แอบแซ่บ (4)

1459 Words
Chapter : 4 เมื่อธเนศใส่แท่งเนื้อนั้นเข้าไปในตัวเธอสุดแรงกระทั่งสั่นคลอนมดลูกของเธอ ต้าเหนิงก็ถึงกับกระอักด้วยเสียงแหบพร่า “อึ๊ก! พี่คะหนูจุก...” เธอรัดร่างเขาแน่นราวกับเป็นงูเหลือมตัวยักษ์ที่พยายามจะขยี้เขาให้กระดูกแตกหัก แต่ถึงจะใช้แรงทั้งหมดออกไปเธอก็ไม่สามารถกยุดยั้งความระทมทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ “แล้วชอบไหม?” ธเนศถามพลางหอบหายใจแรงข้างใบหูต้าเหนิง ทำให้เธอที่สั่นเทิ่มอยู่แล้วยิ่งระส่ำระสายมากขึ้นไปอีก “ชอบค่ะ...อื้อ~น้ำพี่มันไหลเข้ามาในตัวหนูเยอะมากเลย...” ต้าเหนิงกล่าวพลางรับสัมผัสกับของเหลวอุ่น ๆ ที่ถูกอัดฉีดเข้ามาในร่างกาย ทำให้เธอร้อนรนไปทั้งตัวจนสะโพก สะเอว และแผ่นหลังหงิกงอจากอาการเสียดเสียวอย่างถึงที่สุดซึ่งกำลังลุกลามจากภายในสู่ภายนอก เสียงหวานยังคงครวญครางไม่เลิก พร้อมเพรียงกันนั้นที่บริเวณด้านในท้องน้อย แท่งเนื้อของธเนศก็กำลังถูกบดขยี้โดยต้าเหนิง เธอทำมันโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ราวกับจะให้มันแหลกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างไรก็ตาม ยิ่งเธอขมิบช่องว่างให้รัดกุมธเนศมากเท่าไหร่เธอก็จะยิ่งเสียวขึ้นมากเท่านั้น “ตอดดีอะไรขนาดนี้ ถ้าหนูบอกว่าหนูซิงพี่ก็เชื่อนะ” ธเนศกอดร่างบางของต้าเหนิงอย่างแนบชิด สัมผัสความอบอุ่นของเธอกับกลิ่นตัวเธอที่ระเหยออกมาจากหยาดเหงื่อที่ซึมซาบไปตามผิวหนังขาวนวล และลูบไล้แผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธออย่างเบามือ คล้ายพยายามปลอบประโลมให้ต้าเหนิงสงบลง นักศึกษาในอ้อมกอดยกมุมปากขึ้น “ถึงขนาดนี้แล้วพี่คงจะไม่เชื่อแล้้วล่ะค่ะว่าคนอย่างหนูจะซิงอยู่ หึหึ ” รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นความอ่อนล้าและความต้องการที่ไม่จางหาย “ที่สำคัญหนูยังไม่หายเ****นเลยค่ะ” ดวงตาของต้าเหนิงมีประกายที่น่าหลงไหลวูบวาบน่ามอง ธเนศฉีกยิ้มลุ่มลึกก่อนที่จะถอดถอนแท่งเนื้อของเขาออกมาจากร่องรักของเธอ ต้าเหนิงสัมผัสได้ถึงช่องว่างที่กลวงลึกของตัวเองที่กำลังรับลมเย็น ๆ อยู่ใต้กระโปรงพลีทสีดำ “อึ๊ก~! อย่าอยู่ดี ๆ ก็ถอดสิคะ หนูยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย” ต้าเหนิงว่างั้นด้วยสีหน้าเย้ายวน ของเหลวอุ่นจากภายในร่างกายที่ร้อนผ่าวค่อย ๆ หลั่งไหลออกมา เธอสัมผัสได้ว่ามันมายังสุดขอบแล้ว และไม่นานเสียงหยดน้ำก็ดังขึ้น ของเหลวสีขาวขุ่นหยดเยิ้มลงสู่พื้นจนเกิดเป็นแอ่งเล็ก ๆ ที่เจ่อนอง พร้อมกันนั้นกลิ่นคาวใคร่ก็โชยขึ้นมาตีจมูกทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่เร่าร้อนจบลงแล้ว