เมื่อคิดได้เช่นนี้ลุคคาจึงดีดตัวออกห่าง เขาหยุดยืนมองที่ข้างเตียงอยู่นานหลายอึดใจ ถอนหายใจเพราะความโหยหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ต้องตัดสินใจเดินจากไปในที่สุด เขาอยากให้ดวงฤดีพักผ่อนให้เพียงพอ บ้าชะมัด นี่เขาหัดห่วงใยความรู้สึกของคนอื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดหรือผุดพรายขึ้นมาในสมองอีกเช่นเคย ลุคคาถอนในออกมาเบาๆ เขามองร่างอรชรเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดึงประตูห้องให้ปิดลง เสียงปิดประตูห้องทำให้คนที่แกล้งนอนหลับอยู่ลืมตาขึ้น น้ำตาค่อยๆ ทะลักทลายออกมาอาบแก้มอีกครั้ง ดวงฤดีสะอื้นไห้ให้กับความเจ็บปวดในสิ่งที่ได้ยิน ลุคคาไม่ได้รักหล่อน แม้บางครั้งเขาจะทำเหมือนว่าแคร์ว่าห่วงใย แต่แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้รักหล่อนเลย มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง พลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หญิงสาวกัดปากแน่นพยายามบอกตัวเองว่าควรจะชินได้แล้วกันสิ่งที่ได้ยิน เพราะมันคือความจริง ลุคคาบอกเจตนารมณ์ม

