บทที่ 3
CCN Company
ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูหวาน คิ้วโค้งสวยใบหน้าหวานแต่งแต้มจัดเต็มดวงตากลมโตสีดำจ้องมองรูปปั้นม้าสีทองเบื้องหน้า ผ่อนคลายกับเก้าอี้ประธานบริษัทสองแขนเรียวขนาบข้างกับพนักพิง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับคำพูดเอ่ยทักทายจากชายหนุ่มร่างสูง
“อะไรทำให้เนียอยากเข้าบริษัทครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นพลันคนตัวเล็กหมุนเก้าอี้หนังสีดำราคาแพงกลับไปประจันหน้ากับเขา คาร์เตอร์สวมชุดสูทสีน้ำตาลเข้มดูภูมิฐานหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นเขากลับมาที่ห้องทำงานตัวเองโดยเร็ว เมื่อรู้ว่ามีคนรออยู่
คนนั่งอยู่สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ระดับแบรนด์เนมสุดหรูหรา เรือนผมสีไวน์แดงดัดลอนสวยเงางามต่างหูประกายแวววับ ท่อนขายกขึ้นไขว่ห้างกอดอกเชิดหน้ามองอีกคนอย่างเย่อหยิ่ง
“ก็มาหาตำแหน่งงานไว้มั้งคะ”
“พี่สาวเนียก็หางานอยู่ สนใจมาเป็นเลขาหน้าห้องของเตอร์ไหม”
ยกมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง พลางส่งสายตาทอดมองมายังผู้หญิงตัวเล็กตั้งแต่เรียนจบมาการทำงานไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยแม้แต่น้อย ยังอยากใช้ชีวิตสนุกเที่ยวไปวันๆ เสียมากกว่า
ฉันอยากจะเที่ยวทั่วประเทศไทยให้หมดก่อน ค่อยคิดเรื่องงานทีหลังคนอย่างฉันจะไม่มีวันต้องลำบากหรอกนะอย่างน้อยเรียนจบมาก็มีงานสบายๆ รองรับอย่างคาร์เตอร์เขาก็เสนอตำแหน่งเลขาให้ฉันเชียว งานสบายแบบนี้ใครมันจะไม่สนว่าไหม
“ไม่เอา เนียยังอยากเที่ยวอยู่เลย”
“เที่ยวก่อนก็ได้ แต่มาทำงานกับเตอร์ไม่ต้องทำอะไรเลยนะสบายมาก”
“เอาไว้คิดก่อนนะ”
“เตอร์จะรอฟังคำตอบนะ”
“เราไปทานข้าวกันเถอะ หิวแล้ว” ฉันเอ่ยปากชวนเขาออกไปทานข้าวด้านนอก เนื่องจากว่าเวลานี้ก็เย็นมากแล้วคงจะถึงเวลาเลิกงานของใครหลายๆ คน อยู่ที่ห้องมันเบื่อฉันเลยแต่งตัวสวยมาหาคาร์เตอร์ที่บริษัท
หญิงสาวเคลื่อนขึ้นมาจากท่านั่ง รองเท้าส้นสูงก้าวมาหยุดด้านข้างของคาร์เตอร์ เธอระบายยิ้มหวานก้าวเท้าออกจากห้องพร้อมควงแขนอีกคน สายตาทุกคู่จับจ้องมายังพวกเขาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
3ชั่วโมงต่อมา
รถยนต์หรูคันสีดำแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโด จากนั้นหญิงสาวเปิดประตูก้าวลงจากรถเท้าสวมส้นสูงหยุดตรงด้านหน้าของรถยนต์คันนี้มองตามการขยับเขยื้อนร่างกายชายหนุ่ม ใบหน้างดงามระบายยิ้มอ่อนโยนมือเรียวสองข้างกำกระเป๋าหนังราคาแพงแน่น พลางส่งสายตามองไปรอบข้าง นัยน์ตาสีนิลเหลือบเห็นอีกคนยืนรออยู่ไม่ไกลมาก
“เอาไว้เจอกันใหม่นะ แต่จริงๆ เตอร์อยากเจอเนียทุกวัน”