ธเนศวางอีกฝ่ายลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวลขณะที่ค่อย ๆ จัดการตัวเองอย่างช้า ๆ สร้างความรู้สึกเงียบเหงาให้แก่บรรยากาศรอบข้างจนต้าเหนิงอดไม่ได้ที่จะทำลายความเงียบของอีกฝ่าย “จะไม่ต่อจริง ๆ เหรอคะ?” เธอกล่าวพลางพยายามทำจิตใจให้สงบเมื่อเหม่อมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่กลายเป็นจืดชืด “พอดีว่าพี่มีธุระ...” ธเนศจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนโยน ตอนนี้ต้าเหนิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความแพรวพราวกลายเป็นหูตก เธอดูน่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยที่ไม่อยากให้พ่อไปทำงานแต่ก็ไม่ได้ดื้อซนหรือห้ามปรามคุณพ่อแต่อย่างไร ”อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ต้าเหนิง” เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยและติดกระดุมครบทุกเม็ด ธเนศก็เข้ามาลูบไล้เธอ มือข้างหนึ่งลูบใบหน้า มือข้างหนึ่งซุกไซ้เข้าไปใต้เสื้อนักศึกษาและลูบไล้หน้าอก “ถ้าจะไปแล้วก็อย่ามาทำให้เ****นกว่าเดิมสิคะ?” เธอช้อนตามองเขาดูออดอ้อน ต้าเหนิงยังคงอิดออดอยู่เล็กน้อย ใบหน้านั้นแดงซ่านเมื่อมือหนาสัมผัสกับเรือนร่างนี้ไม่หยุด ณ ตรงส่วนที่อ่อนไหว ไม่พอเพียงแค่การลูบ ธเนศยังขยำและละเล่นกับยอดอกสีชมพูสดสวยของเธอด้วย นั่นยิ่งทำให้ต้าเหนิงมีอารมณ์มากยิ่งขึ้นไปใหญ่ “ก็มันอดใจไม่ไหวนี่คะ นมหนูน่ากินมาก อีกอย่าง...” ธเนศเว้นช่วงการพูดขณะที่โน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอ ลูบไล้แก้มเธออย่างทะนุถนอม ใช้หัวแม่มือกดริมฝีปากของเธอเบา ๆ ภายใต้การจับตามองของดวงตาคู่งามตรงหน้า เขากล่าวพลางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ “หนูหงุดหงิดแล้วเหรอคะ?” ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นคิ้วของต้าเหนิงพลันกระตุก แม้จะคิดว่าตัวเองเก็บสีหน้าเก่งแล้ว แต่มันก็ไม่สามารถหลุดพ้นการสังเกตของธเนศได้ เธอเอ่ยขึ้นมาพลางขมวดคิ้วมุ่น “ก็พี่อะ...” แต่ก่อนจะได้พูดอะไรออกไปมากกว่านั้น เธอก็กลืนคำพูดลงคอตัวเองไป และเสียงเดาะลิ้นก็ดังขึ้นเบา ๆ “ชิ...” ต้าเหนิงหลบหน้าธเนศเล็กน้อยพลางค่อย ๆ นำมือขึ้นมากอดอก ท่าทีดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากคนที่ดูสดใสและร่าเริงกลายเป็นคนที่ดุร้ายและเย็นชา “ขนาดตอนโกรธก็ยังน่ารักนะเนี่ย...” เขาว่างั้นก่อนที่จะเลื่อนมือออกมาจากตัวเธอและจับมือเธอเบา ๆ และโน้มหน้าลงดอมดม “ถึงกลิ่นตัวจะหอมแต่กลิ่นควันก็ยังมีอยู่นะคนสวย” เขายุแหย่เธอพลางจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ติดอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา “หนูดูดบุหรี่ไม่ได้งั้นเหรอคะ?” ต้าเหนิงกล่าวพลางมองเขาด้วยสายตาจิกกัดนั่นทำให้ธเนศดูจะพึงพอใจในแบบที่ต่างออกไป คล้ายกับกำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งเธอ “แค่แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมถึงพยายามกลบกลิ่น เพราะเอาจริง พี่น่ะชอบผู้หญิงแบบหนูนะ” ธเนศลูบหัวต้าเหนิงก่อนที่จะลากมือลงมาหยิกแก้มนุ่ม ๆ ที่น่าหมั่นใส้ของเธอ แม้ว่าอีกฝ่ายจะให้จับและปล่อยให้ทำอะไรตามใจชอบแต่สายตาของต้าเหนิงนั้นยังคงมองค้อนเขาอยู่ในตอนนี้ “ชอบผู้หญิงที่กำลำจะเป็นมะเร็งปอดงั้นเหรอคะ?” เธอกอดอกแน่นขึ้นยิ้มยียวน และเริ่มไขว้ขาดูราวกับเป็นนักเลงที่กำลังข่มขวัญอาจารย์ อย่างไรก็ตาม อาจารย์คนนี้กลับดูจะพึงพอใจในสิ่งที่เธอทำ ธเนศตอบกลับคำถามของต้าเหนิงในทันที “พี่น่ะชอบต้าเหนิงต่างหากล่ะ ชอบคนที่แหกกฎบ้าง แหกขาบ้าง มันดูเป็นธรรมชาติดี” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้เธออีกครั้งขณะที่เธอพยายามที่จะหลบหน้าเขา “พี่นี่แม่งโรคจิตว่ะ” ต้าเหนิงสบถอย่างรำคาญ แต่แก้มของเธอก็แดงระเรื่อมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาเมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายดันหอมแก้มเธอ “ไม่ใสไป ไม่ขุ่นไป อาจจะคาวบ้างก็ไม่แย่ ว่างั้นไหม?” ธเนศมองต้าเหนิงที่ทำหน้าอึ้ง ๆ ก่อนที่จะหรี่ตายิ้ม จากนั้นก็ประกบจูบกับเธอทำให้เคลิบเคลิ้มกับรสลิ้นที่ร้อนเร่า การดื่มด่ำดำเนินไประยะเวลาหนึ่งจนหลงลืมทุกอย่างรอบตัวไปชั่วขณะ ต้าเหนิงที่กอดคออีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจกล่าวพลางพยายามปกปิดความเขินอายขณะที่รสชาติของธเนศยังคงติดอยู่ที่ปรายลิ้นเมื่อพวกเขาถอนจูบออกมา “พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลย” ทั้งคู่มองตากันและกันพลางโอบกอดกันขณะที่พูดคุยกัน “ก็แค่จะบอกว่าหนูคือสเปคพี่ไงล่ะ?” “ผู้ชายแบบนี้เขาว่าเจ้าชู้รู้ตัวป่าว?” “หนูเองก็ไม่ต่างกันนี่ นักศึกษาที่ไหนจะมาแอบแซ่บกับอาจารย์ในห้องเรียนมหาลัยได้ เว้นแต่จะเป็นเด็กร่านแถมยังเลือกที่จะร่านกับอาจารย์หน้าใหม่ซะด้วย” รอยยิ้มของธเนศกลายเป็นแสบสัน เขาเองก็ดูจะมีริมฝีปากที่ซุกซนพอ ๆ กับเธอ “ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่หนูแล้วสิที่ปากดี” ต้าเหนิงสวนเขาขณะที่ค่อย ๆ จัดการใส่กระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเอง To be continued...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD