แอบร่านในบ้านเจ้านาย 1: สาวใช้คนใหม่

1690 Words
เช้าวันแรกของปรางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นผสมประหม่า บ้านหลังนี้ใหญ่โตโอ่อ่า เสียงรองเท้าของเธอกระทบพื้นหินอ่อนสะท้อนก้องในโถงรับแขกหรู ป้าแสง แม่บ้านรุ่นใหญ่ที่ทำงานมานานหลายปี เดินนำหน้าไปอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งถือสมุดจดงาน อีกมือถือผ้าขี้ริ้วไว้เช็ดตามขอบเฟอร์นิเจอร์ระหว่างพูด "นี่ห้องรับแขก ต้องปัดฝุ่นทุกเช้า พรมก็ต้องดูให้สะอาด" ป้าแสงหันมาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู ก่อนจะพาเดินต่อไปยังห้องรับประทานอาหาร โต๊ะไม้สักยาวเหยียดวางอยู่กลางห้อง แววเงาวับจนเหมือนกระจก ปรางพยักหน้าอย่างตั้งใจ ฟังป้าแสงแจกแจงไปเรื่อย จากห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้สักและน้ำยาทำความสะอาดลอยคลุ้ง ไปจนถึงโซนด้านหลังบ้านที่เชื่อมต่อกับสวนกว้างและโรงเก็บของ เมื่อเดินผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ปรางก็เหลือบไปเห็นชายร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาว กำลังยืนคุยกับคนสวนอยู่ตรงสนาม เสี้ยววินาทีนั้นหัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนแรงดึงดูดบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบายได้ "นั่นคุณภพ เจ้านายเรา...สุภาพ แต่ตาคมนะ ระวังจะถูกจับผิดได้ง่ายๆ" ป้าแสงหันมาพร้อมรอยยิ้มบาง ปรางเพียงยิ้มรับ แต่ในอกกลับร้อนผ่าวขึ้นมาแปลกๆ ราวกับนี่ไม่ใช่เพียงการเริ่มงานธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตเธอไป หลังจากพาเดินทั่วบ้าน ป้าแสงก็พาปรางมาหยุดที่โถงทางเดินชั้นบน แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านผ้าม่านบาง สีทองอบอุ่นตกกระทบผิวปรางจนดูนวลเนียนยิ่งขึ้น "นี่ห้องเจ้านาย…ห้ามเข้าไปถ้าเขาไม่อนุญาต" ป้าแสงบอกเสียงขรึม แต่ปรางกลับเผลอเหลือบมองลูกบิดประตูที่สะท้อนแสงเหมือนกำลังเชิญชวนให้หมุนเปิดเข้าไป กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยออกมาจากช่องว่างใต้ประตู กลิ่นนั้นไม่เหมือนใครผสมระหว่างความสดชื่นของไม้ซีดาร์กับไออุ่นของผู้ชาย มันติดอยู่ในปลายจมูกจนหัวใจปรางเต้นแผ่วแรงขึ้น ขณะกำลังเดินลงบันได เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังมาจากข้างล่าง คุณภพกำลังคุยกับน้าเด่นคนขับรถ สายตาคมของเขาเงยขึ้นมามองปรางพอดี ราวกับรู้ว่ามีใครกำลังสอดส่องเขาอยู่ ปรางรีบก้มหน้า แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว และในอกเหมือนถูกกระตุกด้วยสายบางๆ ของความอยากรู้อยากลอง ป้าแสงยังคงพูดเรื่องงาน แต่หูของปรางกลับไม่ได้ฟังทั้งหมด ทุกประสาทสัมผัสกำลังจดจ่ออยู่กับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ได้สบตาเจ้านายครั้งแรก บ่ายวันนั้น หลังทำความสะอาดโถงรับแขกเสร็จ ป้าแสงก็ใช้ให้ปรางเอาผ้าปูโต๊ะชุดใหม่ไปเก็บไว้ในห้องเก็บของข้างสวน ทางเดินแถบนั้นค่อนข้างแคบ พื้นไม้สักเก่าเอี๊ยดอ๊าด ทุกครั้งที่ก้าว สายลมพัดกลิ่นดินชื้นหลังรดน้ำต้นไม้เข้ามา แต่มีกลิ่นอีกอย่างปะปนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เธอจำได้แม่น พอเลี้ยวเข้ามุม ปรางก็เกือบชนกับร่างสูงใหญ่ของคุณภพที่ยืนอยู่ตรงชั้นวางของ "ระวังหน่อยสิ" เสียงทุ้มเอ่ย พร้อมกับมือใหญ่ที่ยื่นมารับน้ำหนักตัวเธอไว้ เพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่มือเขาสัมผัสต้นแขน ปรางก็รู้สึกเหมือนแรงร้อนแล่นวาบไปทั่วร่าง เธอรีบถอยออก แต่พื้นที่แคบทำให้หลังไปชนตู้ไม้ ขอบตู้ครูดเอวด้านข้างจนชุดยูนิฟอร์มเนื้อผ้าบางแนบเข้ากับผิว สายตาคมของเขากวาดมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กๆ เหมือนกำลังรู้อะไรบางอย่าง "ใหม่สินะ…ฝีมือทำงานคงต้องลองดูก่อนว่าจะดีแค่ไหน" น้ำเสียงของภพไม่ดัง แต่หนักแน่นและมีแววท้าทาย ปรางเม้มปาก ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงงานบ้าน หรือกำลังสื่อถึงอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น หัวใจเธอเต้นถี่ขึ้นโดยไร้เหตุผล ขณะที่มือยังถือผ้าปูโต๊ะไว้แน่น รู้สึกถึงความอุ่นจากสัมผัสเมื่อครู่ยังติดอยู่บนผิว คุณภพก้าวถอยเล็กน้อยแต่ยังยืนขวางทางออกอยู่ ปรางจึงจำใจต้องขยับเข้าชิดชั้นวางของด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายของเขาอบอวลจนหัวใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ "ผ้าปูโต๊ะ…เก็บตรงนี้หรือเปล่า" เขาถาม แต่สายตากลับจับอยู่ที่ใบหน้าและลำคอของเธอมากกว่าของในมือ ปรางพยักหน้า พยายามหลบสายตา แต่ยิ่งหลบเขากลับยิ่งโน้มตัวลงมาจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดข้างแก้ม "ทำงานในบ้านนี้…" เสียงเขาทุ้มลง "…บางทีก็ต้องรู้จักทำมากกว่าที่สั่ง" คำพูดนั้นคลุมเครือ แต่สายตากลับเหมือนกำลังทดสอบว่าเธอจะตอบสนองยังไง ปรางกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกว่าหน้าอกสั่นตาม มือเธอเผลอวางผ้าปูโต๊ะบนชั้นเสียงดังเบาๆ ก่อนจะก้าวออกข้างเพื่อเลี่ยงตัวเขา แต่คุณภพขยับตามอย่างจงใจ ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ข้อศอกราวกับจะนำทาง "ไปทำงานต่อเถอะ…แต่จำไว้นะ" เขากระซิบใกล้หู "ฉันสังเกตเธออยู่" เมื่อหลุดออกจากห้องเก็บของ ปรางรู้สึกเหมือนร่างยังร้อนรุ่มไม่หาย ความรู้สึกปนเประหว่างเกร็งกลัวกับตื่นเต้นแปลกๆ กำลังเล่นงานเธอ และในหัวภาพดวงตาคมคู่นั้นยังวนเวียนไม่ยอมหาย ปรางเดินออกจากห้องเก็บของด้วยใบหน้าที่พยายามเก็บซ่อนอารมณ์ให้เป็นปกติ แต่หัวใจยังเต้นแรงเหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์ต้องห้ามมาเมื่อครู่ กลิ่นน้ำยาถูพื้นอ่อนๆ จากโถงทางเดินในบ้านลอยมาแตะจมูก ก่อนจะได้ยินเสียงป้าแสงเรียกจากในครัว "ปราง! มานี่หน่อย มาช่วยป้าจัดโต๊ะให้คุณภพ เขาจะมากินข้าวเที่ยงแล้ว" "ค่ะป้า" ปรางรีบตอบรับเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้าน เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังเบาๆ ในความเงียบของบรรยากาศ แสงแดดจากหน้าต่างส่องลอดเข้ามากระทบผิวเธอจนเกิดเงารำไร ชุดทำงานที่แนบตัวเริ่มทำให้รู้สึกร้อนวูบแปลกๆ ป้าแสงกำลังหยิบจานชามเรียงลงบนโต๊ะยาวสีเข้ม แล้วหันมามองปรางพร้อมยื่นผ้าขาวสำหรับเช็ดแก้วให้ สายตาของป้าแสงดูเรียบเฉย แต่แฝงความจับสังเกตเล็ก ๆ เหมือนจะรู้ว่าสาวใช้คนใหม่กำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ป้าแสงวางผ้าเช็ดแก้วลง แล้วหันมามองปรางพร้อมเอ่ยเสียงขรึม "ปรางช่วยป้ายกกล่องที่อยู่หน้าบ้านไปเก็บในครัวหน่อยนะ กล่องมันหนัก ป้ายกไม่ไหว" ปรางพยักหน้ารับ ก่อนเดินเลี่ยงออกไปหน้าบ้านตามคำสั่งของป้าแสง เธอก้มลงจับกล่องใหญ่ที่ป้าแสงให้ยกขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่มากกว่าที่คิดไว้ ใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อจากความพยายามที่ต้องใช้แรงเต็มที่ ปรางขมวดคิ้วเล็กน้อย ยืดหลังขึ้นอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ หยัดตัวขึ้น พร้อมกับเสียงหอบเบาๆ ที่หลุดออกมาจากปาก "อืม...หนักกว่าที่คิดนะเนี่ย" เธอพูดกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับมองไปรอบๆ เพื่อหาเส้นทางที่จะเดินอย่างปลอดภัย ป้าแสงยืนดูอยู่ห่างๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจ "ปรางสู้ๆ นะลูก เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" ปรางพยายามเดินไปอย่างช้าๆ และมั่นคง มือที่จับกล่องก็ไม่ให้สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่กล้ามเนื้อที่แขนและหลังเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เมื่อไปถึงที่วางของ เธอค่อยๆ วางกล่องลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยืดตัวตรงและถอนหายใจยาว "เสร็จแล้ว!" ปรางลูบกล้ามเนื้อที่แขนและหลังตัวเองอย่างเบาๆ ด้วยความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่เธอทำสำเร็จ แม้จะหนักและเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม ปรางยืนนิ่งพักหายใจสักครู่ มือที่ยังจับขอบกล่องไว้แน่นค่อยๆ คลายออก เธอรู้สึกถึงความปวดเมื่อยลึกๆ ที่ไหล่และแขน แต่ก็กลับรู้สึกถึงความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นในตัวเอง "ดีมากนะปราง ยกของหนักแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" ป้าแสงเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยิ้มแผ่วเป็นกำลังใจให้สาวใช้คนใหม่ "ขอบคุณค่ะป้า จะทำให้ดีที่สุดเลย" ปรางส่งยิ้มตอบ แม้เหนื่อยแต่ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ แต่แล้วจู่ๆ กล่องที่วางไว้บนพื้นนั้นก็เริ่มมีเสียงบางอย่างดังกึกก้องเบาๆ ปรางหันไปมองด้วยความสงสัย และพบว่ากล่องนั้นมีบางอย่างข้างในที่ยังไม่ได้ถูกจัดเก็บดีนัก เธอจึงต้องหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้น้ำหนักของกล่องยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ปรางต้องใช้แรงมากขึ้นกว่าครั้งแรก เสียงลมหายใจของเธอเริ่มดังชัดขึ้น เส้นผมบางเส้นที่ติดหน้าผากเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ "อ๊ะ...หนักมากจริงๆ นะเนี่ย" ปรางพูดพลางขมวดคิ้วอย่างตั้งใจ แต่ในใจกลับรู้สึกท้าทายกับความหนักหน่วงนี้ "ให้ป้าช่วยนะลูก จะได้ไม่เหนื่อยมากเกินไป" ป้าแสงเดินมาช่วยจับกล่องอีกข้างหนึ่งแล้วบอกเสียงอ่อนโยน ปรางยิ้มรับก่อนจะส่งกล่องไปให้ป้าแสงช่วยถือครึ่งหนึ่ง ทั้งสองเดินไปด้วยกันอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ของข้างในกล่องเสียหาย เมื่อวางกล่องเรียบร้อย ปรางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ หายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยลมหายใจออกช้าๆ ความเหนื่อยล้าค่อยๆ จางหายไปในความรู้สึกพึงพอใจที่ได้ช่วยเหลือและทำงานสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD