จีบอยู่แต่ไม่รู้สักที

1825 คำ
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกันมาสักพัก เจ้าเอยพบว่าครามฟ้าเป็นคนคุยสนุกไม่น้อย แม้จะขัดกับท่าทางที่ดูเหมือนจะเนิร์ดเพราะใส่แว่นกรอบหนาเตอะ ทั้งที่ทำผมสีชมพูจนโดดเด่นก็ตาม เพียงไม่นานคนที่นึกถึงก็มาพอดี “สวัสดีครับ พี่เอย” ครามฟ้าโบกมือทักทาย เพราะเจ้าเอยกับเวสป้าบอกว่าไม่ต้องยกมือไหว้ มันทำให้รู้สึกแก่เกินไปทั้งที่อายุห่างกันไม่กี่ปี “ทำไมกูต้องตื่นมาแต่เช้าด้วยเนี่ย” เวสป้าบ่นอุบ ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่งเท่านั้น และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขางอแงเช่นกัน ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน รุ่นน้องที่ปรับตัวเข้ากับทุกคนอย่างง่ายดายเริ่มชักชวนพวกเขาไปวิ่งออกกำลังกายช่วงเช้า ที่จริงก็ชวนแค่เวสป้านั่นแหละ ทว่าใครจะยอมเหนื่อยคนเดียว เขาเลยลากเจ้าเอยออกมาด้วย กลายเป็นว่าเกือบทุกวันทั้งสามคนจึงได้จ็อกกิง พร้อมทานมื้อเช้าด้วยกันไปโดยปริยาย “ทำอย่างกับไม่เคยออกกำลังกาย” “ปกติกูก็วิ่งตอนที่อยากวิ่งปะ ไม่ใช่ตื่นมาวิ่งแต่เช้าแบบนี้” เวสป้าทำปากขมุบขมิบ เขาต้องขับรถออกจากคอนโดเช้าตรู่ เพื่อมาวิ่งในสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ในขณะที่เจ้าเอยก็เดินมาจากหอพักตามเวลาที่นัดกัน ซึ่งปกตินั้นชายหนุ่มมักจะออกกำลังกายฟิตเนสของคอนโดมากกว่า “ขี้บ่นจริงมึง ไปค่ะ ไปวิ่ง ซ้อมไว้เอาไปวิ่งตามผู้ชาย” ที่จริงเธอก็ไม่ได้ชอบเหมือนกัน แต่ใครจะยอมแพ้เพื่อนสนิทกันล่ะ ถ้าเวสป้าไม่ไหว เธอก็ต้องทำได้แบบสบาย ๆ ถึงจะเหนื่อยแทบตายก็จะยิ้มอย่างผู้ชนะเท่านั้น “สวย ๆ อย่างกูมีแต่ผู้ชายจะวิ่งตามค่ะ” ไม่ว่าเปล่า เวสป้ายังยักไหล่ด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้อีกด้วย “ใครวิ่งช้าสุดเลี้ยงข้าว กูไปก่อนนะคะ บายยยยย” ไม่ทันพูดจบเจ้าเอยก็ออกวิ่งนำไปก่อน ทิ้งให้เวสป้าตะโกนไล่หลัง ก่อนจะวิ่งตามไปเช่นกัน “อีเอยยยยย” ครามยืนมองทั้งสองคนที่หาเรื่องมาเล่นกันได้ทุกวันด้วยความเอ็นดู ก่อนจะวิ่งตามไปทีหลัง ยังไงตอนเย็นก็ต้องซ้อมกับทีมตามตารางปกติ แต่เขาวิ่งตอนเช้าจนเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว การได้มีคนมาวิ่งด้วยกันก็ช่วยเพิ่มสีสันให้ไม่น่าเบื่อเกินไป เมื่อวิ่งครบห้ารอบตามที่ตกลงกัน เวสป้าก็มายืนหอบอยู่ตรงจุดนั่งพักข้างสนาม เพราะช่วงท้ายตนเร่งฝีเท้าเพื่อแซงเจ้าเอยในรอบสุดท้าย เลยทำให้ร่างกายออกแรงไปไม่น้อย “เหนื่อยฉิบหาย อีเอย!” “พี่เอย!” เมื่อหันไปเพื่อจะเยาะเย้ยเพื่อนสนิท กลับเห็นร่างบางกำลังเสียหลักจะล้ม ขาที่หมดแรงก็พุ่งไปหาเจ้าเอยอัตโนมัติ ครามฟ้าที่วิ่งตามมาทีหลังก็ร้องลั่นด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ทว่าไม่ทันได้ประชิดตัวหญิงสาว เวสป้าก็คว้าร่างเล็กเข้ามาหาตัวทันที “ขอบใจมึง” น้ำเสียงที่กล่าวฟังดูอ้อมแอ้ม เพราะอีกคนคว้าตัวเธออย่างไม่ทันตั้งหลัก ท่าทางตอนนี้เลยเหมือนคนตัวเล็กถูกเพื่อนสนิทกอดเอาไว้ในอ้อมอก “เป็นอะไรไหมมึง” เวสป้าผละตัวออก แล้วไล่มองไปตามร่างกายเพื่อนสนิท เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรให้เป็นห่วง “พี่เอย เจ็บตรงไหนไหม” ครามฟ้าเองก็ถามด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน “แหะ ๆ ไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อกี้สะดุดเองเฉย ๆ ถ้ามึงไม่มารับ หน้ากูทิ่มพื้นไปแล้ว” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อนอย่างขัดเขิน “ขาไม่ได้พลิกใช่ไหมครับ” “ไม่เป็นไร สบายมาก” ว่าจบก็วิ่งเหยาะ ๆ กับที่ให้ชายหนุ่มทั้งสองคนดูเพื่อยืนยัน “พอเลยวันนี้ เดี๋ยวค่อยไปกินข้าวที่ห้องกูแล้วกัน จะได้ไม่ไปล้มหน้าร้านข้าวอีก แล้วตอนเย็นก็ไปซื้อรองเท้าใหม่ได้แล้ว” “รู้แล้วน่า บ่นจังวะ ครามยังไม่ว่าอะไรกูเลย” เจ้าเอยหันมามองเด็กหัวชมพูอย่างขอความช่วยเหลือ “ผมเห็นด้วยกับพี่เวสครับ รองเท้าพี่เอยมันไม่เหมาะกับวิ่งเท่าไร” เมื่อคราวนี้ไม่มีคนเข้าข้าง เจ้าเอยก็รู้สึกเหมือนตัวลีบลงกว่าเดิม “พี่เอยไปนั่งตรงนั้นก่อนครับ ผมขอดูข้อเท้าก่อน เผื่อมันไม่แสดงอาการ” ไม่ว่าเปล่าเขายังชี้มือออกคำสั่งอีกด้วย ทว่าในจังหวะที่กำลังจะประคองคนเจ็บไป เวสป้าก็จูงมือร่างบางไปก่อน ครามฟ้าเลยได้แต่เดินตามไป ในเมื่อห้ามอะไรไม่ได้ จึงปล่อยให้รุ่นน้องหัวชมพูนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น แล้วออกแรงนวดไปตามข้อเท้า ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นอะไรมากก็ตาม เมื่อมองใบหน้าจริงจังของอีกฝ่าย เจ้าเอยก็รู้สึกแปลก ๆ อาจเพราะไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อน เลยรู้สึกใจเต้นขึ้นมาเบา ๆ เมื่อเช็กอาการเบื้องต้นจนสบายใจแล้ว หนุ่มรุ่นน้องก็ตั้งใจจะพาเจ้าเอยกลับไปที่รถของเวสป้า ทว่าเป็นอีกครั้งที่ออกตัวช้า เพราะรุ่นพี่หัวทองจูงมือหญิงสาวเดินนำไปโดยไม่รอเขาด้วยซ้ำ ครามฟ้ามองเวสป้าที่เดินบ่นแต่ก็ไม่ปล่อยมือเพื่อนสนิทไปตลอดทาง คิ้วทั้งสองข้างขมวดอย่างใช้ความคิด ดูเหมือนเรื่องที่หมายมาดไว้อาจไม่ง่ายเท่าที่ควรเสียแล้วสิ “ผมว่าเราไปซื้อรองเท้าใหม่กันตอนห้างเปิดเลยก็ได้นะครับ” เมื่อทานข้าวเสร็จ ทั้งสามคนก็มานั่งทิ้งตัวลงบนโซฟา “ไม่เอาอ่า อยากนอนกลิ้งเฉย ๆ ไม่อยากไปเรียน” เจ้าเอยปล่อยตัวให้ค่อย ๆ ไหลจนแทบลงไปกองกับพื้น “อีเอย อย่าเลื้อย ครามมันก็อยู่” เวสป้าคว้าเพื่อนขึ้นมานั่งดี ๆ เพราะชุดคอกว้างของอีกฝ่ายมันไม่ได้ปลอดภัยต่อสายตานัก ถ้าไม่ระวังตัวดี ๆ มีหวังได้เห็นไปถึงไหนต่อไหน “เนี่ย ทำตัวหวงเก่ง นึกว่าผัว” เจ้าเอยถอนหายใจ แต่ก็ลุกมาทำตามอย่างง่ายดาย ถึงอย่างนั้นก็อดแขวะไปด้วยไม่ได้ “เอ๊ะ อีนี่” “ตอนเย็นผมมีซ้อมนี่นา ผมรู้เรื่องรองเท้านะ รับรองมีประโยชน์แน่นอน” ครามฟ้ารีบดึงบทสนทนาให้กลับมาเรื่องเดิม เขารู้ดีว่าถ้าปล่อยสองคนนี้เถียงกันต่อหัวข้อจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วก็จะลืมหัวข้อแรกที่คุยกันไป เลยเป็นเหมือนกรรมการคอยห้ามมวยในหลาย ๆ ครั้ง “เนี่ย ประหนึ่งพ่อ แม่ ลูก ร้องตามแล้วหนึ่ง” เจ้าเอยเอ่ยแซว “ผมไม่ใช่ลูกแน่ ๆ” “แกนั่นแหละ!” สองเสียงประสานกัน จากนั้นก็หัวเราะออกมา เพราะตั้งแต่อาศัยร่วมห้องกันมา พวกเขาค้นพบว่าครามฟ้านั้นตามติดแจ แถมขี้อ้อนจนเหมือนเป็นเด็กโข่ง หากเย็นวันไหนพวกเขาไม่ติดธุระอะไร อีกฝ่ายก็จะมาขอให้ไปดูตอนซ้อมอีกด้วย “ไปพร้อมกันสามคนทีไร ฉันโดนมองแปลก ๆ ทุกที” หญิงสาวบ่นอุบอิบเมื่อนึกถึงความโดดเด่นเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยหรือห้างสรรพสินค้า ก็มักเป็นจุดสนใจไม่แพ้กัน “ดูสภาพหัวแต่ละคน ไอ้นี่หัวชมพู ฉันหัวทอง แล้วหล่อนสีน้ำตาลเบาสุด เดินรวมกันไม่โดนมองก็แปลกแล้ว ไม่ได้มองแค่หล่อนแน่นอน” “มันก็จริง ว่าแต่ทำไมครามทำผมชมพูอะ ไม่ทำสีฟ้าให้เข้ากับชื่อล่ะ” เจ้าเอยเอียงคอถาม ที่จริงว่าจะถามนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที “ผมอยากให้เห็นครั้งแรกก็จำได้เลย” ชายหนุ่มยิ้มตาปิด เมื่อนึกถึงคนที่ต้องการให้จำตัวเองได้ และดูเหมือนว่ามันได้ผลอย่างที่คิดไว้จริง ๆ “ฮั่นแน่ เอาไว้จีบสาวเหรอออ น้องปีหนึ่งคนนี้ร้ายไม่เบาเลยน้า” เสียงใสเอ่ยแซว เจ้าเอยไม่แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายจะมีคนที่ชอบ ดูท่าทางแล้วก็อาจจะมีคนมาชอบเจ้าตัวไม่น้อยเช่นกัน “ผมก็จีบอยู่นะ แต่เหมือนเขาไม่รู้ตัว ไม่รู้จะทำยังไงดี” ครามยิ้มน้อย ๆ คล้ายอ่อนใจ “ว้าย ข่าวด่วน เบรกกิงนิวส์เลย เรื่องรองเท้าช่างมัน ขอใส่ใจเรื่องชาวบ้านก่อน” เวสป้านั่งตัวตรง สายตาจ้องไปยังชายหนุ่มด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ว่าแต่อยู่ด้วยกันแทบตลอด เอาเวลาไหนไปจีบสาวเนี่ย อีป้า เราต้องแยกทางกันแล้วไหม อยู่ด้วยกันแบบนี้มีหวังโสดจนเรียนจบแน่เลย” เจ้าเอยก็มองมาด้วยสายตาเปล่งประกาย เป็นแววตาที่พร้อมใส่ใจเรื่องชาวบ้านสุด ๆ “แหม ทำอย่างกับมึงไม่มีคนมาจีบ กูนี่ ตุ๊ดน้อยแบบนี้หาผัวยากกว่ายังไม่เครียดเลย” ชายหนุ่มผมทองเบ้ปาก เจ้าเอยมีคนมาสนใจไม่น้อย ติดที่นิสัยแปลกๆ เดาไม่ค่อยออก มองมุมต่างจากคนอื่น ทำให้คนที่เข้ามาก็พากันหายออกไป เรียกว่าโสดด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ “อย่าให้กูได้ด่านะ อีป้า” เจ้าเอยเองก็ไม่ยอมแพ้ แม้เวสป้าจะเป็นเกย์ที่ออกสาวชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเกย์รุกเข้าหา เพียงแต่เวลามีคนมาคุยด้วยจริง ๆ เจ้าตัวก็เกร็งไปหมด ไม่รู้ว่าเขินหรืออะไร สุดท้ายก็กลายเป็นหนีจากทุกคนไปเอง ในเรื่องนี้ทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันนัก “จะสายแล้วครับ ไปอาบน้ำเตรียมตัวไปซื้อรองเท้ากันได้แล้ว” ครามรีบสรุปตัดจบ เพราะถ้าช้ากว่านี้มีหวังเขาไม่ได้ไปด้วยแน่ ๆ รุ่นพี่ทั้งสองคนพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้างอแง แต่สุดท้ายก็ทำตามอยู่ดี เวสป้าเป็นฝ่ายนั่งรอ ให้เจ้าเอยเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนของตนเองก่อน ระหว่างนั้นก็ทบทวนประโยคของครามฟ้าที่เอ่ยทิ้งไว้เมื่อครู่ คนที่จีบยังไม่รู้ตัวว่าถูกจีบงั้นเหรอ...พลางเริ่มนึกถึงเรื่องราวในอดีต ก่อนจะตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เหี้ยแล้ว...หรือว่ามันชอบกูวะ!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม