พิกที่เริ่มแสดงอาการสั่นไหวในอก เธอเข้าใจดีว่าการไปต่อกับแขกที่นายหัวหมายถึงคืออะไร
“และข้อสุดท้าย...”
นายหัวเริ่มหันมามองที่พิกก่อนจะยื่นเหล้าแก้วแรกส่งให้เธอ ท่ามกลางความมึนงง แต่พิกก็รับมาถือเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียโอกาส
“คนที่มีสิทธิ์ได้เล่นเกมนี้ คือหมูกรอบคนเดียวเท่านั้น”
“...”