ติ๊ด~แกร็ก!
เสียงคีย์การ์ดแตะสแกนดังขึ้นตามด้วยเสียงปลดล็อกของประตู ทว่าเฌอลินยังคงยืนนิ่งมองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้าไปในห้องหรู เขาเงียบมาตลอดทางกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่ประโยคเดียว
คงเพราะเธอยืนอยู่ตรงนี้นานเกินไปจนคนที่เดินนำหน้าเข้าไปภายในห้องรู้สึกได้ ซันเซบบ์หยุดนิ่งก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมคำถาม
“จะยืนคุยที่หน้าห้อง?”
ร่างเล็กไม่ชอบสถานการณ์บีบคั้นอย่างนี้เลย มันชวนให้รู้สึกราวกับเธอเป็นเหยื่อตัวน้อย ๆ ที่กำลังเดินเข้าไปในกรงของเขาเหมือนกับว่าเพียงแค่ก้าวเข้าไปก็จะติดกับกัก
“เข้ามา”
เสียงทุ้มเย็นออกคำสั่งก่อนจะหันหลังกลับ ทิ้งให้ร่างเล็กยืนอยู่หน้าห้องเพื่อตัดสินใจและท้ายที่สุด ขาเล็กก็ยกขึ้นค่อย ๆ ก้าวข้ามผ่านบานประตูเข้าไป
เธอหันกลับไปปิดประตูให้สนิท แล้วหันกลับมามองคนที่กำลังหย่อนตัวนั่งบนโซฟาก่อนจะเดินช้า ๆ ไปหยุดยืนนิ่งตรงหน้าของอีกฝ่าย นี่คือครั้งแรกที่เธอเข้ามาในห้องของเขาด้วยความจำเป็น
แต่กลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรจำเป็นเลยจริง ๆ นอกจากความกดดันที่ก่อตัวขึ้นกลิ่นอายความอึดอัดลอยคลุ้งภายในห้องทั้งโทนสีดำทึบชวนให้รู้สึกวูบหวิวกลางใจ
“นั่งลงสิ” น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นทำลายความเงียบที่เพิ่งก่อตัว
“ไม่ค่ะ เฌอคุยไม่นานก็จะกลับแล้ว” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียง ทั้งที่มือเริ่มสั่นเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยสายตาคู่นั้นของเขา
ร่างสูงค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักโซฟาสายตาของเขาหยุดนิ่งที่ใบหน้าหวานซีดไร้เลือดฝาดของเธอ แม้จะพยายามเก็บอาการแต่มือน้อย ๆ ที่กำลังสั่นระริกนั้นทำให้ดูออกได้ง่าย ๆ ว่ากำลังกลัวมากขนาดไหน
“มั่นใจได้ยังไงว่าไม่นาน เรายังไม่เริ่ม… คุยกันเลยด้วยซ้ำ” เขาไม่ได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อยที่เห็นร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ตรงกันข้าม
กลับมองว่านี่คือโอกาสที่จะผลักเธอให้จนมุม
“เฌอไม่คิดว่านั่นเป็นสัญญาอะไร ถ้าพี่เซบบ์จะยึดติดกับแค่กระดาษแผ่นเดียว…”
ทั้งที่พูดยังไม่จบเสียงของคนบนโซฟาก็แทรกขึ้น ทำให้ร่างเล็กต้องเงียบ กลืนคำพูดที่เตรียมเอาไว้ลงคอราวกับถูกปิดปาก
“… ไม่ใช่คำที่อยากได้ยินเลยแฮะ” ซันเซบบ์ยังเอาแต่จ้องไปยังร่างเล็กตรงหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากครอบครองที่ล้นออกมาอย่างเปิดเผย
“อย่าบังคับเฌอด้วยวิธีนี้เลยนะคะ”
ร่างเล็กกำลังร้องขอดี ๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าไปมาเชื่องช้าแทนคำปฏิเสธไม่ได้แคร์เลยว่าในสายตาของเธอเขาจะกลายเป็นคนเลวขนาดไหน
“แต่เฌอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”
“รับเงินไปแล้วจะไม่รู้เรื่องได้ยังไง” เขาตอบด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไม่มีความสะทกสะท้านเผยออกมาให้เห็น
“ตอนขอเลขบัญชีทำไมถึงไม่ยอมให้คะเฌอจะโอนคืนทั้งหมด” ร่างเล็กพยายามคิดทุกอย่างเพื่อเอามาแย้ง ขัดกับความต้องการที่เปิดเผยของเขา
มือเริ่มชื้นเหงื่อทั้งที่อุณหภูมิภายในห้องเย็นเฉียบจนสั่นสะท้าน
“ในเอกสารเขียนไว้ ว่าต้องคืนภายในสามวันแต่มันผ่านมาห้าวันแล้ว แปลว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อตกลง”
หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ ตัวชากับถ้อยคำที่ร่างสูงพูดออกมา เขาคงเป็นบ้าไปแล้วถึงได้พยายามทำทุกทางให้ได้เธอไปอยู่ข้าง ๆ และเฌอลินไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของตัวเองจะต้องเผชิญกับความโชคร้ายถึงขนาดนี้
“ข้อตกลงที่เฌอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยน่ะเหรอคะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มตัดพ้อพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกลืนความรู้สึกทั้งหลายกลับลงไปในอกแล้วพูดต่อ “พี่เซบบ์รู้ไหมตอนนี้ชีวิตของเฌอมันแย่ขนาดไหนทำไมถึงต้องทำร้ายกันด้วย”
เฌอลินกำลังอ้อนวอนขอให้เขาเห็นใจตลอดเวลาที่ซันเซบบ์คอยตามชีวิตของเธอน่าจะรู้และได้เห็นว่าผ่านความลำบากมามากมายขนาดไหน
แล้วทำไมคนที่บอกว่ารักถึงอยากจะทำร้ายเธอมากขนาดนี้