“จะเข้าอนุบาลสินะ แล้วหนูจะเข้าเรียนที่ไหนคะ”
“โรงเรียนอนุบาลแสนรักของคุณย่าค่ะ” เด็กหญิงตอบอย่างภูมิใจ
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นการะเกดก็ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ดวงตาเป็นประกายทันที
“ดีจังเลยค่ะ” เธอหันไปมองอธิชนม์อย่างตื่นเต้น
“พี่ชนม์รู้มั้ยคะ เกดกำลังจะไปเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนอนุบาลแสนรักพอดีเลย”
คำพูดนั้นทำให้หนูชัญญ่าขมวดคิ้วทันที
“จริงเหรอคะ”
เด็กหญิงถามเสียงเรียบ แต่สายตาจ้องเขม็ง
“จริงสิจ๊ะ” การะเกดยิ้มหวาน “งั้นพี่อาจจะได้สอนหนูก็ได้นะ”
หนูชัญญ่าหันไปมองบิดาทันที “แด๊ดดี้ หนูมีอาธารคอยสอนอยู่แล้วใช่มั้ยคะ”
การะเกดหัวเราะเบาๆ
“อาธาร? หมายถึงพี่ธารเหรอคะพี่ชนม์ พี่ธารกลับมาแล้วเหรอคะ ได้ยินว่าไปเรียนอยู่กรุงเทพฯ เกดนึกว่าเค้าจะทำงานที่โน่นซะอีก”
“กลับมาได้อาทิตย์กว่าแล้วล่ะ แม่เค้าให้กลับทำงานที่โรงเรียนของท่านน่ะ” อธิชนม์บอกเรียบๆ
“อ๋อ งั้นก็ดีค่ะ แบบนี้พี่ชนม์ต้องคอยรับส่งหนูชัญญ่ามั้ยคะ เกดจะได้เจอพี่ชนม์บ่อยๆ”
“ก็คงเป็นอย่างนั้นครับถ้าไม่ติดงาน”
“ดีจังเลยค่ะ”
“ขอโทษนะครับเจ๊ พอดีผมมีธุระต้องไปซื้อของต่อ ยังไงรบกวนจัดการเรื่องผมของชัญญ่าให้ตอนนี้ได้มั้ยครับ เธอไม่อยากตัดสั้นมาก แค่ไม่ดูรุ่มร่ามและให้สั้นขึ้นอีกนิดก็พอ” เพราะเบื่อกับบทสนทนาที่ดูจะไม่มีสาระพวกนี้แล้วเขาก็จึงได้รีบตัดบทก่อนที่จะเลยเถิดไปกันใหญ่
“ได้สิคะ เดี๋ยวเจ๊ตัดให้หลานสาวเองเลย ไปค่ะชัญญ่า ไปสระผมกันก่อนนะคะ”
“อาธารสระผมให้หนูมาแล้วค่ะ หนูขอตัดเลยได้มั้ยคะคุณป้า”
“งั้นก็ได้ค่ะ มานั่งตรงนี้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” ชัญญ่านั่งลงบนเก้าอี้ที่กลิ่นเกสรจัดให้อย่างเรียบร้อย โดยมีการะเกดคอยจัดแจงหาผ้าคลุมมาให้เพียงเพื่อจะได้อยู่ในสายตาของอธิชนม์ตลอดเท่านั้น
อธิชนม์นั่งลงข้างเก้าอี้ตัดผมของลูกสาว สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่แววตาคมกลับมีประกายขบขันจางๆ โดยไม่รู้ตัว
ขณะหนูชัญญ่านั่งตัดผม การะเกดยังคงพยายามหาโอกาสพูดคุยกับอธิชนม์ ไม่ว่าจะถามถึงฟาร์ม เรื่องลูก หรือเรื่องโรงเรียน แต่ทุกครั้งที่เธอเริ่มเข้าใกล้มากเกินไป เด็กหญิงตัวน้อยก็จะขยับตัวหรือพูดแทรกขึ้นมาทันที
“พี่ชนม์คะ ถ้าว่างๆ เกดไปช่วยดูชัญญ่าที่ฟาร์มได้นะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูมีอาธารคอยดูแลแล้ว”
“อาธารเป็นแค่คุณอานะคะ ไม่ใช่คุณแม่จะดูแลหนูได้ตลอดเวลาได้ยังไงกัน” การะเกดรีบค้านเพราะเบื่อได้ยินชื่อของใครบางคนเต็มทน
“อีกหน่อยอาธารก็เป็นมามี้ของหนูแล้วค่ะ”
ประโยคนี้เล่นเอาการะเกดถึงกับต้องหันไปมองอธิชนม์เพื่อจะได้รู้ว่าเขาจะแก้ตัวอย่างไร แต่เขากลับเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอคงจะเจอกับคู่แข่งตัวฉกาจเข้าเสียแล้ว
เมื่อการตัดผมเสร็จสิ้น หนูชัญญ่ามองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนเป็นพ่อ
“สวยมั้ยคะแด๊ดดี้”
“สวยมากครับ” อธิชนม์ตอบโดยไม่ลังเลก่อนจะลุกขึ้นแล้วชำระเงินค่าตัดผมให้ลูกสาว
ขณะนั้นเองที่ชัญญ่าหันไปกระซิบกับลูกสาวเจ้าของร้าน
“แด๊ดดี้ของหนู…มีคนจองแล้วนะคะพี่สาว”
การะเกดอยากจะกรี๊ดให้ลั่นร้านแต่ก็ต้องสงวนท่าทีเอาไว้ ดูท่าว่ากว่าจะได้เป็นเมียของชายในฝัน เธอคงต้องผ่านด่านยัยเด็กแก่แดดนี่ไปให้ได้เสียก่อน!
บ่ายวันเดียวกัน ท้องฟ้าของอำเภอแม่ออนปลอดโปร่ง ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างของฟาร์มแสนรักเป็นระลอก เสียงกระดิ่งลมดังแผ่วๆ ประสานกับเสียงเครื่องจักรจากโรงเรือนรีดนมที่ทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทุกอย่างเคลื่อนไหวอย่างมีระบบเป็นภาพที่สะท้อนการทำงานของฟาร์มขนาดใหญ่ที่ไม่ได้อาศัยเพียงความคุ้นเคย แต่พึ่งพามาตรฐานและวินัยอย่างแท้จริง
หลังจากอธิชนม์กลับจากพาหนูชัญญ่าไปตัดผม เขาก็ฝากลูกสาวไว้กับมารดาที่บ้านใหญ่ เด็กหญิงดูจะมีความสุขกับการอวดทรงผมใหม่ให้ย่าดูจนลืมสนใจว่าแด๊ดดี้จะไปไหน อธิชนม์จึงถือโอกาสเดินออกจากบ้านใหญ่ มุ่งหน้าไปยังโซนฟาร์มโคนมตามกิจวัตรที่เขายึดถือมาตลอดตั้งแต่กลับจากอเมริกาได้สามเดือน
แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนัก แต่สามเดือนที่ผ่านมาก็เพียงพอให้เขาปรับระบบงานร่วมกับผู้จัดการฟาร์มคนใหม่ได้ในระดับหนึ่ง
เตชิน เติบโตมากับฟาร์มแห่งนี้ เขาเป็นลูกชายของผู้จัดการคนเก่าที่เคยทำงานรับใช้ครอบครัวก้องวณิชกุลมานาน ก่อนจะเสียชีวิตไปหลายปีก่อน เขาจึงไม่ใช่แค่พนักงาน แต่เป็นคนในฟาร์มโดยสายเลือดและความผูกพัน
เตชินยืนรออยู่หน้าโรงเรือนรีดนม สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นถึงศอกกับกางเกงทำงานสีเข้ม ใบหน้าคมเข้มเปื้อนเหงื่อเล็กน้อย แต่ท่าทางนิ่ง สุขุม และพร้อมรายงานทุกความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด
“พี่ชนม์ครับ” เตชินทักขึ้นก่อน เมื่อเห็นอธิชนม์เดินเข้ามา
“ช่วงเช้าการรีดนมผ่านไปเรียบร้อย ไม่มีปัญหา เครื่องจักรทำงานปกติ วัวเข้าคิวตามแผน”
อธิชนม์พยักหน้า “ตัวที่พี่ให้จับตาไว้เมื่อวานล่ะ”
“แยกคอกเรียบร้อยครับ อุณหภูมิลดลงนิดหน่อย แต่ยังเฝ้าดูใกล้ชิดอยู่” เตชินตอบทันทีโดยไม่ต้องเปิดแฟ้ม