“เตอร์เอาแต่ทำงาน มีเวลาว่างด้วยเหรอ” กลีบปากนุ่มขยับบอกกล่าวคนด้านข้าง มือเดียวยกขึ้นมาจับแก้มเนียนข้างหนึ่งของเธอ การกระทำทุกอย่างถูกทอดมองโดยสายตาคมคาย เขากัดฟันกรอดมือกำหมัดแน่น ไม่สามารถเดินเข้ามาห้ามได้จึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกลๆ
“ไปพักผ่อนเถอะ”
“เตอร์ขับรถดีๆ นะ”
บอกลาคนตัวสูงแล้วจึงเดินตรงไปยังประตูทางเข้า เธอทำเหมือนว่ามองไม่เห็นอีกคนที่รออยู่ก่อนหน้า พระรามเอ่ยทักทายขึ้นทำให้ร่างกายของนาเนียหยุดชะงัก หญิงสาวสวมชุดสีเดียวกันเรือนผมสีไวน์แดงหันหน้ามาทางเขา ทำให้คนที่เสียอาการเป็นอย่างมากคือเขา
“นาเนีย”
“นายมาทำไมอีก”
ดวงตากลมโตมองดูผู้ชายล่ำสันสลับกับรถยนต์ยี่ห้อธรรมดาของเขา มือแกร่งสองข้างไม่ปล่อยให้ว่างพระรามก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะยื่นถุงกระดาษสีขาวพร้อมกับดอกกุหลาบสีชมพูจำนวนสองดอกมาให้คนตัวเล็ก ความตั้งใจหลังจากเลิกงานชายหนุ่มตรงมาหาเธอที่คอนโดโดยเร็ว ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอตั้งแต่ลานจอดรถ
“เอาขนมมาฝาก จากร้านแม่ผมเลยนะ”
“แค่ดอกไม้กับขนมเนี่ยนะ นายคิดว่าของพวกเนี่ยมันราคาเท่าไหร่กันเชียว” แม้เธอจะเอ่ยปากคล้ายไม่ชอบสักเท่าไหร่ แต่มือบอบบางก็รับข้าวของทั้งหมดไปถือไว้
“เธอไม่ชอบเหรอ”
“ผู้หญิงอย่างฉันเนี่ย ชอบของแบรนด์เนม เครื่องสำอางแพงๆ”
นาเนียก้มลงไปมองข้างในถุงกระดาษขนมปังหน้าตาน่าทานเธอจึงแอบอมยิ้มเล็กน้อย ร่างบางเชิดหน้าขึ้นมาสบตากับเขาดวงตาคู่สวยปะทะกับดวงหน้าเกลี้ยงเกลา รู้ตัวในทันทีว่าพระรามมองการกระทำแทบไม่ละสายตาไปไหน ริมฝีปากรูปกระจับเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
“เอาไว้วันหลังผมจะซื้อมาฝากนะ วันนี้ไปนั่งรถเล่นกันไหม”
“อย่างนายเนี่ยเหรอ แล้วอีกอย่างฉันไม่อยากนั่งหรอกรถราคาไม่ถึงล้าน”
เอ่ยถ้อยคำปฏิเสธออกไปเสียงแข็ง ฝ่ามือหนาเอื้อมมาจับแก้มเนียนสองข้าง สองตาจับจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ร่างของคนตัวสูงโน้มลงมาใกล้ชิดทำให้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่กี่เซน สัมผัสลมหายใจแผ่วเบากระทบหน้าหวานนาเนียถึงต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นิ้วหัวแม่มือออกแรงถูโหนกแก้มสองข้างอ่อนโยน
“อย่าให้ใครจับอีกนะ”
“มีสิทธิ์อะไรในตัวฉัน เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ฟังเสียงหวานตอบคำทีละคำพูดทีละประโยค พระรามจับจ้องแววตาทอประกายสีนิลคู่นั้น เอ่ยปากห้ามทั้งที่เราสองคนยังไม่มีสถานะกันเนี่ยนะ
“รู้ไหมโคตรหวงเธอเลยเวลาอยู่กับคนอื่น”
“คนอื่นที่ไหน นั่นเพื่อนฉัน”
คาร์เตอร์ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย เราสองคนรู้จักกันมานานมากตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ การที่ฉันกับคาร์เตอร์สนิทกันก็คงไม่แปลกหรอก ก็เพราะเขาน่ะเป็นทั้งเพื่อนทั้งคนที่ฉันไว้ใจเลย ต่างจากผู้ชายเบื้องหน้าคนนี้เราพึ่งเจอกันไม่กี่วันเอง แล้วฉันจะเชื่อใจเขาได้ยังไงแม่ฉันพูดย้ำเตือนเสมอว่าอย่าไว้ใจคนของครอบครัวนั้น
“เนียครับ จะไม่ไปนั่งรถเล่นด้วยกันเหรออยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ จัง” ดวงตาระหงคู่งามตวัดมองคนตัวสูงอย่างคาดไม่ถึง เอ่ยวาจาหวานหยดย้อยทั้งที่ใบหน้าของคนสองคนยังคงแนบชิดสนิทอุ้งมือแกร่งยังสัมผัสบนหน้าสวย
“ว่างมากรึไง ไม่มีงานไม่มีการทำว่างั้น”
“อันที่จริงก็มี แต่อยากอยู่กับเธอมากกว่า”
“ไม่ ฉันไม่ว่าง”
สองตาจ้องมองอีกคนพลางครุ่นคิดอะไรในหัว ก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจาปฏิเสธออกไปท่อนแขนเรียวยกขึ้นมาดันแผงอกของชายหนุ่มให้หลุดพ้นจากร่างกายตัวเอง พระรามไม่ฝืนความต้องการของเธอเขายอมถอยห่างจากเธอ
“โอเคงั้นไม่เป็นไรครับ เอาไว้วันหลังก็ได้”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับไปได้” ได้ยินคนตัวเล็กเอ่ยบอกอย่างนั้น ร่างสูงหันหลังกลับและสาวเท้าไปยังรถยนต์ของตัวเอง มือเดียวเอื้อมไปเปิดประตูแต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงร้องห้ามจากนาเนียเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไรเหรอครับ” วินาทีนั้นหน้าอกข้างซ้ายพลันเต้นแรงขึ้น มือข้างที่เอื้อมไปเปิดประตูรถหยุดชะงักชั่วขณะ
“ขับรถกลับดีๆ นะ”
“…”
ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยวาจาบอกเขาด้วยความเป็นห่วง ทำเอาคนตัวสูงถึงกับฉีกยิ้มจากที่จะก้าวขาขึ้นรถพระรามเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเธออีกครั้งในระยะประชันชิด ใบหน้าหล่อเหลาเอาการก้มลงมาหอมศีรษะคนตัวเล็กฟอดใหญ่ นาเนียถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจหัวใจดวงน้อยเต้นระทึกแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก เธอยืนตัวแข็งทื่อจนกระทั่งเขาหันหลังกลับไปกลีบปากบางเอ่ยประโยคตามหลัง
“ชอบฉวยโอกาสอยู่เรื่อย”
มองตามรถยนต์คันสีดำเคลื่อนออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน นาเนียจึงเดินไปยังประตูทางเข้าคอนโดดั่งที่ตั้งใจไว้ตอนแรก สองมือถือถุงกระดาษกับดอกกุหลาบสีชมพูแน่น
หลายวันต่อมา
ใบหน้าคมคายคล้ายเคร่งเครียดตลอดเวลาจับจ้องยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลายวันมานี้พระรามดูจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรสักอย่าง ถ้าไม่ติดว่าต้องเข้ามาบริษัทเพื่อทำงานโปรแกรมเมอร์ละก็ เขาคงจะทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ผ่านมานานเกือบห้าวันแล้วที่ไม่ได้เจอหน้าเธอสมองเอาแต่คิดว้าวุ่นใจ เธอหายไปไหนหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอหน้านาเนียอีกเลย
ผมมองดูเวลาบนหน้าจอเหลืออีกไม่ถึงชั่วโมงก็เป็นเวลาเลิกงาน ใช่ครับผมรอเวลานี้มาทั้งวันกลายเป็นว่าหลายวันที่ผ่านมาผมหอบช่อดอกไม้ไปหาเธอที่คอนโด แต่ก็ไม่เจอเลยสักครั้งพยายามโทรหาเธอหลายต่อหลายสายแต่ก็ไร้การตอบกลับอยากจะรู้เหมือนกันว่านาเนียเธอหายไปไหน
“คุณรามครับ นี่เป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้นกับแม่ของเธอครับ”
มือแกร่งรีบหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลเพื่อเปิดอ่านตัวอักษรด้านใน แววตาคมกริบจดจ้องอยู่กับกระดาษเอสี่แผ่นสีขาวตรงหน้า เริ่มมั่นใจขึ้นแล้วว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่สายเลือดเดียวกันกับเขาและไม่มีทางเป็นไปได้เลยกันยาคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาเสียชีวิตก่อนเธอจะเกิดตั้งสองปีแถมแม่ของเธอยังแต่งงานมีสามีใหม่ก่อนหน้านั้นทำให้พระรามมั่นใจมากว่าเขาสามารถรักกับเธอได้จริงๆ
“ส่วนที่เธอหายไปหลายวันเพราะบินไปสิงคโปร์ครับ”
“เธอไปสิงคโปร์เหรอ” ประโยคเมื่อครู่ทำให้พระรามคลายความกังวลใจ อะไรต่อมิอะไรที่ผุดเข้ามาในสมองก่อนหน้าดับสิ้นลงไปทันที
“พ่อแม่ของเธออยู่ที่นั่นครับ สงสัยจะกลับไปเยี่ยม”
“เธอกลับวันไหน”
“วันนี้ครับ คาดว่าน่าจะกลับมาถึงแล้ว”
หน้าอกข้างซ้ายสูบฉีดยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้เคลื่อนตัวมาหยุดตรงหน้าของลูกน้องคนสนิท เห็นว่าเธอกลับมาวันนี้พระรามไม่รอช้าที่จะรีบไปหาเธอในทันที เขาเฝ้ารอคอยการเจอหน้าเธอทุกวันแต่พอนาเนียหายไปกลายเป็นพระรามเองที่กระวนกระวายใจ โหยหาผู้หญิงคนนี้อย่างแรงกล้า
“นั่นคุณรามจะไปไหนครับ”
“ไปหาเธอ”
“แต่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนะครับ”
“ช่างแม่ง กูลูกเจ้าบริษัทซะอย่าง”
ฝีเท้าหนักแน่นก้าวออกจากห้องทำงานตัวเอง ไม่สนเวลาเลิกงานที่พนักงานทั่วไปต้องปฏิบัติตามแววตาโหยหายามนึกถึงผู้หญิงคนนั้นแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง มือเดียวยกขึ้นปลดเนกไทออกลวกๆ ก้าวตรงไปยังรถยนต์คันของตัวเอง ไม่ว่าระยะทางจะไกลสักกี่กิโลเมตรก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแก่เขาแต่อย่างใด
คอนโดนาเนีย
“กรี๊ดดด!?” ดวงตากลมโตปะทะเข้ากับร่างกายกำยำของผู้ชายที่เธอพึ่งรู้จัก คนตัวเล็กก้าวขาออกมาจากห้องน้ำทั้งที่เธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวปกปิดเรือนร่างนาฬิกาทราย กรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความตกใจวันนี้เธออยู่คนเดียวเสียด้วยสิ ท่อนแขนเรียวยกมือขึ้นมาบดบังหน้าอกโตสองข้าง ผิวขาวผ่องใสน่าหลงใหลยามที่หญิงสาวอาบน้ำเสร็จ
“นาเนียคือว่า..”
“นายเข้ามาได้ยังไง โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย”
“คือว่า..ขอโทษไม่คิดว่าเธอจะ”
“อย่าเข้ามาใกล้ หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”
ริมฝีปากรูปกระจับขยับบอกคนตัวสูงที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตื่นตระหนกนาเนียรีบเข้าห้องของตัวเอง ฝ่ามือหยาบเลื่อนขึ้นมาลูบใบหน้าของตนแผ่วเบาคิดโทษตัวเองที่ทำอะไรลงไปโดยไม่คิดให้มันรอบคอบ จะมองหน้าเธอต่อไปยังไงนาเนียจะคิดว่าเขาหวังทำไม่ดีกับเธอหรือเปล่า รอคอยหญิงสาวใจจดใจจ่ออยู่หน้าห้อง
ผ่านไปหลายนาทีคนตัวเล็กเปิดประตูออกมาหลังจากเข้าไปแต่งตัว เธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นใบหน้าหวานบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ นี่เขาจะบุกรุกกันเกินไปแล้วแต่ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยวาจาถามไถ่ออกไป
“เข้ามาได้ยังไง”
“คือผมบอกกับนิติคอนโดว่าเราเป็นแฟนกัน แล้วผมติดต่อไม่ได้หลายวันแล้วเขาจึงมาเปิดประตูห้องให้”
“ฉันไม่รู้จะด่านายคำไหนดี หลบไป”
“เธอหายไปตั้งหลายวัน จะให้ทำยังไงโทรไปก็ไม่รับ คิดถึงเธอมากขนาดไหนรู้บ้างไหม”
“เป็นผัวก็ไม่ใช่ จะมาห่วงอะไรฉัน”
“ก็เพราะอยากเป็นผัวเธอไง ถึงหวงถึงห่วง”
คนตัวเล็กถึงกับระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ สาวเท้าไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารมื้อเย็น นาเนียเอ่ยวาจาขอความช่วยเหลือจากเขาคนตัวสูงกว่า เมื่อเห็นว่าเส้นสปาเกตตีอยู่สูงเหนือศีรษะ
“หยิบให้หน่อยได้ไหมพระราม”
เอื้อมเรียวแขนบอบบางเพื่อที่จะหยิบแต่ดันอยู่สูงเกินไป ทำให้คนตัวสูงก้าวมาประชิดแผ่นหลังยกมือหนาขึ้นหยิบห่อพลาสติกที่ด้านในคือเส้นสปาเกตตี ไม่วายก้มศีรษะลงไปประทับลงกลุ่มผมสีไวน์แดงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ฟอดใหญ่ เป็นเวลาพอเหมาะพอเจาะกับตัวเล็กพลิกกายกลับมาหาเขา
“ดู Netflix ด้วยกันไหม” ประโยคที่หญิงสาวเอื้อนเอ่ยทำให้เขายกยิ้มอย่างดีใจ มีเหรอที่อยากจะปฏิเสธเธอ
“เธอไม่โกรธเหรอ”
“ไม่ หลบไปได้แล้วจะไปทำสปาเกตตี”
“นาเนีย”
“อะไร” จากที่เธอจะก้าวเดินแต่ต้องหยุดชะงักก่อน เมื่อคนตัวสูงเอื้อนเอ่ยวาจาขึ้น ใบหน้าสวยงุนงงอยู่พักรอให้เขาพูดต่อ
“ชวนดู Netflix เท่ากับว่าเราจะได้เอากันใช่ไหม”
คนตัวเล็กใบหน้าแดงระเรื่อ เธอยืนตัวแข็งทื่อกับถ้อยคำที่เขากล่าวออกมา มันเร็วเกินไป ใช่มันเร็วเกินไปที่เราสองคนจะทำเรื่องแบบนั้น ไม่สิมันไม่มีทางเกิดขึ้นความคิดว้าวุ่นตีกันอยู่ในหัว สายตาจ้องเขม็งยังผู้ชายเบื้องหน้า
“บะ บ้าเหรอใครจะคิดแบบนั้นแต่ว่าถ้ามันเคลิ้มก็ไม่แน่” น้ำเสียงตะกุกตะกักตอบกลับ หน้าหวานหันหลบหนีไปทางอื่นพลางยกหลังมือขึ้นมาลูบแก้มเนียนเบาๆ
“เธอก็อยากใช่ไหม” ฝีเท้าหนักก้าวมาชิดร่างกายเธอมากขึ้น พระรามเอ่ยวาจาแผ่วเบาทำเอาใบหน้าตัวเล็กเห่อร้อน
“บ้าที่สุด! ฉันจะไปทำสปาเกตตีแล้ว”
หัวใจพลันเต้นรัวแรงขึ้นกว่าเดิม เธอเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด รีบพาตัวเองออกจากตรงนั้นแล้วทำอาหารดั่งที่ตั้งใจไว้ คนที่มองตามการกระทำอย่างพระรามแอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
****