ยอมแพ้

1170 คำ
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นสิงขรป่วยจริง ลออมาพบเขานอนในห้องรับแขก เสื้อผ้ายังชื้นอยู่มากชายหนุ่มตัวร้อนจี๋จนเธอต้องเรียกให้คนขับรถช่วยกันพาเขาส่งโรงพยาบาล สิงขรไม่สามารถไปศาลตามนัดได้ซึ่งในวันนั้นเป็นทั้งนัดไกล่เกลี่ยและสืบพยานนัดแรก เท่ากับเขาผิดนัดสองนัด ภวัตในฐานะทนายโจทย์จึงยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่มาศาล ไม่ยื่นคำให้การ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนผู้ฟ้องคดี(โจทก์) ทำคำร้องให้เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด และศาลสามารถตัดสินให้หย่าได้โดยใช้คำพิพากษาแทนการจดทะเบียนหย่า เนื่องจากคู่สามีภรรยาไม่มีบุตรด้วยกัน และเมธาวีได้ยกเลิกเรื่องการฟ้องร้องขอแบ่งสินสมรส เพราะสิงขรโอนเงินให้เธอแล้วจึงไม่มีอะไรที่ต้องรอสรุปอีกเรื่องจึงจบเร็วกว่าที่เธอคิด เมธาวีตัดสินใจถอนฟ้องรสาในคดีฟ้องชู้ไปด้วยกันเลยในวันนั้น เพราะเธอรู้สึกเหนื่อย ตั้งแต่มารดาเสียเธอเพิ่งรู้สึกโล่งก็วันนี้เอง “ค่าวางศาลจะได้คืนหลังจากหักค่าธรรมเนียมศาลนิดหน่อยนะเม” ภวัตบอกเธอในตอนเย็นหลังจากที่เรื่องเรียบร้อย “ไม่ต้องคืนเราหรอกวัต เป็นค่าทนายน่ะแหล่ะ” เมธาวีบอกเรียบๆ “เฮ้ยไม่เอา นี่เพื่อนกันเลยทำให้ คดีของเธอก็ไม่ได้ยากอะไร ฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย” ภวัตปฏิเสธ “เอาไปเถอะ ค่ากระดาษก็เงิน ค่าหมึกก็เงิน ค่ารถมาศาล ค่าน้ำมันมีต้นทุนทั้งนั้น ถ้าเธอไม่รับฉันคงไม่สบายใจมาก” เมธาวีพูดกับเขา เธอรู้สึกไม่สบายใจเพราะคิดว่าสิงขรน่าจะต้องป่วย 'แต่นั่นก็ดีแล้ว เขาจะได้เลิกยุ่งกับเธอจริงๆ สักที' เมธาวีปัดความไม่สบายใจนั้นออก เธอควรจะมีความสุขเมื่อได้สิ่งที่ต้องการครบทุกข้อ ลออเฝ้าสิงขรที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้า จนเย็นชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัว “ตื่นแล้วเหรอคะคุณหนึ่ง เป็นไงบ้างยังปวดหัวอยู่ไหม” ถึงสิงขรอาจจะทำเรื่องร้ายกาจกับใครแค่ไหน แต่ความที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่แบเบาะก็ทำให้ลออยังพร้อมอยู่ดูแลเขาเสมอ “กี่โมงแล้วครับ วันนี้ผมต้องไปศาล” สิงขรพูดเสียงแหบ “เย็นแล้วค่ะ ถึงไปก็ไม่ทันแล้ว” ลออพูดเสียงอ่อน ใจนึงก็เห็นใจสิงขรแต่ก็เข้าใจเมธาวีดีเช่นกัน ก็ต้องยอมรับว่าสิงขรทำผิดไว้มาก วันนี้ทินกรมาเยี่ยมชายหนุ่มตอนที่เขาหลับ และบอกว่าฝ่ายเมธาวีอาจจะร้องขอต่อศาลให้ไต่สวนและสืบคดีฝ่ายเดียวเพราะจำเลยขาดนัด เธอได้แต่ถอนใจจึงบอกทินกรไปว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อาการของเขาดีขึ้นในวันที่สาม ทินกรมาบอกว่าเขายังสามารถยื่นค้านคำพิพากษาได้ เพราะชายหนุ่มป่วยจริงมีใบแพทย์รับรองส่วนจะสำเร็จไหมก็แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล “ไม่ต้องหรอก ผมยอมแพ้เมแล้ว” ถ้าเธอต้องการหย่าเขาจะยอมรับตามนั้น โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเองล้วนๆ เขาออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านต่ออีกสามวัน แล้วไปทำงานตามปกติ สิงขรไม่ไปหาเมธาวีที่บ้านอีกเลยนับตั้งแต่นั้น หลังจากหย่าได้หนึ่งเดือน เมธาวีก็ยังไปทำงานที่ร้านของอวิกาตามปกติ เธอชอบตรงที่งานนี้ทำแล้วสบายใจ บรรยากาศของร้านผ้าไม่ได้มีคู่แข่งแบบเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ขายได้เรื่อยๆ “คุณหนึ่งเขาไม่มาอีกเลยเนอะ” สร้อยสุภาชวนคุย เมธาวีไม่ตอบอะไร เธอทานอาหารเงียบๆ อีกฝ่ายจึงพูดต่อ “พี่โทรไปคุยกับป้าลออ แกบอกว่าหลังจากวันที่คุณหนึ่งตากฝนพอกลับไปก็เข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนัก แอดมิทสามวันแน่ะ” ได้ยินดังนั้นเมธาวีรู้สึกผิดที่เธอไม่ทราบข่าวและไม่ได้ไปเยี่ยม แต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่าตอนมารดาเธอเข้าโรงพยาบาลเป็นเดือน จนถึงในงานศพของท่านสิงขรเองก็ไม่เคยย่างกรายมาเช่นกัน “ก็ช่างเขาเถอะค่ะพี่สร้อย แล้วเรื่องที่พี่สร้อยไปดูมาว่ายังไงบ้างคะ” เธอมีโครงการจะซื้อที่นอกเมืองไว้สักแปลงปลูกบ้านหลังเล็กๆ และปลูกผัก มีสร้อยสุภาและคำปันที่จะไปดูแลทั้งบ้านและสวนผักให้ “ก็ได้แล้วนะมีที่นึงเหมาะมากอยู่ที่ลี้ เป็นที่เชิงเขาอากาศเย็น ตัวที่ขนาดยี่สิบไร่แถบนั้นปลูกพวกสตรอเบอรี่ กะหล่ำดี” สร้อยสุภาพูดถึงที่ที่เธอไปดูมากับคำปัน เมธาวีค่อนข้างสนใจมาก “ราคาเท่าไหร่คะ” “เจ้าของบอกไว้แปดล้าน แต่ก็อาจจะต่อรองได้อีก” “พรุ่งนี้เมหยุดงาน เราไปดูที่กันก็ได้ค่ะถ้าโอเคจะได้ซื้อเลย” เมธาวีได้ไปดูที่ที่เจ้าของบอกขายในวันรุ่งขึ้น มีคำปันรอต้อนรับ คำปันเป็นคนพื้นที่ของที่นี่ ชายหนุ่มได้รับข่าวการบอกขายที่เฉพาะคนในวงในจึงมาบอกสร้อยสุภา และสร้อยสุภาได้มาดูแล้วหนึ่งครั้ง ได้คุยกับเจ้าของที่ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวซึ่งเป็นพี่น้องได้รับที่เป็นมรดกและต้องการขายเอาเงินไปแบ่งกัน เธอดูที่รอบๆ ที่นี่อากาศเย็นสบายในฤดูปกติ และหนาวเย็นในหน้าหนาวเพราะอยู่เชิงเขา เมธาวีค่อนข้างชอบที่นี่มากเธอตอบตกลงใจที่จะซื้อโดยที่ไม่ต่อราคา เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น ได้ทราบจากลออว่าคุณย่าป่วยเข้าโรงพยาบาล เมธาวีจึงไปเยี่ยมท่านในวันนั้นเลย “คุณย่าเป็นอย่างไรบ้างคะ” เธอจับมือของหญิงชราที่เอนตัวครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเตียงผู้ป่วย “ย่าไม่เป็นไรลูกคนแก่ก็แบบนี้ แล้วเมเป็นยังไงบ้าง” “เมสบายดีค่ะคุณย่า แล้วหมอบอกว่าคุณย่าเป็นอะไรคะ” เธอตอบท่านและหันไปถามลออที่ยืนข้างๆ “คงจะพวกหมอกควันน่ะค่ะหนูเม เลยทำให้ท่านสุขภาพไม่ดี ปอดไม่แข็งแรง หมอก็แนะนำให้ไปหาที่พักฟื้นดีๆ อากาศบริสุทธิ์” ลออตอบ เนื่องจากบ้านอยู่ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ที่ระดับมลภาวะเข้าขั้นเป็นสีแดงจากหมอกควันทำให้ร่างกายของคนชราค่อนข้างจะมีผลกระทบเยอะ “แต่ช่วงฝุ่นควันเยอะจริงๆ ค่ะคุณย่า” เมธาวีค่อนข้างห่วง ปัญหานี้สะสมมาหลายปีไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนแก้มันได้จริงจังเลย เธอคิดทบทวนก่อนจะพูดขึ้นมา “ตอนนี้เมไปซื้อที่ไว้ที่ลี้เป็นที่ติดเชิงเขา อากาศดีมากคุณย่าไปพักฟื้นที่นั่นไหมคะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม