EP.7 เริ่มฝึกปราณ

1157 Words
เช้าวันใหม่ ณ.เรือนขวาของจวนตระกูลหวัง เวิ่นเวิ่นยังคงแผ่สยายบนเตียงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา เนื่องจากเธอเพิ่งผ่านเรื่องราวมากมาย ทำให้ร่างการของเธอเหนื่อยล้า ( ‘ท่านเป็นใคร’ ‘ลูกพ่อ ตื่นขึ้นมาเถอะกลับบ้านเรานะลูก’ ‘ท่านพ่อ?? ไม่ใช่....ท่านพ่อข้าไม่ได้หน้าตาเยี่ยงนี้ ท่านพูดอะไรข้าสับสนไปหมด’ ‘ลูกพ่อ ตื่นขึ้นมาเถอะกลับบ้านพ่อคิดถึงลูกมากนะ อย่าปล่อยให้พ่อโดดเดี่ยวแบบนี้’ ‘ท่านตอบข้ามาทำไมเอาแต่เรียกข้าว่าข้าเป็นลูกท่าน’ ‘ลูกพ่อ พ่อต้องทำยังไงถึงจะทำให้ลูกฟื้นขึ้นมา’ ‘ท่าน ท่านเมินข้า หรือ ท่านไม่เห็นข้างั้นหรือ’ ) เธอพลิกตัวไปมาขมวดตัวขดในผ้าห่มผืนใหญ่ แม้จะหลับอยู่ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยเหงื่อราวกับเธอกำลังฝันร้ายอยู่อย่างนั้น “ท่านตอบข้ามานะ!!!!!!” เวิ่นเวิ่นตะโกนออกมาดังสนั่น พรางสะดุ้งตื่นดีดตัวนั่งหายใจรัว มือทั้งสองเย็นเฉียบ และสั่นเทาไปทั้งตัว “นั่น.... นั่นมันฝันงั้นหรือ ข้าฝันอะไรอยู่ เหตุใดในฝันถึงพบชายคนหนึ่งแต่งตัวประหลาด เอาแต่เรียกข้าว่าลูกเช่นนั้น” เวิ่นเวิ่นสติกระเจิง ยกมือปาดเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งใบหน้า ไม่ทันไร ผู้ติดตามเวิ่นเวิ่นทั้งสองคน ก็รีบวิ่งมาเคาะประตูดังสนั่น ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาหาผู้เป็นนาย “คุณหนูเวิ่นคะ เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าคะ.......” ผู้ติดตามชื่อ ซูเม่ย เอ่ยถามผู้เป็นนาย “ข้า...ข้าไม่เป็นไร แค่ฝันร้าย” เวิ่นเวิ่นตอบไป แต่ใบหน้ายังคงแสดงความกังวลออกมา “สีหน้าคุณหนูเวิ่นไม่ดีเลยนะเจ้าคะ” ผู้ติดตามชื่อ เจียลี่ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ซูเม่ย เจียลี่ ขอบคุณพวกเจ้ามากที่เป็นห่วง งั้นช่วยไปต้มน้ำชาให้ข้าสักถ้วยได้หรือไม่ ข้าอาจจะยังไม่ตื่นเต็มที่” เวิ่นเวิ่น บอกผู้ติดตามทั้งสอง “รับทราบค่ะ/ค่ะ” ทั้งสองโค้งรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เวิ่นเวิ่นนั่งนิ่งอีกครั้ง เธอยังคงครุ่นคิด ถึงสิ่งที่ปรากฏในฝัน ทั้งภาษา และ การแต่งตัวที่แปลกประหลาดอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เธอกลับเข้าใจออกทุกสิ่งที่ชายคนนั้นเอ่ยมา แต่เหตุใดกันนะ ชายคนนั้นถึงไม่ตอบสนองต่อคำพูดผ่านฝันของเธอเลย “เดี๋ยวนะ ในความฝันชายคนนั้นเหตุใดถึงถือ สมบัติของแคว้นเจ็ดล่ะ หรือว่าเขาขโมยของข้าไปแล้ว” เวิ่นเวิ่นตื่นตระหนกจึ่งลุกไปยังห่อสัมภาระ เพื่อหาสมบัติของแคว้นเจ็ดชิ้นนั้น เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามันยังอยู่ในห่อผ้าสัมภาระของเธอมิได้หายไปได้ “สมบัติแคว้นเจ็ด ก็ยังอยู่นี่ แล้วทำไมชายผู้นั้นถึงมีเช่นกัน” เวิ่นเวิ่นนั่งขบคิดอยู่พักใหญ่ จึงหยิบตำราที่ท่านพ่อมอบให้ก่อนออกจากหมู่บ้านมาดู เพื่อเสาะหาความลับของสมบัติชิ้นนี้ แต่เมื่อเปิดดูตำราก็พบว่าส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชาลมปราณของแคว้นเจ็ดทั้งสิ้น จวบจนหน้าสุดท้ายมีกระดาษใบหนึ่งแนบอยู่ในนั้น “นี่มัน ......” เวิ่นเวิ่นตื่นตระหนกกับข้อความที่ปรากฏในแผ่นกระดาษใบนี้ และมองไปยังสมบัติแคว้นเจ็ดตาไม่กะพริบ “อะไรคือ ความนึกคิดข้ามภพ ไม่เข้าใจเลย คิดยังไงก็คิดภาพไม่ออก” เวิ่นเวิ่น พลิกกระดาษด้านหลังจึงพบเคล็ดลมปราณหนึ่งที่สามารถใช้สมบัติแคว้นเจ็ดได้ ดูเหมือนจะมีเพียงเธอผู้เดียวเท่านั้นที่จะใช้มันได้จริงๆ “คุณหนูเวิ่นคะ น้ำชามาแล้วเจ้าค่ะ” ซูเม่ยที่ถือน้ำชารออยู่หน้าประตูเอ่ยขออนุญาต เวิ่นเวิ่นที่ได้ยินเสียงจึงรีบเก็บทั้งตำรา และ สมบัติแคว้นเจ็ดไว้ในผ้าห่มไปก่อนเพื่อให้รอดพ้นสายตาจากผู้อื่น “เข้ามาได้” เวิ่นเวิ่นเอ่ยอนุญาต “ข้าวางไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ คุณหนูต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่เจ้าคะ” ซูเม่ยเอ่ยถามผู้เป็นนาย “ข้ารบกวนเจ้าแจ้งให้คนในเรือนขวา อย่าเข้ามากวนข้าช่วงพักผ่อน นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ขอบใจมากนะซูเม่ย” เวิ่นเวิ่นยิ้มให้กับซูเม่ย “ยินดีรับใช้เจ้าค่ะ คุณหนูเวิ่น” เมื่อซูเม่ยออกจากห้องไป เวิ่นเวิ่นก็นำทั้งสมบัติของแคว้นเจ็ด และ ตำราฝึกปราณแคว้นเจ็ดออกมา เพื่อทำตามคำแนะนำที่ปรากฏในกระดาษและทำให้ตนสามารถเปิดผนึกสมบัติแคว้นเจ็ดได้ เวิ่นเวิ่นเริ่มการฝึกฝนด้วยการเปิดเส้นลมปราณก่อนตามหลักเคล็ดวิชา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่จะเข้าสู่วิถีจอมยุทธ์ เธอนั่งขัดสมาธิ ตั้งจิตมั่นแล้วเพ่งไปยังจุดมวลพลังในกาย เพื่อดึงดูดพลังธรรมชาติเข้าสู่จุดมวลพลังของตน ตามดั่งตำรากล่าวไว้ ทำเลที่ตั้งของจวนตระกูลหวัง อยู่ในตำแหน่งที่สามารถรับพลังงานธรรมชาติทั้งต้นไม้ ใบหญ้า ขุนเขา ซึ่งมีแรงมวลพลังชั้นสูงสะสมไว้อย่างมาก ทำให้การดึงเส้นปราณตามร่างให้เปิดออกนั้น จักทำได้ง่ายดายมากขึ้น เพียงแต่เวิ่นเวิ่นกระทำด้วยตนเองโดยไม่มีผู้ชำนาญยุทธ์ช่วยคุมลมปราณ ขณะพยายามเปิดเส้นปราณ จึงทำให้เวิ่นเวิ่นต้องรับแรงกดทับมากถึง 10 เท่ากว่าคนทั่วไป เมื่อพลังธรรมชาติอันสูงส่ง ถูกหลอมเข้าสู่ร่างกายตน เธอจึงต้องพยายามควบคุมให้เข้าสู่จุดมวลพลังของร่างกายอย่างอดทน สมาธิที่มีเริ่มถูกขัดขวางด้วยความเจ็บปวด ระบบภายในค่อย ๆ ถูกทำลายจากแรงกดดันของพลังธรรมชาตินั้น จนเลือดค่อย ๆ ไหลกลบปากบ่งบอกถึงกระแสพลังที่เข้าสู่ร่างการอย่างรุนแรงจนทำร้ายอวัยวะภายใน แต่กระนั้น เวิ่นเวิ่นก็ยังควบคุมสมาธิสุดความสามารถ พยายามประคับประคองให้สติตั้งมั่น และนั่งฝืนรวบรวมพลังธรรมชาติเข้าสู่จุดมวลพลังต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุดอยู่ภายในห้องของเธอ เวลาผ่านไป สิบชั่วโมง “ก๊อก....ก๊อก.... คุณหนูคะ ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ” เสียงของเจียลี่เอ่ยภายนอกประตูห้องเข้ามา “เข้ามาได้” เวิ่นเวิ่นที่สติเรืองลาง จากการปลดผนึกเส้นลมปราณตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า เจียลี่ เมื่อได้เข้ามาในห้อง ก็พบว่าผู้เป็นนายนอนสติเลือนรางอยู่บนเตียง มีคราบเลือดบริเวณมุมปาก “คุณหนูเวิ่นเจ้าคะ ท่านได้ยินข้ารึเปล่าคะ” เจียลี่นั่งลงข้างเตียงพยายามโต้ตอบกับเวิ่นเวิ่น แต่เวิ่นเวิ่นยังนอนแน่นิ่ง ทำให้เจียลี่ตกใจอย่างหนัก ตะโกนลั่น “ใครก็ได้ช่วยคุณหนูเวิ่นที มีใครอยู่แถวนี้หรือไม่” เสียงเจียลี่ตะโกนดังกึกก้องไปทั่ว “ข้ายังไหว ข้ายังไม่........” เวิ่นเวิ่นที่พยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างเบาบาง ซึ่งเธอไม่อยากให้ใครเป็นห่วง แต่สุดท้ายเพราะเธอฝืนเปิดลมปราณมากเกินไปจึงทำให้เรี่ยวแรงของเธอหมดสิ้นและสลบไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD