ตอนที่ 1
1 หน้าที่เมีย
“สวัสดีครับท่านนายอำเภอ” ธิติประนมมือไหว้ทักทายเจ้าภาพงานเลี้ยงการกุศลในค่ำคืนนี้ อีกฝ่ายรับไหว้และยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“สวัสดีธิติ ไม่ได้เจอกันนานยังหนุ่มแน่นเหมือนเดิมนะ”
“ท่านก็ยังแข็งแรง และดูดีเหมือนเดิมนะครับ”
สองหนุ่มต่างวัยทักทายกันอย่างสนิทสนม เพราะรู้จักมักคุ้นกันมานาน คนหนึ่งวัยใกล้เกษียณ คนหนึ่งวัย 32 ปียังหนุ่มแน่น ร่างกายสูงใหญ่กำยำ และมีบุคลิกเคร่งขรึมดุดัน
“ก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไรหรอก มีโรคทั่วไปตามประสาคนแก่แหละ แล้วนี่ธิติมาคนเดียวหรือ” เพราะชายหนุ่มตรงหน้าแต่งงานมาราวสองปีแล้ว ปกติออกงานการกุศลแบบนี้ก็น่าจะพาภรรยามาด้วย ท่านจึงถามหาตามประสาคนสนิทกัน
“ครับท่าน”
“อือ ๆ งั้นก็ตามสบายนะ ขอบใจที่มาร่วมงาน” เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากกล่าวถึงคนที่ท่านถามหา นายอำเภอก็ไม่ถามต่อ ท่านจึงขอตัวไปทักทายแขกคนอื่น
เมื่อนายอำเภอเดินไปพูดคุยกับคนอื่น ธิติก็มองหาโต๊ะนั่ง เขาเป็นคนดังในอำเภอ เขาเป็นเจ้าของ ไร่เดือนเต็ม มีที่ดินในครอบครองห้าร้อยสี่สิบไร่ เขาทำไร่องุ่นและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่นส่งขายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยฐานะทางการเงินที่จัดว่าเป็นคนรวยอันดับต้นของจังหวัด และอยู่ในครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่างหน้าตาก็โดดเด่นสะดุดตา ใคร ๆ ก็อยากให้เขานั่งร่วมโต๊ะด้วยทั้งนั้น เขาจึงไม่ต้องเดินหาโต๊ะเลย เพราะมีคนเดินมาเชิญเขาเองถึงที่
ธิติถูกเชิญให้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของอำเภอ เขาร่วมพูดคุยและดื่มเยอะพอสมควร เพราะมีคนวนเวียนมาขอชนแก้วกับเขาไม่ขาด กระทั่งงานเลี้ยงเลิก ธิติจึงเดินออกจากโรงแรมมายังลานจอดรถ
เพราะรู้ว่าไม่อาจเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในงานนี้ได้ ธิติจึงให้ชาติชายซึ่งเป็นคนงานในไร่มาขับรถให้เขา พอธิติเดินออกมายังลานจอดรถ ชาติชายที่ยืนรอเจ้านายอยู่แถวนั้น ก็รีบวิ่งไปเปิดประตูรถ สตาร์ตรถแล้วเปิดแอร์เย็นฉ่ำให้เจ้านาย
“คุณติจะไปไหนต่อไหมครับ” ชายติชายถามพลางชำเลืองมองคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
ธิตินั่งเอนหลังพิงเบาะ เขาหลับตาลงแล้วถอนหายใจยาว “กลับบ้าน”
ชาติชายทำตามคำสั่งเจ้านาย เขาขับรถพาธิติกลับมาถึงบ้านตอนเที่ยงคืนพอดี พอเจ้านายลงจากรถแล้ว ชาติชายก็ดับเครื่องยนต์ เขาลงจากรถทีหลัง เมื่อปิดล็อกรถแล้ว และกำลังจะเดินกลับบ้านพัก ชาติชายกลับต้องสะดุ้ง เมื่ออยู่ดี ๆ คนที่เขาคิดว่าเดินขึ้นบ้านไปแล้วกระชากคอเสื้อเขาจากข้างหลัง
“ไอ้ชาติ !”
“ครับ” ชาติชายลนลานหันกลับไปหาเจ้านาย
“คุณติจะให้ชาติทำอะไรอีกครับ” ชาติชายอายุน้อยกว่าธิติสองปี เขาเป็นลูกของคนงานในไร่ เขาอยู่กับธิติมานานตั้งแต่เจ้านายยังเป็นหนุ่มน้อย กระทั่งธิติไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก แล้วกลับมาดูแลไร่องุ่นของครอบครัว ชาติชายก็ยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม
“พยุงกูไปส่งที่ห้องหน่อย”
ชาติชายขมวดคิ้วมุ่นอย่างแปลกใจ ก็เห็นเดินได้ดี ๆ ไม่มีอาการเมา แล้วทำไมต้องให้เขาพยุงด้วย
“คุณติคอแข็งจะตาย ไม่เมาสักหน่อย แล้วทำไมต้องให้ชาติพยุงล่ะครับ”
“กูบอกว่าให้พยุงก็พยุงสิ ถามมาก อยากโดนตีนหรือไง”
“ไม่อยากโดนครับ พยุงก็พยุงครับ” แม้ไม่เข้าใจเจ้านาย แต่ชาติชายก็ทำตามคำสั่ง เขาจับแขนข้างหนึ่งของธิติมาพาดคอเขาไว้ แล้วพาเจ้านายเดินขึ้นไปส่งบนบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ เขาต้องพยุงคนตัวสูงกำยำขึ้นบันได เดินผ่านเฉลียงกว้างหน้าบ้านเข้าไปยังภายในบ้าน
พอลูกน้องพยุงเจ้านายมายืนอยู่หน้าห้องนอน ธิติก็พยักพเยิดสั่งให้ชาติชายเคาะประตู ลูกน้องคนซื่อก็เคาะไปสองที ยืนรอครู่หนึ่ง คนที่อยู่ในห้องก็เปิดประตูออกมา
มะปรางหน้ายุ่งทันทีเมื่อเห็นสภาพสามี หญิงสาวถอนหายใจแรง
“คุณติเมามาจากงานเลี้ยงอีกแล้วหรือคะพี่ชาติ”
“เอ่อ…” ชาติชายอยากจะบอกว่าคุณติไม่ได้เมามาจากงานเลี้ยง แต่เพิ่งมาเมาเอาตอนลงจากรถนี่แหละ แต่เพราะคนที่ชาติชายพยุงอยู่เหยียบตีนเขาแล้วแถมยังขยี้อีกด้วย ชาติชายก็เลยส่งยิ้มแหยให้หญิงสาว แล้วบอกเธอสั้น ๆ ว่า
“ครับ...เมาครับ”
“เฮ้อ ! รู้ว่ากินแล้วเมาก็ยังจะกินอีก ส่งคุณติมาค่ะ เดี๋ยวปรางจัดการต่อเอง พี่ชาติไปพักผ่อนเถอะนะคะ”
“ครับ ๆ” ชาติชายส่งคนแกล้งเมาให้หญิงสาวตัวเล็กรับไปพยุงต่อ เจ้านายตัวสูงบึกบึนของเขาก็รีบผละหนีจากเขาไปกอดคอภรรยาอย่างเร็วรี่
พอประตูห้องนอนปิดลง คนที่พาเจ้านายมาส่งถึงห้องก็เกาหัวแกรก ๆ
“ตอนนั่งรถมาก็ไม่เห็นเมานี่หว่า แล้วพอถึงบ้านไหงถึงเมาได้ หรือว่าคุณติจะเมารถวะ” ชาติชายพึมพำทั้งส่ายหัว ก่อนจะเดินลงบันไดมาแบบงง ๆ