วอดก้าชนิดแรงที่สามารถล้มช้างได้ ตอนนี้สามารถล้มผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพิกได้สำเร็จ เธอแทบไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกับความเฮงซวยที่ก่อเอาไว้เลย ทว่ายิ่งพยายามหนี มันก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้หลุดพ้น
คนตัวเล็กที่กำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์อันหนานุ่มปรือตาขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางแสงสีนวลของโคมไฟสาดส่อง เธอกะพริบตาถี่ขึ้นเพื่อปรับม่านตา ก่อนจะนิ่งค้างไปกับเพดานห้องที่ไม่คุ้นชิน
ใบหน้าเรียบเฉยเต็มไปด้วยความงุนงง เธอเริ่มเลื่อนสายตากวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะดึงร่างอันหนักอึ้งของตัวเองขึ้นมานั่ง
“ซี้ดดด! ปวดหัวฉิบหาย”
พิกยกมือขึ้นกุมที่ขมับ รับรู้ได้ว่าเส้นเลือดในบริเวณนี้กำลังเต้นอย่างแรง แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้มีบางสิ่งที่เธออยากหาคำตอบ นั่นคือ... ที่นี่คือที่ไหน
เธอจำได้ว่าภาพสุดท้ายคือตัวเองกำลังอ้วกออกมาเปรอะเปื้อนไปหมด ความโกลาหลปกคลุมทั่วห้องแดงทันทีหลังจากที่เธอทำเรื่อง ก่อนที่ภาพจะตัดมาอยู่ที่นี่
“เฮ้ย แล้วนี่... ชุดใคร”
พิกเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเปิดผ้าห่มขึ้นแล้วพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังสวมใส่เสื้อยืดสีดำตัวใหญ่คลุมไปถึงต้นขา และที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือท่อนบนของเธอไม่มีเสื้อชั้นใน น่าจะเกิดจากการที่เธออาเจียนออกมาทำให้เลอะไปถึงส่วนนั้น จึงจำเป็นต้องถอดออก แต่กางเกงในนี่สิ... ถอดทำไม
“นี่ฉันโดนเปิดซิงแล้วเหรอ”
มือเล็กคว้าหมับเข้ากลางหว่างขาอย่างลนลาน คลำ ๆ ดูครู่หนึ่งก็ไม่พบกับความผิดปกติใด ๆ รองขมิบช่วงล่างก็ไม่รู้สึกเจ็บ มันเป็นไปได้ยังไงกัน
“หรือไอ้นายหัวนั่นจะก*******วเล็กจนไม่รู้สึกเลย”
เธอเริ่มเดาไปต่าง ๆ นานา สายตาก็กลอกล่อกแล่กสำรวจไปทั่วห้อง หรูหราขนาดนี้คงจะเป็นคอนโดของไอ้นายหัวนั่นสินะ น่าเสียดายที่เธอพลาดเงินสามแสนไปแค่นิดเดียว
“เฮ้ออ”
คิดแล้วก็เซ็งไม่หาย เธอใช้มือลูบหน้าลูบตาลวก ๆ พบว่าตอนนี้ไม่มีเครื่องสำอางอยู่เลย ใครบางคนน่าจะเช็ดออกหมด แต่เธอไม่ได้กังวลในข้อนี้ เพราะหน้าสดของเธอไม่ได้แย่
“เงินก็ไม่ได้ แถมมาเสียตัว ใครมันจะบัดซบได้เท่านี้อีกวะ”
เธอเริ่มตัดพ้อกับโชคชะตา รู้สึกเวทนาตัวเองจับใจ อยากตายไปให้รู้แล้วรู้รอดเพื่อหนีความเฮงซวยนี้ โดยไม่รู้เลยว่ายังมีความเฮงซวยมากกว่านี้รออยู่
แกรก
“ฟื้นแล้วเหรอ”
“...”
พิกรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมช่วงล่างไว้ทันทีตอนที่ประตูถูกผลักเข้ามา และพบว่าเป็นเจ้าของห้องที่อยู่ในชุดตัวใหม่ เขาใส่เพียงเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนเอวต่ำด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่ทำไมมันกลับดูดีอย่างบอกไม่ถูก
“นะ นายหัวพาฉันมาที่นี่เหรอคะ”
“อืม ตัวหนักสมชื่อเลยนะ”
เขาไม่ได้หันมามองเธอโดยตรง เพียงแค่เดินไปถอดเข็มขัดห้อยไว้บนขอบเก้าอี้ จากนั้นก็เลื่อนมาปลดนาฬิกาสีน้ำเงินเรือนแพงออกไปจากข้อมือด้านซ้าย
“แล้ว... ฉันกลับบ้านได้เลยไหมคะ”
คนที่หน้ากระจกหันมามองเธอทันทีพร้อมกับเลิกคิ้ว นั่นทำให้เธอรู้สึกประหม่า เกรงว่าจะเผลอพูดอะไรผิด
“ฉันไม่ได้ใจดีแบกเธอกลับมา แล้วให้แม่บ้านมาล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอฟรี ๆ หรอกนะคนสวย”
เธอก็คิดเอาไว้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนดี ไม่เช่นนั้นมีอำนาจตั้งแต่อายุเท่านี้ไม่ได้หรอก
“ในเมื่อเธอแพ้ เธอก็ต้องทำตามกติกา”
เขาย้ำคำเสียงหนัก ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาชิดขอบเตียงที่พิกกำลังนั่งอยู่
“นายหัวยังไม่ทำ เอ่อ... ฉันนึกว่าตอนฉันหลับ นายหัวทำทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเสียอีก”
มือเล็กเริ่มกระชับผ้าห่มแน่น ยิ่งเขามองเธออย่างกับจะกลืนกิน ใจของเธอก็ยิ่งเต้นโครมครามอย่างหนักหน่วง มันเต้นแรงจนเจ็บระบมไปทั่วอกแล้ว
“หึ ทำตอนหลับมันจะไปสนุกอะไรล่ะ”
เขายิ้มขำก่อนจะกระชากผ้าห่มของเธอออก เป็นเหตุให้พิกอุทานลั่น รีบถอยหลังกรูดด้วยความกลัว ทว่ากลับถูกดึงรั้งต้นขาลงมาอย่างไม่ปรานี
“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ ใจเย็น ๆ”
พิกหายใจติดขัดพลันยกมือขึ้นเสยผมหลับตาพริ้มเพื่อเรียกสติ ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ยอมคลายมือออกไปจากข้อเท้าของเธอเลย
“นายหัวจะไม่อนุโลมให้หน่อยเหรอคะ ฉันอุตส่าห์ดื่มมาจนถึงแก้วสุดท้ายเลย”
เธอต่อรองเสียงสั่นเครือ แววตาเว้าวอนกำลังทอดมองไปยังชายตรงหน้าที่น่าเกรงขาม
“เคารพกติกาหน่อยสิ จะเหลืออีกกี่แก้วมันไม่สำคัญ จุดสำคัญมันอยู่ที่ว่าเธอแพ้หรือว่าชนะต่างหาก”
พึ่บ!
ขาเรียวถูกจับให้ถ่างออก แต่พิกก็มือไวรีบดึงชายเสื้อปกปิดส่วนกลางลำตัวอย่างรวดเร็ว ถึงแม้รู้ว่าทำได้เพียงแค่ยื้อเวลา แต่มันก็ดีกว่ายอมให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการไปเฉย ๆ โดยที่เธอไม่ทำอะไรเลย
“ต่อต้านแบบนี้ อยากเล่นบทโหดกับฉันหรือไง”
“ปะ เปล่า”
“แต่ฉันอยากเล่น”
เขากระตุกยิ้มก่อนจะลุกเดินออกไปจากเตียง พิกเริ่มหายใจหายคอโล่งขึ้นมา แต่ก็ต้องอกสั่นขวัญหนีไปอีกรอบตอนที่เขาเดินไปหยิบของบนตู้เสื้อผ้า แล้วเดินกลับมาพร้อมเชือกหนึ่งเส้นและอุปกรณ์บางอย่างในมือ เธอเห็นก็รู้ทันทีว่ามันคืออุปกรณ์เซ็กซ์ทอย
ไอ้นายหัวหื่นกาม ไอ้บ้า ไอ้หื่นกาม ไอ้ทุเรศ!
เธอก่นด่าเขาในใจอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่เริ่มกลอกตามองหาหนทางหลบหนี ทว่ามันกลับไม่มีทางออกเลย
“เด็กดื้อต้องโดนลงโทษ เข้าใจไหมครับ”
“ถะ ถ้าจะเล่นแบบนี้ก็ต้องจ่าย!”
เธอโพล่งออกมาอย่างไม่มีอะไรจะเสีย ไหน ๆ คืนนี้ก็ต้องเสียตัวอยู่แล้ว ขูดเงินมันซะเลย
“หึ จ่ายเหรอ แต่ฉันทำตามกติกา”
“ถ้าทำตามกติกาก็จะได้แค่ธรรมดาค่ะ แต่ถ้า... นายหัวอยากได้แบบถึงใจ ก็ต้องจ่ายเพิ่ม”
เธอต่อรองสีหน้าจริงจังขึ้น นายหัวถึงได้ยอมนิ่งฟังข้อเสนอของเธอ
“แล้วอยากได้เท่าไหร่”
“แปดหมื่นค่ะ”
“เยอะไป กับคนอื่นฉันไม่เห็นต้องจ่ายเพิ่มด้วยซ้ำ”
เขาไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะดึงเชือกขึ้นมาในท่าเตรียมมัด เธอจึงรีบปรามอีกรอบ
“ตะ แต่ฉันไม่เคยผ่านมือใครมาเลย ของซิงก็ควรจะจ่ายเพิ่มหรือเปล่า”
ชายร่างกำยำนิ่งไปพักหนึ่งราวกับกำลังประมวลอะไรบางอย่างอยู่ ในที่สุดก็คร่อมทับลงมาพร้อมกับเท้าแขนล็อกตัวพิกเอาไว้หลวม ๆ จนได้ยินเสียงหายใจอันติดขัดของเธอ
“มั่นใจนะว่ายังซิง”
“ค่ะ”
พิกพยักหน้าระรัวเหมือนเห็นแสงแห่งความหวัง เธอพยายามเดาสายตาของชายตรงหน้าว่าคิดอะไรอยู่ แต่เขาเหมือนคนลึกลับที่ไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย แววตานิ่งสงบเหมือนไม่คิดอะไร แต่การกระทำของเขากลับทำให้เธออึ้งไปอยู่หลายรอบ
“งั้นขอเช็กของก่อน”