EP.18 ร้านตำรา

1668 Words
“ยินดีต้อนรับ ขอรับ” ชายสูงวัยผู้มีราศียืนอยู่ตรงเคาเตอร์ต้อนรับของร้าน “ข้าต้องการเลือกดูตำราเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสง่างาม “รบกวนแม่นางวางบัตรประจำตัวขอรับ” เวิ่นเวิ่นนำบัตรประจำตัวของตัวเองยื่นให้กับชายสูงวัยที่อยู่ตรงหน้า ‘หวัง เวิ่นเวิ่น ตระกูลหวัง’ ชายสูงวัยอ่านบัตรประจำตัว พร้อมเงยหน้ามอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นโฉมหน้าของสตรีที่ถูกเลื่องลือว่า นายท่านฉินแห่งตระกูลหวังได้แต่งตั้งสตรีนางหนึ่งให้เป็นหลานสาว เรื่องนี้เล่าปากต่อปากกันมากนัก แต่น้อยคนจะได้เห็นโฉมหน้า แม้เธอจะปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยผ้าขาวบาง แต่ดวงตาที่สุกสกาวนั้น ก็ฉายแสงออกมาราวกับสตรีชั้นสูง ท่าทีของชายสูงวัย เปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความนอบน้อมมากขึ้น เขาเดินออกจากเคาเตอร์ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง “แม่นางคือคุณหนูเวิ่นแห่งตระกูลหวังใช่หรือไม่ขอรับ” ชายสูงวัยเอ่ยก่อนโค้งคำนับให้ “เจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นสำรวมกิริยาตอบ “ไม่ทราบว่า คุณหนูเวิ่นต้องการหาตำราใดขอรับ ข้าจักได้แนะนำได้” ชายสูงวัยเอ่ย “ข้าแค่ต้องการหา ตำราเกี่ยวกับ แคว้นต่างถิ่นเจ้าค่ะ ท่านเพียงบอกข้าว่าอยู่ตรงไหนก็พอแล้ว ข้าจะเลือกเอง คงใช้เวลาสักพัก” เวิ่นเวิ่นหันไปสบตาชายสูงวัย “ตำราเกี่ยวกับต่างแคว้น จะอยู่ที่ชั้นสองของร้านขอรับ คุณหนูเวิ่นเชิญเลือกได้ตามสบาย หากสงสัย หรือ หาตำราที่ถูกใจไม่เจอ เรียกข้าได้นะขอรับ ข้าประจำการอยู่ตรงนี้เสมอ” “ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เชิญท่านรับแขกท่านอื่นต่อเถิดข้าไม่รบกวนท่านมากแล้ว” “ขอรับ” ชายสูงวัย โค้งคำนับให้ก่อนจะปลีกตัวไปตอนรับลูกค้าท่านอื่น ๆ ที่กำลังเข้ามา เวิ่นเวิ่นรู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะเลือกตำราด้วยตัวเอง เพราะเธอจะรู้สึกเกร็งเมื่อต้องมีคนไม่คุ้นหน้า คอยตามไปมา เธอเพียงต้องตำราที่บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของต่างแคว้นที่ยังไม่เคยไป สำหรับเธอการเดินทางทั้งที่ยังไม่ศึกษา วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ก่อนอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าที่คิดก็เป็นได้ เวิ่นเวิ่นไปยังชั้นสองของร้านตามที่ชายสูงวัยผู้ดูแลร้านบอกไว้ เธอพบว่าชั้นสองบุคคลที่จะได้รับการอนุญาตให้มาเลือกชมสินค้านั้น ต้องเป็นคนที่มีหน้าตาในสังคมพอควร และ ต้องร่ำรวยที่จะพอซื้อสินค้าเหล่านี้ได้ เพราะเพียงเล่มแรกที่เธอหยิบขึ้นมา ก็มีราคาที่มากกว่าค่าจ้างของผู้ติดตามของเธอ สองเดือนด้วยซ้ำ บรรยากาศชั้นสองของร้านตำรานี่เงียบสงัดไร้เสียงผู้คนเดินไปมา เธอหันมองไปทางไหนก็แลเหมือนจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาชั้นนี้ได้ ‘นี่สินะ หากไม่ร่ำรวยก็ไม่สามารถจับต้องความรู้ได้ ความรู้ในโลกนี้คงหายากกว่าเงินทองเสียจริง’ เวิ่นเวิ่นยังคงรู้สึกถึงการแบ่งชนชั้นที่สัมผัสได้ จนเธอคิดไปอีกว่าเธอคงโชคดีเกินกว่าใครที่จู่ ๆ คนไร้บ้านอย่างตัวเธอเองจะตกถังข้าวสาร ได้รับความเมตตาจากตระกูลดังเช่นนี้ เวิ่นเวิ่นเดินไปมาเพื่อเสาะหาตำราที่สนใจ เธอหยิบเล่มแล้วเล่มเล่า ก็ยังคงวางไว้ที่เดิม “เฮ้อ.....แต่ละเล่มบรรยายกว้างเกินไป ไม่ละเอียดถี่ถ้วน ไม่คุ้มราคาที่จะยอมจ่ายเลย” เวิ่นเวิ่นเอาแต่บ่นอุ๊บ แต่เธอก็ยังคงค้นหาตำราต่อไป เพราะร้านตำราแห่งนี้มีตำรามากมาย ที่เธอหยิบออกมานั้นเป็นเพียงหยิบมือเท่านั้น ไม่นานนัก จู่ ๆ เธอได้ยินเสียงแว่ว ผ่านหู เสียงของชายคนหนึ่งกำลังท่องกวี ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม เธอหยุดเดิน และตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ ‘คนคนนี้ น้ำเสียงไม่เลวเลย ไพเราะเสนาะหู กวีที่เปล่งก็ดียิ่ง’ ด้วยความที่อยากรู้ต้นเสียงว่าเป็นผู้ใด เธอจึงค่อย ๆ เดินเสาะหาภายในชั้นสองไปทั่ว เพื่อหาต้นเสียงเมื่อสักครู่ จวบจนสายตามองไปยังระเบียงชั้นสองของร้านตำราที่ติดถนนสายหลักย่านการค้า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งชุดสีเขียวพลิ้ว ผมยาวดำขลับ มือข้างหนึ่งถือพัดอันสง่าราศีของคนชนชั้นสูง นี่มันตามแบบฉบับ ของหนุ่มนักกวีที่เธอเคยวาดไว้ ในความคิด เวิ่นเวิ่นค่อยๆ เดินไปใกล้ ต้นเสียงอย่างลืมตัว จนชายผู้นั้นรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเดินเข้ามา จึงได้หยุดท่องกวีแล้วหันกลับมายังตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ “แม่นาง มีธุระอันใดกับข้ารึเปล่า” ชายนักกวีเอ่ยถามด้วยท่าทีสง่างามยิ่ง “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าได้ยินเสียงขับร้องกวีที่ไพเราะยิ่งนัก เลยถือวิสาสะมาตามเสียง หากเป็นการรบกวนคุณชาย ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่น โค้งคำนับให้กับ ชายหนุ่มนักกวี ก่อนจะหันหลังกลับไป “ข้ายังมิได้ว่าอันใดต่อแม่นางเลย” ชายหนุ่มรูปงาม ยืนขึ้นเดินมาทางเธอพลางถือพัดโบกสะบัดไปมาอย่างชดช้อย “แล้วแม่นางกำลังตามหาตำราใดอยู่ ข้าเห็นแม่นางเดินวนไปมาอยู่สักพัก” ชายหนุ่มรูปงามนั้นเอ่ย เวิ่นเวิ่นที่ได้ยินเช่นนั้น ก็คิดในใจ ‘ที่แท้ก็สังเกตเห็นเราตั้งแต่ต้น’ แต่เธอก็เลือกที่จะตอบไปตามมารยาท “ข้ากำลังหาตำราเกี่ยวกับ แคว้นต่างถิ่นเจ้าค่ะ แต่ยังหาตำราที่ถูกใจไม่ได้” เวิ่นเวิ่นตอบกลับไปก่อนจะหันไปสนใจตามหาตำราต่อ “ข้าพอจะแนะนำ แม่นางได้นะ” ชายหนุ่มกวีรูปงามเอ่ยก่อนจะเดินไปยังชั้นตำราที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของเวิ่นเวิ่น เขาเดินหาอยู่ไม่นาน ก็หยิบตำราเล่มหนึ่งที่อยู่ในมุมด้านในลับตาคนออกมา ยื่นให้เวิ่นเวิ่นที่ก้มตัวนั่งเลือกตำราอยู่ไม่ไกลนัก “แม่นาง ลองดูตำราเล่มนี้ก่อนดีหรือไม่” ชายหนุ่มกวีเอ่ย เวิ่นเวิ่นที่ก้มตัวก็ลุกเงยขึ้นมามองเขาอย่างไม่ทันระวังทำให้ ศีรษะ โขกเข้าอย่างจัง กับปลายคางของชายหนุ่มกวี ที่ก้มตัวลงมา เวิ่นเวิ่นกุมศีรษะอยู่ชั่วครู่ แต่เมื่อได้สติ ก็รีบหันไปดูชายหนุ่มกวีที่เธอทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ “คุณชาย เจ็บหรือไม่ ข้ามิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ “ข้ามิได้เจ็บอันใด แม่นาง อย่าได้กังวล” ชายหนุ่มกวีลูบคางก่อนจะโบกมือเพื่อยืนยันว่าไม่เป็นไร “อ่ะนี่ แม่นางลองดูก่อนว่าถูกใจตำรานี้หรือไม่” ชายหนุ่มกวียื่นตำราให้ เวิ่นเวิ่นจึงรับด้วยความยินดี เมื่อเธอเปิดดูตาราเล่มนี้ พบว่า เนื้อหาถูกเขียนออกมาอย่างดี ละเอียดมาก ราวกับผู้เขียนคือนักยุทธวิถีที่ฝ่าฟันไปทั่วแคว้นต่าง ๆ ด้วยตนเองจริง ๆ เพราะเวิ่นเวิ่นสัมผัสได้จากตัวอักษรเพียงไม่กี่คำ “ขอบคุณ คุณชายมากเจ้าค่ะ ตำราเล่มนี้ ดีจริงๆ ข้าอยากได้เล่มนี้เจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นหันกลับไปยิ้มให้ชายหนุ่มกวี แม้ผ้าที่ปกปิดครึ่งหน้าไว้ แต่เขาก็สัมผัสได้ว่า แม่นางตรงหน้า กำลังดีใจอยู่จริง ๆ “เจ้าหาตำราที่ชอบเจอ ก็ดีแล้ว ดูเหมือนเจ้าจะสนใจต่างแคว้นพอสมควรนะ” ชายหนุ่มกวีเอ่ย “ข้าอยากเดินทางผจญภัยไปให้ครบทุกแคว้นเจ้าค่ะ การศึกษาภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมก่อนไปเยี่ยมเยียนจะเป็นเรื่องดีต่อตัวข้า” เวิ่นเวิ่นเอ่ยตอบไป เมื่อเธอได้ตำราที่เธออยากได้แล้ว เธอจึงต้องรีบกลับ เนื่องจากเสียเวลาอยู่ที่ร้านตำรานานไปแล้ว และยังมีผู้ติดตามที่รอเธอด้านล่างอยู่ ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะโค้งคำนับขอบคุณให้กับชายหนุ่มกวีผู้ที่ช่วยเธอหาตำราเล่มนี้ “ขอบคุณคุณชายมากเจ้าค่ะที่ช่วยหาตำราเล่มนี้ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นหันหลังกำลังจะเดินลงไปชั้นหนึ่ง “เดี๋ยว ข้ายังไม่ทราบชื่อแม่นางเลย” ชายหนุ่มกวีเอ่ยพลางโบกพัด “ข้าเวิ่นเวิ่น เจ้าค่ะ แล้วคุณชาย...” เวิ่นเวิ่นเหลียวคอหันมาตอบพร้อมถามกลับ “ข้า เติ้งฮ่าว หวังว่าในยุทธภพนี้ เราจะได้พบกันอีกที่ไหนสักแห่งนะ” “เช่นกันเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกมา เธอลงมาชำระเงินของตำราที่แสนแพงเล่มนี้ แต่แล้วเมื่อสำรวจร่างกายกลับพบว่าลืมพกถุงเงินมา จึงเอ่ยแจ้งแก่ชายสูงวัย “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าลืมพกถุงเงินมา มิทราบว่า ทางร้านจะสามารถเก็บตำรานี้ไว้ให้ข้าได้หรือไม่ อีกสักพักขาจะมารับไปเจ้าค่ะ” “มิเป็นไรขอรับ คุณหนูเวิ่น คุณหนูสามารถนำมันกลับไปได้เลย ข้าจะลงบัญชีเงินไว้ เมื่อคุณหนูมีเวลาสามารถเข้ามาชำระ หรือให้คนจากทางจวนตระกูลหวังมาชำระได้ขอรับ” ชายสูงวัยเอ่ย “จริงหรือเจ้าคะ งั้นข้าขอรับตำรานี้ไว้ก่อน อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยาม ข้าจะนำเงินมาชำระให้ท่านเจ้าค่ะ” “รับทราบขอรับคุณหนูเวิ่น” เวิ่นเวิ่นเดินออกจากร้าน พร้อมตำราที่ต้องการ จากนั้นจึงเรียกผู้ติดตามทั้งสอง เพื่อกลับไปยังร้านอาหารหวังฉิน ในขณะที่เดินตามทางออกมาไม่ไกลจากร้านตำรา เธอก็รับรู้ได้ว่ามีใครจ้องมองเธออยู่ ซึ่งเธอก็พอคาดเดาได้ว่าคงเป็นชายหนุ่มกวีผู้นั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD