EP.13 น้ำจิ้มซีฟู้ด

1375 Words
ก่อนถึงเวลารับประทานอาหารเย็นของจวนตระกูลหวัง เวิ่นเวิ่นก็ง่วนอยู่แต่ในครัว เพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง เธอจัดแจงให้ ซูเม่ย และ เจียลี่คอยเป็นลูกมือหยิบจับวัตถุดิบเป็นระยะ ทดลองทำอยู่นาน ก่อนจะสำเร็จออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทั้งสอง นั่งจ้องสิ่งที่นายของตนพยายามทำมาเป็นสามชั่วยาม เพื่อให้ได้สิ่งนี้เพียงหนึ่งถ้วยเท่านั้น “คุณหนูเวิ่นเจ้าคะ สิ่งนี้คือสิ่งใดเจ้าคะ รสชาติแปลกประหลาดยิ่งนัก” ซูเม่ย หันไปมองกับ เจียลี่ ทั้งคู่ได้แต่ทำหน้างงยกใหญ่ “ข้าไม่ได้ให้พวกพี่ทานเปล่า ๆ แบบนี้ซะหน่อย สิ่งนี้ต้องทานร่วมกับอาหารทะเลย่างน่ะพี่” “มิน่า พวกข้าทั้งสองลองชิมดู รสชาติจัดจ้านยิ่งนัก ว่าแต่คุณหนูเวิ่นได้สูตรมาจากที่ใดกันเจ้าคะ ข้ามิเคยพบเลยเจ้าค่ะ” “จะว่ายังไงดี ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใด ข้าถึงรู้จักสิ่งนี้ พูดแล้วอาจดูเหลือเชื่อนะพี่ ข้านั่งฝึกปรับลมปราณอยู่ จู่ ๆ ภาพก็ผุดขึ้นมาในหัว ภาพที่เห็นราวกับแดนไกล ถิ่นของเขา เรียกกันว่า น้ำจิ้มซีฟู้ดนี่แหละ แปลกๆ ใช่ม่ะ พวกเขาทานกับอาหารทะเลย่าง หรือพวกของย่าง ไม่ก็ของลวก ข้าเลยนำมาทำดู ดูเหมือนจะทำให้อาหารทะเลย่างอร่อยขึ้นจริง ๆ ด้วยนะพี่” “ไม่ค่อยเข้าใจเจ้าค่ะ แต่ข้าเชื่อว่าสิ่งนี้ทำให้อาหารย่างอร่อยขึ้นแน่นอน แค่ได้กลิ่นจาง ๆ นี้น้ำลายในปากข้าก็ฟูฟ่อง แล้วเจ้าคะ” “พี่ซูเม่ยช่วยข้ายกไปที่ห้องอาหารนะ ส่วนพี่เจียลี่ พี่ทำอาหารไว้สำหรับทานในเรือนขวารอนะ” “รับทราบเจ้าค่ะ” เจียลี่ตอบรับ เวิ่นเวิ่น เดินตรงดิ่งไปยังห้องอาหาร ประจำตำหนักใหญ่ของจวนตระกูลหวัง เมื่อมาถึงก็พบว่าทั้งท่านลุงฉิน และ คุณชายฉินอี้นั่งรอกันก่อนแล้ว เวิ่นเวิ่นที่มาช้ากว่าใคร จึงทำได้เพียงกล่าวขอโทษ “ขออภัยท่านลุงฉิน คุณชายฉินอี้เจ้าค่ะ ที่ข้ามาช้า” เธอก้มตัวโค้งขณะกล่าวก่อนที่เสียงของ ฉินอี้จะเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว “เวิ่นเวิ่น เมื่อวานข้าบอกเจ้าให้เรียกข้าว่าอย่างไร” “คะ??? ขอโทษค่ะ ท่านพี่ฉินอี้” เวิ่นเวิ่นหลุบตาลงกล่าวอย่างแผ่วเบา ฉินอี้ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มยกมุมปากอย่างพึงพอใจ “ฉินอี้ ลูกอย่าได้แกล้ง ยัยหนูล่ะ ข้ารับนางเป็นหลานข้าแล้ว ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าให้ข้าเห็นว่าเจ้าโขกสับนางล่ะ มิเช่นนั้นข้านี่แหละที่จะตีเจ้า” “ท่านพ่อข้าจะทำกิริยาแบบนั้นได้อย่างไร ข้ายี่สิบสามแล้วนะขอรับ ไม่ใช่น้องเล็กสักหน่อย” ฉินอี้เอ่ยพลางส่ายหัวให้ผู้เป็นพ่อที่ยังคงมองเขาเป็นเด็กเล็กอยู่ “ข้ารู้ว่าเจ้า เก่งกาจผลักดันตนจนเป็นแม่ทัพแคว้นสี่ได้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ภายในจวนนี้เจ้าก็เป็นลูกข้า เป็นพี่คนโตของจวนนี้ ตรงนี้จดจำไว้” “รู้แล้วขอรับท่านพ่อ ข้าจดจำตั้งแต่เห็นจดหมายที่ท่านพ่อส่งมาแจ้งว่ารับเวิ่นเวิ่นเป็นหลานในจวนแล้วขอรับ” “งั้นก็ดี ข้าอยากให้รักกันไว้ยังไงก็ครอบครัวเดียวกันแล้ว” ลุงฉินเอ่ยเสร็จ ทั้งฉินอี้ และ เวิ่นเวิ่น ก็สบตากัน ฉินอี้มอบรอยยิ้มที่อบอุ่นให้แก่เวิ่นเวิ่น จนเวิ่นเวิ่นหลุบตาลงมองพื้นพลางอดยิ้มมิได้ “อ่อจริงสิ พี่ซูเม่ย นำน้ำจิ้มมาวางที่โต๊ะหน่อย” เวิ่นเวิ่นเอ่ยสั่งให้ซูเม่ยนำสิ่งที่เรียกว่า น้ำจิ้มซีฟู้ด วางไว้กลางโต๊ะอาหาร สร้างความประหลาดใจให้ลุงฉิน และ ฉินอี้ “ยัยหนู มันคืออะไร” “ท่านลุงเจ้าคะ สิ่งนี้ข้าทำเองกับมือ เรียกว่าน้ำจิ้มซีฟู้ดเจ้าค่ะ ท่านลุงลองเอาปลาหมึกย่างจิ้มสิ่งนี้ก่อนทานสิเจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นแนะ ลุงฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงคีบปลาหมึกย่างจุ่ม น้ำจิ้มซีฟู้ด ก่อนรับประทานไปเต็มคำ ปากเคี้ยวตุยไม่พัก ไร้เสียงตอบรับ ใบหน้ายิ้มพร้อมมองหน้ามายังเวิ่นเวิ่น “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ฉินอี้เอ่ยเมื่อเห็นลุงฉินทานแล้วไม่เอ่ยไม่กล่าวสิ่งใดเอาแต่คีบปลาหมึกย่างจุ่มน้ำจิ้มแล้วทานด้วยรอยยิ้ม “ฉินอี้ เจ้าลองทานดูสิ” ลุงฉินเอ่ยแก่ลูกของตน ฉินอี้ได้ฟังดังนั้นก็คีบปลาหมึกย่าง จุ่ม น้ำจิ้มซีฟู้ด แล้วรับประทาน สิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าของฉินอี้ ไม่ต่างอะไรจากลุงฉินเลย จนทำให้เวิ่นเวิ่นที่เป็นผู้ทำฉีกยิ้มอย่างดีใจ “ท่านลุงฉิน ท่านพี่ฉินอี้ ชอบไหมเจ้าคะ ข้าลองทำมาทั้งวันเลย” ทั้งสองไม่เอ่ยอะไร ได้แต่ยกนิ้วโป้งเป็นเชิงบอกว่ายอดเยี่ยม สำหรับพวกเขา “ท่านลุงฉินเจ้าคะ ข้าคิดว่า สิ่งนี้ ควรทำเสิร์ฟพร้อมอาหารทะเลยย่างที่ร้านอาหารฉินเจ้าค่ะ ท่านลุงฉิน ท่านพี่ฉินอี้ เห็นด้วยหรือไม่เจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นตั้งใจฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “ข้าเห็นด้วยนะ” ฉินอี้เอ่ย “ดี... ตาแก่อย่างข้าต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว หลังจากข้าปิดปรับปรุงร้านเสร็จข้าจะนำสิ่งนี้ ไปใช้ที่ร้านแน่นอน” “แต่ท่านลุงเจ้าคะ ข้าอยากแนะนำควรให้พ่อครัวในจวนที่ไว้วางใจเป็นผู้ทำ แล้วค่อยส่งไปยังร้านอาหารหวังฉินน่ะเจ้าค่ะ ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี เกรงว่าหากให้คนครัวที่ร้านทำ เคล็ดลับน้ำจิ้มนี้อาจหลุดรอดไปยังร้านอื่นให้ลอกเลียนแบบได้นะเจ้าคะ” “ยัยหนู....เจ้านี่รอบคอบดียิ่งนัก ข้าเห็นด้วย น้ำจิ้มซีฟู้ดมิควรให้คนอื่นรู้มาก มันต้องเป็นจุดเด่นของร้านอาหารหวังฉิน เดี๋ยวข้าจะส่งคนครัวคนสนิทไปที่เรือนขวาของเจ้า ให้เขาเรียนรู้ที่นั้นแล้วกัน” “เจ้าค่ะ ท่านลุงฉิน เชิญรับประทานอาหารต่อเจ้าค่ะ ท่านพี่ฉินอี้ด้วยนะเจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นหันไปสบตาฉินอี้ที่กำลังกอดอกยิ้มมองเธอ ด้วยสายตาที่ไม่อาจเข้าใจได้ ทั้งสามนั่งทานกันไปจวบจนอิ่มหน่ำสำราญ คนครัวก็เข้ามาเก็บโต๊ะอาหาร แต่ท่านลุงฉินได้รั้งให้ทั้งฉินอี้ และ เวิ่นเวิ่น คงอยู่ก่อน พร้อมกับแจ้งให้ผู้ติดตามอื่น ๆ ออกจากห้องไปให้หมด “ฉินอี้ ลูกกลับเมืองฉีครานี้ พอมีเวลาว่างหรือไม่” “พอมีขอรับ ข้าเข้าไปที่กองทหารประจำเมืองฉีไม่บ่อยนักแค่ไปฝึกทหารไม่กี่ครั้งขอรับ ที่ข้ากลับมาครั้งนี้ก็กะมาเยี่ยมบ้านอยู่แล้วท่านพ่อ” “ดี งั้นพ่อขอฝากลูกสอนเคล็ดวิชาปราณให้ ยัยหนูเวิ่นเวิ่น ได้รึเปล่าหากเจ้ามีเวลา” ฉินอี้หันมองเวิ่นเวิ่นพร้อมเอ่ยถามเวิ่นเวิ่น “เจ้าเปิดเส้นลมปราณได้แล้วงั้นหรือ” ฉินอี้เอ่ยถาม “เจ้าค่ะ ข้าเปิดเส้นลมปราณด้วยตัวเองเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นตอบอย่างซื่อตรง “เปิดเองงั้นรึ เวิ่นเวิ่นเจ้าจะบ้าระห่ำเกินไปแล้ว” ฉินอี้ทำหน้าดุดัน “อย่าไปดุ ยัยหนูเลย พ่อดุไปแล้ว ตอนนี้ยัยหนูก็รอดมาได้ เส้นปราณก็ถูกเปิดออกแล้วจุดมวลพลังก็คงที่ พ่อเลยอยากให้เจ้าช่วยหน่อย” “ขอรับท่านพ่อ ข้าสอนได้อยู่แล้ว เวิ่นเวิ่นล่ะ พร้อมจะให้ข้าสอนหรือไม่” “ยินดีมากค่ะ ท่านพี่ฉินอี้ ข้าอยากเก่งขึ้นเจ้าค่ะ” “ดี....เวลาฝึกสอนข้าไม่ได้ใจดีอย่างที่เจ้าคิดนะ เตรียมตัวรับมือด้วยล่ะ” ฉินอี้ยืนขึ้นยันมือบนโต๊ะอาหารโน้มตัวจ้องมองไปยังเวิ่นเวิ่น จนเธอสะดุ้งเฮือก ‘ใกล้ไปแล้วนะ ท่านพี่ฉินอี้’ “เจ้าค่ะ ข้าจะฝึกฝนเต็มที่ มิให้ ท่านพี่ฉินอี้เสียเวลาแน่นอนเจ้าค่ะ” “งั้นพรุ่งนี้เช้า เตรียมตัวให้ดีล่ะ เราจะออกไปฝึกนอกเมืองกัน” “เจ้าค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD