เสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่บ้านยกกาแฟและขนมมาให้ชายหนุ่ม เธอวางไว้ที่โต๊ะกลางหน้าชุดรับแขกในห้องนั้น
“จัดมาให้คุณเตยด้วยสิ เตยกินกาแฟรึยัง” เขาหันมาถามเธอ
“ทานมาจากบ้านแล้วค่ะ แต่ตอนนี้อยากทานโกโก้ เดี๋ยวเตยไปสั่งที่คาเฟ่เองก็ได้ค่ะ” บุษราคัมอยากไปดูที่ส่วนหน้าที่เปิดให้คนเข้าชมบ้าง เธอยังไม่เคยไปดูบรรยากาศที่โซนนั้นเลยเห็นว่าเสาร์อาทิตย์คนเยอะ น่าจะคึกคักดี
“งานเสร็จแล้วเหรอเรา” เขาลุกมายืนซ้อนหลังดูหน้าจอที่เธอทำงานอยู่
“ใกล้แล้วค่ะอา” ตอนนี้เธอกำลังดูแผ่นพับโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ฝ่ายสำนักงานออกแบบมา
“อาคะออฟฟิศส่งตัวอย่างโบชัวร์ใหม่ของครึ่งปีหลังมาให้ค่ะ จะให้เตยส่งให้ทางอีเมล์ไหมคะ” เธอถาม ไม่รู้ว่าคนทำงานคนเก่าส่งงานให้เขายังไง หรือเขาจะเข้ามาดูเองที่อีเมลของออฟฟิศ
ชายหนุ่มก้มลงมาดูจนใกล้เมื่อเขาเห็นอะไรบางอย่าง ภีมวางมือซ้อนลงบนมือขวาของเธอที่กำลังจับเม้าส์เพื่อลากเคอเซอร์ไปอยู่ในจุดที่เขาต้องการ
บุษราคัมตกใจแต่ไม่กล้าสะบัดมือออก เธอนั่งตัวแข็งทื่อฟังเขาพูด
“นี่ให้เขาไปแก้มา ลงปีพ.ศ.ผิดไปตัวนึง”
ภีมปล่อยมือเธอเมื่อเห็นว่าบุษราคัมตกใจจนเหมือนช็อกไปแล้ว “เตย ได้ยินที่อาบอกไหม”
“คะ ค่ะเตยจะบอกเขาตามที่อาสั่งเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” หญิงสาวได้สติกลับมาเธอรีบส่งไฟล์งานกลับไป แล้วเขียนโน้ตตามที่เขาบอกทันที ใจนึงก็ทึ่งมากที่ภีมเห็นข้อผิดพลาดของงานได้ทันทีที่กวาดตามอง จากที่เธอเห็นว่าเขาเป็นคนสบายๆ บุษราคัมคิดว่าน่าจะมีอะไรสักอย่างที่เธอเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเขา
###############
อีกสิบห้านาทีต่อมาในขณะที่เธอกำลังจะขอตัวกลับ ภีมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ไปกันได้แล้ว”
“ไปไหนคะ” เธอถาม เริ่มกลัวการอยู่ใกล้เขาขึ้นมาเฉยๆ
“ไปออฟฟิศ อาจะพาเตยไปแนะนำให้คนที่ออฟฟิศรู้จักจะได้ทำงานกันได้สะดวก จะไปคาเฟ่ด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ไปค่ะ อยากไปกินขนม”
สิบห้านาทีต่อมาเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง เมื่อภีมเดินนำเธอเข้าไปที่สำนักงานของฟาร์ม พนักงานที่กำลังพูดคุยสนุกสนานเงียบเสียงลงทันทีที่เห็นเขา ชายหนุ่มเดินผ่านพนักงานตรงไปที่ห้องทำงานของเขาที่อยู่ด้านในสุด
“พฤกษ์นายเข้ามาคุยกันในห้องด้วย” เขาแวะสั่งชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอรู้ทีหลังว่าเป็นเลขาของภีมให้ตามเข้าไปในห้อง
“เตยมากับอา” ภีมหันมาเรียกเธอ หลังจากที่เธอหยุดอยู่ตรงนั้นไม่ตามเข้าไปในห้อง ทำให้บุษราคัมต้องรีบเดินเพราะไม่อยากอยู่ให้คนข้างนอกจ้องนาน
“เตยรู้จักพฤกษ์รึยัง เขาเป็นเลขาของอามีหน้าที่ดูแลสำนักงานที่นี่ กับประสานงานกับผู้จัดการฝ่ายผลิตหนึ่งและสอง ส่วนพฤกษ์นี่คุณบุษราคัมเธอเป็นผู้ช่วยของฉัน”
ฝ่ายผลิตหนึ่งคือดูแลฟาร์มแกะและโคนม รวมถึงสัตว์เลี้ยงทุกชนิดในไร่กุสุมา ส่วนฝ่ายผลิตสองมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการเพาะปลูก พืชผัก ผลไม้ทุกชนิดทั้งที่นี่และที่เขาใหญ่
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้เขา เพราะจากที่ภีมแนะนำตำแหน่งของเธอคล้ายเป็นเลขาส่วนตัวของเขา ส่วนพฤกษ์น่าจะเป็นเลขานุการสำนักงาน ดูแลภาพรวมทั้งหมดนั่นแปลว่าพฤกษ์เป็นผู้อาวุโสกว่าเธอแน่นอน
พฤกษ์รีบรับไหว้แทบไม่ทัน “คุณบุษราคัมไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ ยังไงถ้ามีคำถามอะไรถามผมได้ทุกเรื่องเลยนะครับ”
เลขาหนุ่มพอจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเธอมาแล้ว จากคนงานที่ลือกันไปทั่วว่าภีมพาครูสาวที่เพิ่งมาบรรจุใหม่มาพักในรีสอร์ทที่ยังไม่มีกำหนดเปิด และให้เข้าไปช่วยงานในห้องทำงานที่บ้าน
ห้องนั้นขนาดตัวเขาเองที่ทำงานที่นี่มาห้าปียังไม่เคยได้เข้า แต่ภีมกลับให้เธอเข้าได้ตลอดเวลา นั่นทำให้ทุกคนจับตามองความสัมพันธ์ของเจ้านายกับครูสาวคนนี้
“พามาให้รู้จักกันไว้ ถ้าเกิดต้องทำงานด้วยกันจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร” ภีมพูดต่อ ซึ่งพฤกษ์เองก็สงสัยเช่นกันกับคำว่าใครเป็นใคร นั่นสิแล้วตกลงใครจะเป็นใครเลขาหนุ่มคิดอย่างสนุกสนาน
“งั้นผมรบกวนขอเบอร์คุณบุษราคัมได้ไหมครับ เผื่อมีอะไรต้องประสานงานกัน” พฤกษ์ลองเสี่ยงขอเบอร์ติดต่อของเธอ เขารู้ว่าเธอมีชื่อเล่นว่าเตย บรรดานักเรียนก็เรียกเธอว่าครูเตย แต่ภีมแนะนำเธอด้วยชื่อจริง เขาจึงไม่กล้าเรียกชื่อเล่นของเธอ
“ไม่ต้องหรอก เตยเขาทำงานประจำยุ่งคงไม่มีเวลารับโทรศัพท์ นายมีอะไรโทรหาไอ้ทศได้เลย” ภีมปฏิเสธให้ทันที
'เหมือนจะได้กลิ่นความเป็นพลเมืองคนละชั้นอยู่หน่อยๆ' พฤกษ์คิด เขาคงจะต้องไปเตือนไอ้ผจก.ฝ่ายผลิตสองคนนั่นแล้ว ว่าอย่าไปยุ่งกับคุณครูคนใหม่ เพราะดูท่าว่านายจะหวง
บุษราคัมยิ้มให้พฤกษ์ อันที่จริงเธอไม่มีปัญหาเรื่องรับโทรศัพท์ แต่เมื่อภีมพูดแบบนั้นไปแล้วถ้าเธอแย้งก็เหมือนหักหน้าเขา เธอจึงเฉยเสีย
“โอเค เข้าใจแล้วใช่ไหมงั้นไปทำงานต่อได้” ภีมลุกขึ้น เขาเตรียมจะออกจากห้อง ชายหนุ่มเปิดประตูค้างไว้เรียกหญิงสาวให้เดินตาม
“ไปกันได้แล้วเตย อาจะพาไปคาเฟ่อยากกินขนมไม่ใช่เหรอ เบเกอรี่ที่นี่อร่อยนะ” เสียงเขาพูดดังฟังชัดจนพนักงานหันมามองกันหมด
“ใช่ครับ เชฟขนมหวานที่นี่นายซื้อตัวมาจากโรงแรมดัง จบจากเลอ กอร์ดอง เบลอฝรั่งเศสเลยนะครับ” พฤกษ์เสริมแต่เขาต้องเงียบเมื่อภีมมองหน้าเขาด้วยสายตาเป็นคำถามว่า ใครถาม?
บุษราคัมรีบเดินออกจากห้องนั้น เธออึดอัดจะแย่แล้วโดยเฉพาะเวลาที่สายตาพนักงานหญิงในสำนักงานร่วมสิบคนจ้องเธอเป็นตาเดียว
ทันทีที่ภีมและบุษราคัมลับกายออกจากสำนักงานนั้น ทุกคนก็รุมล้อมพฤกษ์ทันที เสียงถามเซ็งแซ่จ้อกแจ้กจอแจจนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้น
“หยุด คุณบุษราคัมเป็นผู้ช่วยนายผมก็รู้แค่นี้ล่ะ ไม่ต้องถามอย่างอื่นกันแล้วแยกย้ายไปทำงาน”