ตอนที่ 3 เจอกันอีกครั้ง

1948 Words
KK University... วันนี้ปฐพีขับรถของตัวเองมามหาวิทยาลัยแต่เช้า ไม่ใช่เพราะเขามีเรียนเช้าหรอก เพราะเขาปีสี่แล้วจะเป็นการมาทำกิจกรรมมากกว่าที่จะมาเรียน แต่ที่เขาต้องมามหาวิทยาลัยแต่เช้าเพราะจุดประสงค์บางอย่าง และจุดหมายของเขาก็คือโต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่หน้าคณะบริหารธุรกิจ "มึงจะพากูมาแอบซุ่มดูเหมือนคนโรคจิตแบบนี้ไม่ได้นะ ไอ้ดิน นี่ใคร... นี่กูไฟแห่งแก๊งสี่ทิศนะโว้ย ทำไมต้องทำหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ด้วย แล้วทำไมต้องเป็นกู ไม่ใช่ไอ้น้ำหรือไอ้ลม" อัคคีที่ถูกโทรตามให้มาที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า ก็โอดครวญขึ้นมาทันที "เพราะมึงขโมยรถกูเมื่อวาน ทำให้กูลำบาก มึงต้องมากับกู แล้วก็หุบปากด้วย" ปฐพีพูดกับเพื่อนโดยที่สายตายังอยู่ที่หน้าคณะบริหาร และรีบบอกให้อีกฝ่ายหุบปาก เมื่อเขาเห็นรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดใกล้ ๆ จันทร์เจ้าลงจากรถของพี่ชายอย่างเมฆาที่ขับมาส่ง ก่อนจะหันไปพูดกับเขาอย่างแง่งอน "เจ้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมารับมาส่ง แล้วเป็นไงล่ะ เจ้าสายจนได้ ถ้ามารถเมล์นะ ถึงตั้งนานแล้ว" "พูดมากน่า ตัวเล็กอย่างนี้เหรอจะมานั่งรถเมล์ คงได้หัวทิ่มคอหักซักวัน นี่หนังสือ... รีบเข้าเรียนเถอะ สายแล้ว เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับ เป็นเด็กดีนะยัยเด็กดื้อ" เมฆายื่นหนังสือให้น้องสาว ก่อนจะยกมือขึ้นยีผมทรงซาลาเปาของเธออย่างหยอกล้อ "อย่ามาทำผมเสียทรงนะ แล้วก็ไม่ต้องมารับด้วย คอนโดของเจ้าอยู่แค่นี้เอง พี่เมฆให้เจ้าได้ใช้ชีวิตของเจ้าเองหน่อยสิ" จันทร์เจ้าเถียงออกไปอย่างไม่ยอม เธอก็อยากมีชีวิตอิสระของตัวเองบ้างนี่นา เมฆามองน้องสาวอย่างอ่อนใจ แต่เขาไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงกับเธอได้ แม้ว่าเขาจะเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ช่วงนี้ต้องมาคอยดูแลเธอที่กรุงเทพก่อน เพื่อให้แน่ใจกว่านี้ แล้วเขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ "ไม่รู้แหละ ถ้าเธอดื้อ เดี๋ยวพี่จะย้ายเธอกลับไปเรียนที่เชียงใหม่" เมฆาตัดสินใจพูดข่มขู่ออกไป "ไม่ได้นะพี่เมฆ โอเค ๆ เจ้าไม่มีปัญหาแล้ว พี่เมฆอยากมารับมาส่งก็ตามสบายเลย อยากรู้เหมือนกันว่าพี่เมฆจะทำได้ซักกี่วัน ชิ~" จันทร์เจ้าพูดจบก็รีบวิ่งขึ้นตึกไป โดยเธอยังหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาอีก "แบร่ ๆ" "ยัยเด็กดื้อ... แล้วแบบนี้จะให้พี่จะวางใจได้ยังไง" เมฆาพูดพร้อมกับส่ายหัวให้น้องสาว ก่อนจะขับรถออกไป "จันทร์เจ้าขึ้นเรียนแล้ว มึงจะทำยังไงต่อก็ทำเถอะ กูจะไปที่คณะแล้ว เผื่อมีน้อง ๆ อยากได้ความช่วยเหลือ" อัคคีพูดจบก็เดินจากไป ส่วนปฐพีก็นั่งอยู่ครู่หนึ่ง และในตอนที่เขากำลังจะลุกไปนั้น ก็เห็นจันทร์เจ้าเดินกลับลงมาจากอาคารเรียน เขาจึงแอบดูเธอเงียบ ๆ "โอ๊ยยยย ทำไมฉันไม่ดูไลน์กลุ่มนะ เลยไม่รู้ว่าวิชานี้ยกเลิกไปแล้ว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปกินขนมอร่อย ๆ ที่คาเฟหลังมหาลัยดีกว่า ต้องโทรบอกน้ำหวานให้ตามไป" จันทร์เจ้าพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่าเริงในทันที เมื่อคิดถึงขนมอร่อย ๆ จากนั้นก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อน "น้ำหวาน ฉันพึ่งรู้ว่าวิชานี้ยกคลาส" จันทร์เจ้าบอกเพื่อนทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย "อ้าวเหรอ ฉันกำลังจะถึงมหาลัยเลย เอาไงดีอะ วิชาหน้าอีกตั้งสองชั่วโมงเลยนะ" น้ำหวานถามกลับมาอย่างเป็นห่วง "ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันว่าจะไปกินขนมที่ร้านคาเฟหลังมหาลัยน่ะ วันก่อนที่พี่เมฆพามารายงานตัว เขาพาไปกิน อร่อยมากเลยนะ เธอตามมาสิ เดี๋ยวฉันส่งโลเคชันให้" จันทร์เจ้าตอบเพื่อนออกไปอย่างสดใส ก่อนจะวางสายและเดินอ้อมไปทางด้านหลังมหาวิทยาลัย จันทร์เจ้าเดินไปตามอาคารเรียนอย่างสบายใจ เพราะก่อนหน้านั้นเมฆาได้พาเธอมาสำรวจบ้างแล้ว โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้มีคนแอบเดินตามมาเงียบ ๆ ไม่นานจันทร์เจ้าก็รู้สึกตัวว่ามีคนเดินตามมา เธอเลยรีบเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ ๆ เพราะคิดว่าคนเยอะ คงไม่มีใครกล้ามาทำมิดีมิร้ายตัวเอง เธอเดินไปโซนตู้แช่เครื่องดื่มและหยิบน้ำมาขวดหนึ่งกะจะฟาด หรือเทน้ำใส่คนที่ตามมา "นี่แน่ะ ๆ โรคจิตเหรอ เดินตามอยู่ได้" จันทร์เจ้าหันกลับไปแล้วหลับหูหลับตาฟาดขวดน้ำใส่คนข้างหลัง เธอกล้าใช้คำนี้ เพราะเธอเดินลัดเลี้ยวเข้ามาในนี้ คนข้างหลังก็ยังตามมาอยู่ดี... "โอ๊ยยยย เธอจะฟาดฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะ" เป็นน้ำหวานที่ร้องขึ้นมา "ฮะ!!! น้ำหวานเหรอ" จันทร์เจ้าถามอย่างตกใจ "ก็ฉันน่ะสิ แล้วเธอคิดว่าใครล่ะ" น้ำหวานถามพร้อมกับปัดตัวเองไปมา "ไอ้เราเหรอก็อุตส่าห์เป็นห่วง รีบตามมาเป็นเพื่อน แต่ดูสิ... ถูกฟาดซะงั้น" น้ำหวานพูดอย่างงอน ๆ "ขอโทษ ๆ แล้วเธอตามฉันมานานหรือยัง" จันทร์เจ้าขอโทษเพื่อน แล้วถามเพื่อความแน่ใจ "ก็ตามเธอมาตอนเธอเลี้ยวเข้ามาในนี้นั่นแหละ มีอะไรเหรอ" น้ำหวานตอบเพื่อนกลับไป แล้วขยับไปกระซิบถามใกล้ ๆ เพราะเธอเองก็รู้สึกแปลก ๆ "ตอนแรกฉันจะไปที่คาเฟหลังมหาลัย แต่เดิน ๆ อยู่ก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา พอหันไปก็ไม่เจอใคร ฉันเลยกลัว แล้วเข้ามาอยู่ในนี้" จันทร์เจ้ากระซิบตอบกลับมา แล้วส่งสายตามองไปรอบ ๆ อย่างหวาดกลัว ทำให้น้ำหวานหันไปมองรอบ ๆ ด้วย "ก็ไม่มีอะไรนะ แต่คราวหน้าคราวหลัง เธอก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้อีกนะ ช่วงนี้นักศึกษาอยู่ในห้องเรียนกันหมด ทำให้ไม่ค่อยมีคน อาจจะมีพวกโรคจิตจริง ๆ ก็ได้" น้ำหวานบอกกับเพื่อนอย่างหวังดี "อืม... งั้นเราซื้อขนมไปนั่งกินกันเถอะ ไม่ต้องไปคาเฟแล้วก็ได้" จันทร์เจ้าพยักหน้ารับรู้ แล้วชักชวนกันไปเลือกของกิน เพื่อรอเรียนวิชาต่อไป เมื่อได้ของครบแล้ว จันทร์เจ้าก็เดินมาที่เคาน์เตอร์คิดเงิน แล้วค่อย ๆ หยิบของออกจากตะกร้าวางลงที่โต๊ะ และในตอนนั้นเอง... เธอก็รู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ข้างหลังและหัวเราะ หึหึ... มือของเธอจึงสั่นเล็กน้อย 'ไอ้โรคจิตคนนั้นแน่เลย จะทำยังไงดี' จันทร์เจ้าได้แต่คิดในใจ ว่าจะทำยังไงดี แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ลมหายใจอุ่น ๆ ก็รดรินที่ต้นคอของเธอ พร้อมกับมือยาว ๆ ที่ยื่นผ่านช่วงเอวเธอมาข้างหน้า "นี่..." จันทร์เจ้าหันกลับไปเพื่อจะเอาเรื่องทันที แต่พอเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ตกตะลึงและเหมือนจะเซล้ม จนคนคนนั้นโอบเอวเธอไว้ และดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอกแกร่งของเขา ตอนนั้นเอง เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังขึ้น พร้อมกับการกดถ่ายรูปรัว ๆ "กรี๊ดดดด แก... นั่นใช่พี่ดินแก๊งสี่ทิศมั้ย" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น "ใช่แก แล้วคนนั้นใครอะ อย่าบอกนะว่าเป็นเด็กที่มาอ่อยพี่ดิน" อีกคนพูดขึ้นมาเหมือนไม่พอใจ "คงไม่ใช่หรอกแก ดูนั่นสิ" อีกคนพูดขึ้นมา และยกมือถือขึ้นมาอัดคลิปวิดีโอ "เป็นอะไรหรือเปล่า" ปฐพีจับตัวจันทร์เจ้าให้ยืนแล้วถามขึ้น โดยที่เขายังจัดทรงผมซาลาเปาของเธอให้อย่างเอาใจใส่ "พี่ดินเหรอ ใช่พี่ดินจริง ๆ ด้วย" จันทร์เจ้าเมื่อได้สติกลับมา ก็จับแขนของอีกฝ่ายเขย่าแล้วถามอย่างดีใจ "ก็พี่น่ะสิ" ปฐพีตอบกลับยิ้ม ๆ เป็นยิ้มที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง เพราะเขาไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้ใคร "ดีใจจังเลยที่เป็นพี่ดิน นี่จันทร์เจ้าก็นึกว่ามาเรียนไม่กี่วัน จะเจอแจ็กพอตโดนพวกโรคจิตเล่นงานซะแล้ว" จันทร์เจ้าพูดอย่างดีใจและแทนตัวเองอย่างน่ารักเหมือนที่เคยพูดกับเขา โดยลืมไปหมดแล้วว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน แล้วใครถ่ายรูปไว้บ้าง "เฮ้ย!!! พี่ไม่ใช่โรคจิตนะ แค่จะตามมาจ่ายค่าขนมให้เด็กดื้อเท่านั้น" ปฐพีพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้ม "จริงเหรอคะ งั้นจันทร์เจ้าจะซื้อเยอะ ๆ เลย" เธอบอกกลับมาอย่างสดใส "เอาสิ... แต่อย่ากินแต่อมยิ้มจนลืมแปรงฟันล่ะ เดี๋ยวฟันผุหมดปากนะ" ปฐพีพูดแซวออกมา เพราะจันทร์เจ้าชอบกินอมยิ้มมาก "รู้แล้วค่ะ ดูสิ... ฟันยังอยู่ครบเลย" จันทร์เจ้าตอบกลับมา และฉีกยิ้มกว้างให้เขา และยิ้มนั่นก็ทำให้ปฐพีตาพร่าทันที เพราะมันทั้งน่ารัก ทั้งสดใส จนเหมือนโลกหยุดหมุน 'ยัยเด็กดื้อคนนี้โตขึ้นมากจริง ๆ แถมสวยด้วย...' เขายืนตกตะลึงและคิดอยู่ในใจ "พี่ดิน... พี่ดินคะ" จันทร์เจ้ายกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับเรียกเขาเสียงดัง "ฮะ!!! อะไร มีอะไร" เขาถามออกไปอย่างตะกุกตะกัก แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "จ่ายเงินค่ะ ของเพื่อนจันทร์เจ้าด้วยนะคะ" จันทร์เจ้าบอกพร้อมกับชี้ไปที่กองขนม "อืม... ได้สิ" ปฐพีตอบรับแล้วยื่นแบงค์พันไปให้พนักงาน จากนั้นทั้งสามคนก็เดินออกมาพร้อมกัน โดยปฐพีที่ต้องไปเรียน จึงพูดขึ้นมาว่า... "ขออมยิ้มอันหนึ่งสิ พี่อยากรู้ว่ามันหวานแค่ไหน" "งั้นอันนี้เลยค่ะ อร่อยและหวานที่สุด" จันทร์เจ้าส่งอมยิ้มให้เพื่อนพี่ชายหนึ่งอัน พร้อมกับยิ้มหวาน "อืม... หวานมาก หวานจริง ๆ ด้วย" ปฐพีรับอมยิ้มมา แล้วพูดกับน้องสาวเพื่อนเหมือนคนละเมอ ก่อนจะเดินจากไป "แปลก..." น้ำหวานที่เดินมาด้วยเงียบ ๆ พูดขึ้นมา "แปลกอะไรอะ" จันทร์เจ้าเองก็หันไปถามเพื่อนอย่างสงสัย "ก็พี่คนนั้น ยังไม่ทันได้กินอมยิ้มของเธอเลย แล้วรู้ได้ไงว่าหวานมาก" น้ำหวานพูดออกมาอย่างสงสัย ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรขึ้นได้ "นี่อย่าบอกนะว่า... ที่ว่าหวานน่ะ คือรอยยิ้มของเธอ แบบนี้แสดงว่าพี่เขาต้องชอบเธอแน่ ๆ จันทร์เจ้า" น้ำเสียงที่พูดนั้นดูตื่นเต้นมาก "บ้า~ จะเป็นไปได้ยังไง นั่นเพื่อนพี่ชายของฉันนะ" จันทร์เจ้าตอบกลับมาเหมือนไม่มีอะไร แต่ภายในใจของเธอนั้น กำลังเต้นโครมครามและพูดในใจต่ออีกว่า... 'เพื่อนพี่ชาย... ที่ฉันแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ พี่ดินของจันทร์เจ้า'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD