"ตกใจอะไรกัน" ปฐพีถามขึ้นมาเหมือนเขาไม่ได้พูดอะไรผิด
"เจ้า... ออกไปรอที่ระเบียงก่อนไป พี่มีเรื่องจะคุยกับไอ้ดิน" เมฆาหันไปสั่งน้องสาว
"ค่ะ... ไปกันน้ำหวาน" จันทร์เห็นสีหน้าจริงจังของพี่ชายก็ยอมออกไปแต่โดยดี โดยลากเอาน้ำหวานออกไปด้วย
"มึงพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ" เมฆาถามเพื่อนออกไปทันที ที่น้องสาวปิดประตูกระจกแล้ว สายตาเขามองเพื่อนอย่างกับจ้องจับผิดอะไรบางอย่างอยู่
"กูก็แค่เห็นว่าจันทร์เจ้าชอบที่นี่ และที่นี่ก็อยู่ใกล้มหาลัย อีกอย่างก็มีตั้งหลายห้อง นี่พวกมึงคงไม่ได้คิดอะไรไม่ดีใช่มั้ยเนี่ย พวกมึงคิดว่ากูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ" ปฐพีลุกเดินไปหยิบเครื่องดื่มมาดื่ม ก่อนจะตอบออกไป พร้อมกับตั้งคำถามและมองไปที่เพื่อนสี่คนที่จ้องมองมา
"ใช่!!!" ทั้งสี่เสียงตอบออกมาพร้อมกัน
"ไอ้พวกเวร!!! กูเห็นจันทร์เจ้ามาตั้งแต่เด็กนะโว้ย แล้วครอบครัวเราก็สนิทกัน กูไม่ทำให้น้องเสียหายหรอก" 'ถึงเสียหายกูก็พร้อมรับผิดชอบอยู่แล้ว' เขาตอบเพื่อน ๆ ออกไป โดยท้ายประโยคไม่ได้พูดออกมา ก่อนจะกระแทกก้นนั่งลงที่โซฟาอีกตัว แล้วยกเครื่องดื่มขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ เหมือนเขาไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวเพื่อนจริง ๆ
"กูก็เห็นคนแถวนี้เลี้ยงเด็กคนหนึ่งมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน กูกลัวจะเป็นการฝากปลาย่างไว้กับแมวน่ะสิ" วายุพูดขึ้นพร้อมกับเหลือบตาไปมองธาราที่อยู่ข้าง ๆ
ผลัวะ
"อย่ามาเสือกเรื่องกู ตอนนี้เราคุยเรื่องของไอ้ดินอยู่" ธาราที่ถูกพาดพิง ก็ใช้หมอนอิงที่อยู่ข้างหลังฟาดใส่หน้าเพื่อนอย่างแรงแล้วพูดขึ้นมาเหมือนร้อนตัว
"ว่าแต่ทำไมมึงให้จันทร์เจ้ามาเรียนที่กรุงเทพวะ เท่าที่กูจำได้ มึงหวงน้องสาวมากไม่ใช่เหรอไง ขนาดตอนนั้นไอ้ไฟเหล่นิดเดียว มึงยังไล่เตะมันเลย" ธารารีบถามเพื่อเปลี่ยนเรื่องออกไปจากตัวเอง
'มันเหล่จันทร์เจ้าตอนไหนวะ' ปฐพีที่ได้ยินอย่างนั้นก็จ้องไปที่อัคคีและคิดอยู่ในใจ สายตานั้นแข็งกร้าวจนอัคคีเกิดอาการร้อนตัว
"ไอ้เหี้ยน้ำ มึงอย่ามาโยนไฟใส่บ้านกูดิ กูแค่ทักทายและชวนน้องคุย เพราะกูเป็นคนอัธยาศัยดีก็เท่านั้น กูไม่ได้คิดอะไรกับน้องนุ่งเหมือนพวกมึงหรอก แต่ถ้าน้องไม่นุ่งก็อีกเรื่อง ฮ่า ๆ" อัคคีโยนหมอนใส่หน้าธาราแล้วด่ากลับไป เพราะเพื่อนหาเรื่องให้เขาแล้วไง
ผลัวะ
คราวนี้เป็นปฐพีที่ฟาดหมอนอย่างแรงใส่หัวอัคคี เพราะไม่พอใจเรื่องที่เขาพูดว่า... 'ถ้าน้องไม่นุ่งก็อีกเรื่อง'
"พูดอะไรระวังปากด้วย ไอ้เหี้ยไฟ แถวนี้เจ้าที่แรงนะโว้ย" วายุที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้นยิ้ม ๆ
"ว่าไง... ทำไมมึงถึงให้จันทร์เจ้ามาเรียนที่กรุงเทพ ทั้งที่มึงเองก็เรียนอยู่ที่เชียงใหม่ แล้วนี่พักที่ไหน" ปฐพีถามขึ้นมาอีกครั้ง
"มึงจำไอ้กริชได้มั้ย" เมฆายังไม่ตอบ แต่ถามปฐพีออกมาด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้อีกสามคนที่พูดหยอกล้อกันอยู่หยุดเล่นทันที และหันมาฟังอย่างตั้งใจด้วย
"จำได้ ไอ้กริชที่เรียนรุ่นเดียวกันกับพวกเรา มันทำตัวเกเรไปทั่ว เพราะถือว่าพ่อของมันเป็นนักการเมืองท้องถิ่น คำพูดติดปากของมันก็คือ 'มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร' หึหึ" ปฐพีตอบกลับไป เพื่อนคนนี้เขารู้จักดีว่ามันเลวขนาดไหน มันชอบทำตัวกร่างเพราะถือว่าพ่อเป็นผู้มีอิทธิพล ก่อนจะถามออกไปอย่างกังวล เพราะพอจะเดาอะไรออกแล้ว
"ทำไม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ มึงอย่าบอกนะว่ามันมายุ่งกับจันทร์เจ้า"
"ใช่... เป้าหมายของมันคือจันทร์เจ้า แถมตอนนี้มันก็มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะขึ้นด้วย มันสวมหน้ากากเป็นคนดีทั้งพ่อทั้งลูก ทั้งที่เบื้องหลังนั้นทำเลวระยำเอาไว้มากมาย พ่อมันเคยส่งคนมาขอซื้อที่ที่ท้ายรีสอร์ตของบ้านกู แต่พ่อกูไม่ขายเพราะรู้ว่ามันจะเอาไปเป็นเส้นทางส่งยาเสพติด ตอนนี้มันเลยส่งไอ้กริชเข้ามาตีสนิทกับจันทร์เจ้า พ่อแม่รวมทั้งกูเลยตัดสินใจส่งจันทร์เจ้ามาเรียนที่กรุงเทพ เพราะจะได้ห่างจากอิทธิพลของพวกมัน กูก็เลยต้องมาดูแลน้องบ่อย ๆ แถมยังต้องจับตามองพวกมันไว้ด้วย กูเครียดจะตายแล้วเนี่ย" เมฆาตอบกลับไปตามความจริงทุกอย่าง เพราะเขาคิดว่าเพื่อนกลุ่มนี้ไว้ใจได้
"แล้วจันทร์เจ้ารู้เรื่องนี้มั้ย" ปฐพีถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ไม่รู้ กูกับพ่อแม่ไม่ได้บอก เพราะรู้นิสัยของเจ้าดี ถ้าเจ้ารู้จะต้องไปอาละวาดแน่ แล้วเรื่องจะไปกันใหญ่เปล่า ๆ มึงก็รู้ว่าเจ้าดื้อแค่ไหน" เมฆาตอบกลับไปตามจริง
"แล้วที่พักในกรุงเทพปลอดภัยเหรอ พักอยู่ที่ไหน" วายุถามเรื่องที่พักของจันทร์เจ้า เขารู้จักคอนโดในกรุงเทพดี เพราะส่วนใหญ่ก็สร้างโดยบริษัทของครอบครัวเขาทั้งนั้น
"คอนโด MM น่ะ ดูปลอดภัยดีนะ แต่กูก็ยังไม่วางใจ เลยมาดูบ่อย ๆ" เมฆาตอบกลับไปอีกครั้ง
"คอนโดนั้นกูรู้จักเจ้าของดี เพราะบริษัทพ่อกูสร้างเอง แต่กูว่าการที่มึงมาหาจันทร์เจ้าบ่อย ๆ แบบนี้ มันจะยิ่งทำให้ไอ้กริชมันตามหาน้องเจอเร็วขึ้นมั้ยวะ" วายุพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างที่เขาคิด
"จริงด้วย แค่ตามมึงมา ก็รู้ที่อยู่จันทร์เจ้าแล้ว จากนั้นก็คอยจังหวะที่มึงไม่อยู่ แล้วค่อยเข้ามาตีสนิทกับน้องอีกที แบบนี้ยิ่งอันตรายนะโว้ย" อัคคีพูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วย
"แล้วจะทำยังไงดีวะ แต่กูก็ดูกล้องวงจรปิดจากมือถือได้นะ ยังไม่เห็นมันตามมาเลย" เมฆาพูดอย่างกังวลใจเหมือนกัน
"ดูแล้วได้ประโยชน์อะไร ถ้ามันทำมิดีมิร้ายจันทร์เจ้า หรือคิดจะรวบหัวรวบหาง หรือจะรังแกจันทร์เจ้าขึ้นมา มึงจะมาช่วยทันเหรอวะ เพราะมึงอยู่ตั้งเชียงใหม่" อัคคียังคงพูดออกมาอย่างน่ากลัวอีกครั้ง เพราะเขามีแผนบางอย่างในใจ มือก็สะกิดธาราที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"ใช่ ๆ กูว่าจะต้องหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาดูแลจันทร์เจ้าตอนที่อยู่กรุงเทพ ส่วนมึงก็จะได้หมดห่วง แล้วไปจัดการเรื่องทางนั้นอย่างสบายใจ" ธาราเมื่อได้รับสัญญาณจากเพื่อน ก็รีบพูดขึ้นทันที สายตาก็มองวายุแล้วกลอกตามองไปที่ปฐพี
"ไอ้ดิน... ไอ้ดินเหมาะสมที่สุด เพราะไอ้ดินรู้จักกับไอ้กริชดี มันรับมือกับไอ้กริชได้ดีกว่าคนอื่น และยังสนิทกับจันทร์เจ้ามาตั้งแต่เด็กด้วย ครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็สนิทกันดีอย่างกับเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นไอ้ดินเหมาะสมที่สุดที่จะดูแลจันทร์เจ้า" วายุที่รับไม้ต่อ ก็พูดขึ้นทันทีเหมือนกัน แล้วทั้งธาราและอัคคีก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
'ไอ้สามตัวนี้ ทำงานเป็นทีมจังนะมึง แต่กูจะทำเป็นไม่รู้ก็แล้วกัน เพราะกูไม่มีทางเลือก' เมฆามองทั้งสามคนแล้วคิดในใจ
"แล้วมึงคิดว่ายังไงวะ ไอ้ดิน" เมฆาหันไปถามคนที่ถูกเสนอชื่อ
"เพื่อเห็นแก่น้านพและน้านภาที่ดีกับกูมาตลอด และกูก็เห็นจันทร์เจ้ามาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวกูจะดูแลเด็กดื้อคนนี้ให้เอง กูจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องจันทร์เจ้าได้" ปฐพีตอบรับด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง
"ขอบใจมึงมาก แต่กูคงไม่ให้เจ้ามาอยู่กับมึงที่นี่หรอกนะ มึงแค่ไปรับไปส่งช่วงแรก ๆ ก็พอ เดี๋ยวกูหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลต่อเอง" เมฆาพูดขึ้นมาหลังจากนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ก็ได้ งั้นเดี๋ยววันนี้กูไปส่งจันทร์เจ้าเองก็แล้วกัน จะได้รู้จักที่พักด้วย พรุ่งนี้จะได้ไปรับถูก ส่วนมึงก็ไปส่งเพื่อนของจันทร์เจ้าก็แล้วกัน" ปฐพีพูดสรุปออกมา ก่อนจะลุกขึ้นไปหาจันทร์เจ้าที่ระเบียงทันที โดยไม่ให้โอกาสเมฆาปฏิเสธ
"เร็ว" วายุพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้า
"แรง" ธาราพูดขึ้นอีกคน
"ชัดเจน" อัคคีพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เพื่อน
"อะไรของพวกมึง ว่าแต่เมื่อไรอาหารจะมาวะ กูหิวจะตายแล้วเนี่ย แล้วพวกมึงไม่คิดจะหายามาใส่ให้กูบ้างเหรอ หมัดไอ้ดินแม่งหนักฉิบหาย" เมฆาพูดกับสามคนที่เหลือ พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง
"ฮ่า ๆ ความรู้สึกช้าทุกเรื่องเลยนะมึง เดี๋ยวกูไปตามอาหารให้" อัคคีพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโทรไปตามอาหารกับผู้จัดการคอนโด
ระเบียง...
"นี่ยัยเจ้า ฉันถามหน่อยดิ ทำไมแกดูสนิทกับพี่ ๆ เขาทุกคนเลย แต่แทนตัวเองกับพี่ดินไม่เหมือนคนอื่นอะ" น้ำหวานที่ยืนคุยเล่นอยู่กับเพื่อน ก็ถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นมาได้
"ไม่เหมือนยังไง" จันทร์เจ้าขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
"ก็กับคนอื่นแกแทนตัวเองว่าเจ้า แต่กับพี่ดินแกแทนตัวเองว่าจันทร์เจ้าน่ะสิ มีอะไรพิเศษหรือเปล่า" น้ำหวานถามพร้อมกับทำหน้าตาหยอกล้อเพื่อนสนิท
"ก็... พิเศษจริง ๆ นั่นแหละ แต่ฉันไม่บอกแกหรอกว่าทำไม" จันทร์เจ้ายอมรับ แต่ไม่ยอมบอกเหตุผล แถมยังยื่นหน้าไปกระซิบกับเพื่อนสาวอีกว่า...
"ความลับย่ะ"
"ได้ไงอะ บอกมาเลยนะ ว่าทำไมพี่ดินถึงพิเศษกว่าคนอื่น ไม่งั้นฉันจี้เอวแกแน่" น้ำหวานยังไม่พอใจในคำตอบ ก็ถามอย่างคาดคั้นทันที และทำท่าจะจี้เอวเพื่อน
"ไม่บอก... ความลับ ฮ่า ๆ" จันทร์เจ้าก็ลอยหน้าลอยตาบอก ก่อนจะวิ่งหนีเพื่อนที่ตามมาจี้เอว พร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"เล่นอะไรกันน่ะ" จู่ ๆ เสียงปฐพีที่เปิดประตูออกมาก็ถามขึ้น
และนั่นทำให้จันทร์เจ้าเบรกไม่ทัน เพราะตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของปฐพี จึงทำให้...
ตูม!!!
"จันทร์เจ้า!!!" ปฐพีร้องเรียกอย่างตกใจ ก่อนจะกระโดดตามลงไปในสระอีกคน
ตูม!!!