เช้าวันใหม่
ฟาร์มแสนรักถูกโอบล้อมด้วยหมอกบางๆ ที่ลอยคลออยู่เหนือทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อน แสงแดดยามเช้าส่องผ่านยอดไม้และหลังคาโรงเรือนอย่างอ่อนโยน เสียงวัวร้องเบาๆ สลับกับเสียงนกร้องรับกันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ธารมิกายืนอยู่หน้าบ้านใหญ่ในชุดกระโปรงยาวสีอ่อนกับเสื้อแขนยาวเรียบง่าย มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสาร อีกมือหนึ่งจับมือเล็กๆ ของชัญญ่าไว้แน่น เด็กหญิงวัยห้าขวบเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะพูดอะไรบางอย่างไม่หยุดตั้งแต่ตื่นนอน ราวกับโลกทั้งใบของเธอเต็มไปด้วยเรื่องเล่า
“วันนี้อาธารจะไปโรงเรียนอีกใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ วันนี้อามีประชุมกับคณะครู แล้วก็ต้องเตรียมห้องเรียนไว้รอเด็กๆ ด้วย”
“ชัญญ่าจะได้ไปดูด้วยมั้ยคะ”
“ยังไม่ได้หรอกค่ะ คนเก่งต้องรอเปิดเทอมก่อนนะ”
ธารมิกาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง เธอชอบบทสนทนาแบบนี้ ชอบบรรยากาศยามเช้าที่มีเด็กหญิงตัวน้อยเดินตามติดไม่ห่าง ชอบสายตาที่มองเธอเหมือนเป็นศูนย์กลางของโลกทั้งใบ และยิ่งชอบความรู้สึกที่ได้ดูแลใครสักคนโดยไม่ต้องหวังสิ่งใดตอบแทน แม้ในใจลึกๆ จะรู้ดีว่า ความรู้สึกบางอย่างที่ชัญญ่ามอบให้เธอ มันล้ำเส้นคำว่า ‘อา’ ไปไกลแล้วก็ตาม
รถเอสยูวีสีดำแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านใหญ่พอดี อธิชนม์ลงจากรถในชุดเสื้อเชิ้ตลายตารางกับกางเกงยีนตามสไตล์คนทำงานในฟาร์ม แม้จะเป็นแค่การขับรถไปส่งคนในบ้าน แต่ท่าทางของเขายังคงสุขุมจริงจังเหมือนกำลังจะไปประชุมใหญ่ ชัญญ่าปล่อยมือจากคุณอาสาวแล้ววิ่งไปหาบิดาทันที อธิชนม์ก้มลงรับลูกสาวขึ้นมากอดตามความเคยชิน เด็กหญิงหัวเราะเสียงใสอย่างมีความสุข
“แด๊ดดี้ขา...หนูขอไปส่งอาธารที่โรงเรียนด้วยได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ แต่ส่งอาธารแล้วเราจะกลับฟาร์มเลย ไม่แวะไหนแล้วนะ”
“ได้ค่ะ”
เสียงดีใจของชัญญ่าทำให้ธารมิกายิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว เธอเปิดประตูรถแล้วนั่งลงที่เบาะหลังข้างคาร์ซีตตามเดิม เป็นตำแหน่งที่เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุด เพราะไม่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาของอธิชนม์โดยตรง และไม่ต้องรับมือกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาหันมามองเธอนานเกินไป
ระหว่างทางไปโรงเรียนอนุบาลแสนรัก เสียงพูดคุยของน้องสาวกับลูกสาวดังสลับกับเสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุในรถ เด็กหญิงเล่าเรื่องสารพัด ตั้งแต่ความฝันเมื่อคืน ไปจนถึงเรื่องตุ๊กตาตัวใหม่ที่อยากเอาไปอวดเพื่อนในอนาคต ธารมิกาฟังทุกคำอย่างตั้งใจ ตอบทุกประโยคอย่างอดทน ขณะที่อธิชนม์ขับรถไปเงียบๆ สายตาจับจ้องถนน แต่โสตประสาทกลับรับรู้ทุกเสียงที่ดังมาจากเบาะหลังอย่างชัดเจน
เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เสียงหัวเราะของธารมิกากลายเป็นสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาได้มากกว่าเสียงเครื่องยนต์
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ประโยคธรรมดาอย่าง ‘อาธารขา’ จากปากลูกสาวจะกลายเป็นคำที่ทำให้หัวใจเขาสะดุดเล็กน้อยทุกครั้งที่ได้ยิน
และไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเขาถึงเริ่มรู้สึกไม่สบายใจนัก เมื่อเห็นภาพผู้ชายคนอื่นยืนอยู่ใกล้เธอมากเกินไป อย่างในตอนที่เตชินเข้ามาส่งรายงานที่บ้านแล้วเจอธารมิกา แม้จะเป็นการทักทายทั่วไป แต่เขากลับ ‘เผลอ’ หันไปมองอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อรถแล่นเข้ามาในเขตโรงเรียน ธารมิกาลงจากรถ ก่อนหันมายิ้มให้ชัญญ่าที่ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่าง
“ตั้งใจรอเปิดเทอมนะคะ เราจะได้มาโรงเรียนด้วยกันทุกวันเลย”
“สัญญานะคะ” เสียงใสเอ่ยถามพร้อมดวงตาเป็นประกาย
“สัญญาค่ะ” คุณครูคนสวยพยักหน้ารับ
อธิชนม์มองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนจะมองเธอเดินไปที่ตัวอาคาร แต่กลับต้องตรึงสายตาไว้ตรงนั้นเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาทักทายน้องสาวของตน
วีรภพในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงสแล็กเรียบร้อยหันมายิ้มให้ธารมิกาทันทีที่เห็นเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างไม่ปิดบัง เขาก้าวเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“อรุณสวัสดิ์ครับน้องธาร มาแต่เช้าเลยนะ”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่วีก็มาแต่เช้าเลยนะคะ”
“ก็อยากเตรียมงานให้เรียบร้อยก่อนเปิดเทอมน่ะครับ เด็กๆ จะได้มีห้องเรียนที่น่าอยู่”
อธิชนม์อยู่ใกล้พอจะได้ยินทุกคำเพราะกระจกรถฝั่งของลูกสาวยังเปิดกว้างไว้ บทสนทนาธรรมดาที่ไม่ควรมีอะไรทำให้เขารู้สึก แต่กลับมีบางอย่างแน่นขึ้นในอกอย่างไร้เหตุผล เขาไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้น ไม่ชอบสายตาที่อีกฝ่ายมองธารมิกาอย่างชัดเจนเกินไป และไม่ชอบที่ตัวเองรู้สึกแบบนี้ ทั้งที่ปากยังคงบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอเป็นน้องสาว เป็นแค่คนในครอบครัวและไม่มีสิทธิ์จะคิดอะไรเกินเลย
“แด๊ดดี้ขา…” เสียงของชัญญ่าดึงเขากลับมาสู่ความเป็นจริง
“หืม”
“ครูคนนั้นดูใจดี แต่ชัญญ่าไม่ชอบเลยค่ะ”
อธิชนม์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองลูกสาว
“ทำไมล่ะ”
“เขามองอาธารแปลกๆ เหมือนจะเอาอาธารไปจากชัญญ่าเลยค่ะ”
คำพูดไร้เดียงสานั้นทำให้หัวใจของอธิชนม์เต้นแรงขึ้นอย่างไม่ควร เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ลูบหัวลูกสาวเบาๆ แล้วจึงกดปุ่มเลื่อนปิดกระจกฝั่งลูกสาวแล้วขับรถออกไปจากตรงนั้นด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยคงที่นัก
ตลอดทั้งวัน อธิชนม์ยังคงทำงานในฟาร์มเหมือนทุกวัน เขาตรวจคอกวัว ดูระบบรีดนม ประชุมกับเตชินเรื่องการต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน แต่ในหัวของเขากลับมีภาพรอยยิ้มของวีรภพกับธารมิกาวนซ้ำไม่หยุด จนกระทั่งเตชินที่ยืนรายงานงานอยู่ตรงหน้าอดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