“ไม่ได้ถาม แต่บังคับ”

1416 คำ
มหาวิทยาลัย… ลานคณะในช่วงเย็นเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันไปมา เสียงพูดคุยจอแจปะปนกับเสียงล้อกระเป๋าลากบนพื้นทางเดิน มีนาหันมามองเพื่อนอย่างสงสัย “ขนม เดี๋ยวนี้แกไม่ได้อยู่หอแล้วเหรอ วันนั้นฉันจะแวะเข้าไปหา แต่ยามหน้าหอบอกว่าแกย้ายออกแล้ว” ขนมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน “อ๋อ… เออ ใช่ ๆ ลืมบอก ย้ายออกมาแล้ว กลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่กับยาย” “อ้าวเหรอ” มีนาทำหน้าคิด “งั้นแกส่งโลเคชั่นบ้านแกมาหน่อยสิ เผื่อวันไหนฉันจะเข้าไปหา” ขนมรีบโบกมือทันที “โอ๊ย… บ้านฉันมันไม่ค่อยสะดวกอะแก เล็กด้วย แล้วก็อยู่กับยาย แกอยากนัดก็ไปที่ห้องแกดีกว่าเนอะ” มีนามองเพื่อนนิ่ง ๆ เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้า “อ่อ เอาแบบนั้นก็ได้” บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวอยู่เหนือศีรษะ ขนมหันมาถามต่อเหมือนอยากเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่แกจะกลับเลยป่ะ” มือของเธอยังจับสายกระเป๋าแน่นโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังซ่อนบางอย่างเอาไว้… แม้แต่กับเพื่อนสนิทที่สุด “อืม… ก็ว่าจะกลับเลย งั้นไปแล้วนะ” มีนาพูดพลางโบกมือ ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกออกไปทันที ขนมยืนมองแผ่นหลังเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความโล่งใจแทรกเข้ามาเงียบ ๆ ตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงเย็น แสงแดดยังสว่างอยู่พอสมควร ถ้าเรียกรถกลับตอนนี้ อย่างน้อยก็คงไม่ต้องเดินในซอยตอนมืดเหมือนเมื่อคืน เธอจึงรีบกดเรียกรถทันที ไม่นานก็มีคนกดรับงาน ระยะทางจากมหาวิทยาลัยไปบ้านเกือบชั่วโมง ทำให้เธอเอนตัวพิงเบาะรถอย่างอ่อนล้า ปล่อยสายตามองวิวข้างทางที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นบ้านเรือนเตี้ย ๆ ทว่า… “พี่คะ เดี๋ยวจอดตรงซอยข้างหน้าได้เลยค่ะ” ตอนนี้รถก็มาถึงปากซอยบ้านเธอแล้ว ขนมหยิบเงินขึ้นมาจ่าย ก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วเปิดประตูลงจากรถ ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านใบหน้า เธอหันไปมองทางเข้าซอยที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน แม้จะยังไม่มืดสนิท แต่ความเงียบของที่นี่ก็ยังทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ขนมกระชับสายกระเป๋า ก่อนจะเริ่มก้าวเดินเข้าไป ทว่า… “เลิกเรียนแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ขนมหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันกลับไปมองทหัวใจเธอเหมือนสะดุดวูบ เขายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ธาวินในชุดเชิ้ตเรียบ ๆ กับกางเกงขายาวสีเข้ม ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์อยู่ใต้เงาต้นไม้ เหมือนเป็นภาพที่ไม่ควรมาอยู่ในซอยแบบนี้เลย เขามาตั้งแต่เมื่อไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเธอจะกลับมาตอนนี้ คำถามมากมายแล่นเข้ามาในหัวพร้อมกัน “นะ… นายมาทำอะไรที่นี่” เธอถามออกไปอย่างงง ๆ เขายักไหล่เล็กน้อย มือยังสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง “ก็แค่แวะมา” ขนมทำหน้าไม่เชื่อ “แวะมา… แถวนี้เนี่ยนะ?” “อืม” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะพยักหน้าไปทางปากซอย “จะเข้าบ้านไหม เดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อน” คำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ขนมยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ทั้งคู่เดินเข้าซอยมาได้ยังไม่ถึงสิบก้าว บรรยากาศยามเย็นเงียบกว่าตอนเมื่อวาน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้กับเสียงฝีเท้าที่ก้าวไปพร้อมกัน อยู่ ๆ ธาวินก็เอ่ยขึ้นมา “ทำไมถึงมาเป็นพริตตี้” ขนมชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ “ก็… แค่อยากทำงานอะไรสักอย่าง แล้วพอดีหางานพริตตี้ได้ ก็เลยทำยาว” เขาพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนรับรู้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินไปได้อีกสองสามก้าว จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาอีกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “เสาร์นี้ฉันมีแข่งรถ” ขนมหันไปมองอย่างงง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ “อ๋อ… เหรอ” “มาเป็นพริตตี้ให้หน่อย” ประโยคถัดมาทำให้เธอต้องหยุดเดินทันที ขนมหันไปมองเขาเต็ม ๆ สีหน้าทั้งแปลกใจและไม่ทันตั้งตัว “เรา… รับงานผ่านผู้จัดการ—” เธอยังพูดไม่ทันจบ เขาก็แทรกขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่ง แต่หนักแน่นกว่าเดิม “ไม่ได้ถาม แล้วก็ไม่ได้ขอ… แต่บังคับ” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปทันที ขนมมองหน้าเขาอย่างอึ้ง ๆ ทั้งหงุดหงิด ทั้งงง และลึก ๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะถามกลับเบา ๆ “นาย… ชอบสั่งคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ” ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เพียงมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะยักไหล่เบา ๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ขนมถอนหายใจเล็กน้อย รู้สึกเหมือนคุยกับกำแพงอยู่กลาย ๆ “งั้น… เราจะลองคุยกับพี่จีจี้ก่อนแล้วกัน ปกติเขาไม่ให้เรารับงานนอก ถ้าไม่ผ่านพี่จีจี้ก่อน” เธอพูดอย่างพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ ธาวินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “งั้นเอาเบอร์มา เดี๋ยวจัดการเอง” ขนมหยุดเดินทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “นายจะ… จัดการยังไง” เขามองเธอเหมือนคำถามนั้นไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย “ก็คุยให้” ลมเย็นพัดผ่านทำให้ชายเสื้อเธอไหวเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มปนกันยุ่งไปหมด ทั้งอึดอัด ทั้งขำ ทั้ง… ใจเต้นแรงอย่างน่าหงุดหงิด “นายเนี่ยนะ จะไปคุยกับผู้จัดการเรา” เธอพึมพำ “ถามมาก” ธาวินพูดสั้น ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกจากมือของขนมไปอย่างหน้าตาเฉย นิ้วของเขากดหน้าจอไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาตรงหน้าเธอ ขนมยังไม่ทันตั้งตัว สายตาเผลอเหลือบมองหน้าจอ ติ๊ด — ระบบสแกนใบหน้าปลดล็อกทันที เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย “เฮ้ย—!” แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็กดโทรออกเรียบร้อยแล้ว เสียงรอสายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของซอย ขนมยืนอึ้ง ทั้งตกใจ ทั้งหงุดหงิด ทั้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกลากเข้าไปในอะไรบางอย่างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่นาน ปลายสายก็รับ ธาวินยกโทรศัพท์แนบหู สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม “สวัสดีครับ… ผมธาวิน” เขาพูดเรียบ ๆ ขณะที่ขนมยืนมองอยู่ข้าง ๆ หัวใจเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล “คะ?” เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างงง ๆ ธาวินพูดต่อทันที น้ำเสียงนิ่งเหมือนกำลังคุยเรื่องธุรกิจธรรมดา “วันเสาร์นี้ ผมต้องการตัวขนมไปเป็นพริตตี้ส่วนตัว ผมต้องจ่ายเท่าไร” ขนมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต เธอรีบเอื้อมมือจะดึงโทรศัพท์คืน แต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบแบบยังไม่หายงง “เอ่อ… จ้างขนมหรอคะ… ส่วนตัวหรอคะ” “ครับ” เขาตอบสั้น ๆ “เอ่อ… ถ้าเป็นคุณธาวิน คุณธาวินไม่ต้องจ่ายให้จีจี้ก็ได้ค่ะ คุณธาวินจ่ายกับน้องขนมโดยตรงได้เลยค่ะ” ธาวินนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที “ครับ ขอบคุณครับ” แล้วเขาก็กดตัดสายทันที ความเงียบเข้ามาแทนที่ ขนมหันไปมองเขาเต็ม ๆ สีหน้าทั้งอึ้งทั้งไม่พอใจ “นี่นายทำอะไรของนายเนี่ย!” ธาวินส่งโทรศัพท์คืนให้เธออย่างสบาย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็เคลียร์ให้แล้ว” คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้ขนมยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม เธอยังไม่ทันจะเถียงอะไรต่อ “วันเสาร์… เดี๋ยวมารับ” เขาพูดเหมือนเป็นการสรุปเรื่องทั้งหมด จากนั้นก็เดินนำหน้าเธอไปเฉย ๆ ขนมยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างอึ้ง ๆ เหมือนทุกอย่างถูกตัดสินไปแล้วโดยที่เธอแทบไม่ได้มีสิทธิ์ออกความเห็น “นี่นาย…!” เธอเรียกตามอย่างไม่พอใจ ก่อนจะรีบเดินตามให้ทัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม