ตอนที่ 12 ความห่วงใยของโจวเหวินหลง

1742 Words
มือหนาหยาบใหญ่คว้าจับมือของหญิงสาวเอาไว้แผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงเล็กน้อยเพื่อสำรวจบาดแผลบริเวณหน้าผากเกลี้ยงใสด้วยความเป็นห่วง นิ้วยาวค่อย ๆ ไล่สัมผัสไปยังผิวบอบบางที่กำลังบวมปูด พลางมองไปยังพื้นที่รอบข้างว่ายังบาดเจ็บตรงอื่นอีกหรือไม่ การกระทำที่แสดงออกมาด้วยความร้อนใจของชายหนุ่มกำลังทำให้ร่างเล็กรู้สึกขัดเขินขึ้นมาอย่างง่ายดายโดยที่เขาเองไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ โจวเหวินหลงพึ่งกลับจากเอาของป่าไปขาย พอดีกับที่เห็นว่าหญิงสาวเดินออกมาจากสำนักงานพอดีคาดว่าคงกำลังกลับบ้านเพียงลำพังโดยไม่มีพี่ชายเช่นทุกวัน เขาจึงตั้งใจอยากไปส่งเธอ ชายหนุ่มเลือกเดินตามหลังเธอมาตลอดทางโดยไม่กล้าเข้าไปทักทาย เพราะไม่อยากให้น้องสาวของสหายรู้สึกอึดอัด หลังจากเดินมาได้ครึ่งทางเขาเห็นซุนจือหลินเดินเหม่ออยู่สักพัก ก่อนจะเดินตรงเข้าไปใกล้เสาเรื่อย ๆ เขาเองกำลังจะรั้งตัวเธอไว้ไม่ให้ชน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะระหว่างเราทั้งคู่ค่อนข้างทิ้งระยะห่างกันพอสมควร พลันเมื่อได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดไม่รอช้าสองขาก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ ไม่ทันไรก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอจนได้ “พี่เหวินหลง คือฉัน… ไม่เป็นไรแล้วค่ะ”ซุนจือหลินบอกสหายของพี่ชายเสียงเบา ไม่คาดคิดว่าเขาจะเห็นความซุ่มซ่ามของเธอ แม้จะรู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง แต่ลมหายใจอุ่นที่กำลังเป่ารดใบหน้าก็ทำให้สองแก้มรู้สึกเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ชาติก่อนไม่สนใจก็รู้สึกเฉย ๆ แต่ชาตินี้พอคิดว่าจะเปิดใจ ไม่ทันไรก็รู้สึกใจสั่นกับความใส่ใจของผู้ชายคนนี้เสียแล้ว ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนที่กำลังแสดงอาการห่วงใยออกมาอย่างไม่รู้ตัว พอดีกับที่เขามองเธออยู่พอดี สองสายตาเมื่อสบกันราวกับบรรยากาศรอบกายพลันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจแกร่งทำให้โจวเหวินหลงกระแอมไอออกมาสองสามครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการขัดเขินนี้ “ต่อไปก็ระวังหน่อย”โจวเหวินหลงกล่าวเสียงเข้มทว่าในน้ำเสียงกลับเจือความห่วงใยอยู่หลายส่วน เมื่อรู้ตัวว่าเผลอแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะก็ชักมือกลับปล่อยใบหน้าของหญิงสาวให้เป็นอิสระและถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวในทันที “แล้วพี่มาได้อย่างไรคะ?” พลันคิ้วคู่เรียวขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ตลอดทางเดินเธอเข้าใจว่าเดินมาเพียงลำพัง แต่ทันทีที่ชนเสาเขาก็มาปรากฎตัวตรงหน้าเธออย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้ นี่ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผีสางที่ตามติดตัวเธอมาตลอดหรอกนะ “พี่พึ่งกลับจากในเมืองเห็นเธอเดินชนเสาพอดีเลยรีบเข้ามาดูหน่อย”โจวเหวินหลงพยายามตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุด ในขณะที่หัวใจแกร่งนั้นเต้นรัวแรงราวกับกลองศึกก็ไม่ปาน “ค่ะ”หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ พลางมองอีกฝ่ายตาปริบ ๆ ระหว่างทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกจนทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นในที่สุด จนกระทั่งโจวเหวินหลงเป็นคนตัดสินใจทำลายบรรยากาศนั้นลง “จะกลับบ้านใช่ไหม? เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง”ไม่เพียงแค่พูด ทว่ามือหนากลับไวกว่าความคิด เขาคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวบางของเธอพร้อมกับทำท่าจะเดินต่อ ซุนจือหลินมองข้อมือตัวเองด้วยความรู้สึกบางอย่าง สองเท้าเล็กไม่ได้เดินตามเพียงแต่ยืนมองมือของเขาที่จับข้อมือเธอนิ่ง ๆ เท่านั้น ไม่มีความรังเกียจหรือไม่พอใจ แต่เธอกลับรู้สึกชอบใจที่เขาเป็นห่วงเธอจะลืมตัวได้ขนาดนี้ เห็นทีพรานหนุ่มคนนี้เธอไม่อาจดูเบาได้จริง ๆ เพียงแค่คิดในใจมุมปากก็เผลอคลี่ยิ้มออกมาบางเบา โจวเหวินหลงที่เห็นร่างเล็กนิ่งงัน สายตาของเธอที่มองไปยังข้อมือก็พอจะเข้าใจได้ทันที ชายหนุ่มมีท่าทีร้อนรนขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไป ชื่อเสียงของหญิงสาวเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม นั่นจึงทำให้เขาต้องเว้นระยะห่างอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก “เอ่อ…พี่ขอโทษ ไปกันเถอะ”มือหนาคลายออกจากข้อมือของเธอพร้อมกับเอ่ยขอโทษอย่างรวดเร็ว ท่าทางเช่นนั้นทำให้เขาดูน่ารักดีในสายตาของซุนจือหลิน หญิงสาวเผยรอยยิ้มกว้างจนตากลมโตเล็กลงจนแทบปิด ก่อนจะเป็นฝ่ายคว้าจับมือหนาของเขาเอาไว้เอง แล้วออกแรงรั้งให้เขาเดินไปพร้อมกับเธอ “ค่ะ กลับบ้านกันเถอะ”เสียงหวานกล่าวขึ้นพลางส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครั้งหนึ่ง ไอร้อนผะผ่าวที่กำลังเล่นงานทั้งสองข้างแก้มทำให้เธอไม่อาจมองหน้าเขาได้นานกว่านี้จึงแสร้งหันมองไปยังด้านหน้าแทน โจวเหวินหลงมองสองมือที่มีขนาดต่างกันของเขาและเธอ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อย ทอดมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินตามเธอไปโดยไม่พูดอะไรต่อ เท้าเล็กชะลอฝีเท้าให้ช้าลงเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเดินขึ้นมาเคียงข้างกัน นั้นจึงทำให้ความรู้สึกของโจวเหวินหลงเริ่มเปลี่ยนไป “พี่ถือว่าเธอรู้แล้วนะว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น” การจับมือถือแขนกันอย่างสนิทสนมของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานแน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องตามมาไม่สิ้นสุด ทั้งคำพูดไม่ดีและสายตาดูแคลนจะถูกส่งไปที่ฝ่ายหญิงในทันทีหากทั้งคู่ไม่ได้ตกลงแต่งงานกันในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งสำหรับเขาที่ชอบพอเธออยู่แล้วแน่นอนว่าไม่มีผลเสีย กลับกันเขานั้นรู้สึกดีใจเสียอีกที่เป็นเช่นนั้น แต่สำหรับซุนจือหลินนั้นต่างออกไป เพราะหากเธอไม่ได้คิดจะมีอนาคตร่วมกันกับเขา การที่หญิงสาวจะได้แต่งงานกับคนดี ๆ ในอนาคตถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หรือให้พูดอีกอย่างคือ เธอจะไม่สามารถหาสามีที่ดีได้อีกเลย ซุนจือหลินมองเจ้าของฝ่ามือหนาด้วยแววตาสื่อความหมาย ใบหน้าได้รูปพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใส “ฉันรู้ค่ะ และก็ไม่กลัวด้วย” ได้ยินเช่นนั้นแล้วโจวเหวินหลงรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน นี่ไม่เท่ากับเธอกำลังบอกกลาย ๆ ว่ายินดีจะแต่งให้เขาในภายภาคหน้าหรอกเหรอ ก่อนนี้เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่แค่จะแหงนหน้ามองดอกฟ้ายังไม่กล้า และดอกฟ้าอย่างเธอไม่มีทางจะชายตาแลสุนัขไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเขา แต่การกระทำของจือหลินในครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นหากจะปีนขึ้นไปหาดอกฟ้าสักครั้ง ในเมื่อเธอเองก็พอจะมีความรู้สึกให้เขาอยู่บ้าง และก็เป็นไปตามที่คิดไว้การใกล้ชิดระหว่างชายหญิงถือเป็นเรื่องที่ต้องปฎิบัติกันอย่างเคร่งครัด หนึ่งหญิงหนึ่งชายหากไม่ได้แต่งงานหรือหมั้นหมายกัน การใกล้ชิดสนิทสนมนั้นถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องลูกสาวคนเล็กของผู้นำหมู่บ้านกับพรานหนุ่มยากจน เพราะหลังจากที่โจวเหวินหลงเดินจูงมือหญิงสาวไปส่งที่บ้านแล้ว ในเช้าวันต่อมาเรื่องนี้ก็กลายเป็นหัวข้อหลักในทุกวงสนทนาทันที และตอนสายของวันถัดมาหลังจากมื้อเช้าสิ้นสุดลงอย่างเร่งรีบ ซุนจือหลินถูกพี่ใหญ่รั้งตัวไว้ให้นั่งอยู่ต่อบนเก้าอี้ตัวเดิม โดยมีสายตาของทุกคนในครอบครัวตระกูลซุนเพ่งมองมาที่เธออย่างจับผิด ไม่เว้นแม้แต่พี่สะใภ้ผู้แสนดีของเธอ “ลูกมีอะไรจะพูดหรือเปล่า?”เป็นผู้นำครอบครัวอย่างซุนถงฉีที่เก็บความอยากรู้ไม่ไหวจนต้องเอ่ยถามออกมากก่อนเป็นคนแรก ลูกสาวคนเล็กของบ้านแสร้งมองไปทางอื่น ก่อนจะถามกลับไปด้วยท่าทีไขสือ ราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเอง “เรื่องอะไรหรือคะ?” ท่าทางเช่นนี้ของน้องสาวนั้นกระตุ้นความรู้สึกคันไม้คันมือให้กับพี่ใหญ่อย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรนิ้วยาวของซุนไป่หานก็จิ้มลงบนหน้าผากที่กำลังปูดบวมของคนน้องอย่างแรง “นี่!! ก็เรื่องน้องกับสหายพี่อย่างไรเล่า!!” “พี่ใหญ่! เจ็บนะ แม่คะดูพี่ใหญ่ทำหนูสิ!”หญิงสาวลูบหน้าผากของตนเอง จากนั้นจึงหันไปออดอ้อนมารดาที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลัง ซึ่งนอกจากไม่ได้รับการปลอบโยนที่ดีแล้ว แม่ยังหันมาจ้องเธอตาเขียวอีกต่างหาก “อย่ามาเฉไฉ ตอบมาเดี๋ยวนี้!!”ซุนไป่หานไม่ยอมให้เรื่องจบลงโดยง่าย ในใจนั้นลุ้นระทึกด้วยเพราะหวังว่าสหายจะมีหวังอยู่บ้างในเรื่องความรัก ซุนจือหลินถอนหายใจออกมา ก่อนจะยอมรับตามตรง ในใจก็ลุ้นไม่ต่างจากพี่ใหญ่ เธอเกรงว่าทุกคนจะไม่เห็นด้วย “ก็…ตามที่คนอื่นพูดนั่นล่ะค่ะ” “จือจือ แล้วลูกรู้ใช่ไหมว่านี่หมายความว่าอย่างไร?”เป็นอู๋สุ่ยหลิงที่ถามขึ้นมาบ้าง เธอไม่เคยคิดจะขัดขวางความรักของหนุ่มสาว แต่ก็เกรงว่าลูกสาวจะทำไปด้วยความไม่รู้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะได้หาทางแก้ไขกันต่อไป หญิงสาวได้ฟังคำถามและเห็นสีหน้าของทุกคนที่แสดงออกว่าเป็นห่วงเธอมาก พลันรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา จากนั้นจึงพยักหน้ารับช้า ๆ และบอกความต้องการของตนเองออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก “รู้ค่ะ หนูยินดีแต่งให้พี่เหวินหลง หวังว่าทุกคนจะ-…”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD