บทที่ 1 เด็กสาวแลกหนี้

1905 คำ
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มมีเคราขึ้นที่คางเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม กำลังยืนจิบบรั่นดีอยู่ในห้องห้องรับแขกขนาดใหญ่ของบ้านอรรถนนท์ บ้านของนักธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของประเทศไทย ดวงตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสวนหย่อมหน้าบ้านและประตูบ้านขนาดใหญ่ ขณะที่ชายวัยเกือบกลางคนกำลังนั่งกุมขมับอยู่ที่โซฟาหนังรับแขกสีน้ำตาล เขายกแก้วบรั่นดีกระดกขึ้นทีเดียวหมดแก้วจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้น “ผมไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ คุณฌอร์น ถ้าคุณไม่ช่วยผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไหนจะลูกสาวผมที่กำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ไหนจะเมียผมที่จะต้องดูแลอีก” เขาบอกอย่างกลุ้มใจ ใบหน้าที่ยังคงเค้าความหล่อเหลาดำคล้ำไปหมด “ใครใช้ให้คุณไปติดการพนันจนหมดตัวแบบนี้ล่ะ” เขาถามกลับโดยที่ยังจ้องมองไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม “คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น” “ใช่ ผมรู้ ตอนที่ทุกคนเล่นการพนัน ไม่มีใครคิดถึงตอนที่กำลังจะเสียหรอก ทุกคนมักจะคิดถึงแต่ตอนที่จะได้เหมือนที่เคยได้ แต่ไม่ได้คิดว่าชีวิตคนเรามันจะมีช่วงดวงตก คุณเล่นการพนันจนไม่มีสติยั้งคิดว่าแค่ไหนควรหยุด แค่ไหนควรพอ แต่กลับไปกู้หนี้ยืมสิน เอาบ้าน เอาบริษัทไปจำนอง เพื่อเอาเงินไปเล่นการพนัน เพราะคิดว่ามันจะต้องได้ แล้วผลสุดท้ายเป็นยังไง” เขาหันไปต่อว่าชายวัยกลางคน “แต่ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมแค่ต้องการให้คุณช่วยเหลือผม ผมไม่อยากถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ผมไม่อยากให้เขามายึดบ้าน ยึดบริษัทของผมไป” “เงินจำนวนไม่น้อยเลยนะที่คุณต้องการจากผม และยังจะให้ผมลดดอกเบี้ยให้คุณอีก” เขาว่าและถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นเด็กสาวใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายแบบนานาชาติ เป็นเสื้อสีขาวแขนยาว ผูกเนคไทและสวมกระโปรงคลุมข่าวสีน้ำเงินเข้ม กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้สีดำ มีพวงกุญแจที่เป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ห้อยไปมา เขาเพ่งสายตาไปที่เด็กสาวคนนั้น “คุณพ่อขา ชะเอมกลับมาแล้วค่ะ” เสียงหวานใสดังนำหน้าตัวเสียอีก เขารีบหันไปหาต้นตอของเสียงที่กำลังจะเดินมาในห้องรับแขก อวสรรีบปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ ไม่ถึง 1 นาที หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวใส ถักผมเปียสองข้างก็เดินเข้ามา เธอเดินไปหาคนเป็นพ่อและสวมกอดแน่น “กลับมาแล้วเหรอลูก เรียนวันนี้เหนื่อยไหม” อวสรถามลูกสาวและหอมแก้มอย่างรักใคร่ ฌอร์นมองเด็กสาวตาไม่กระพริบ “เหนื่อยค่ะ วันนี้เรียนเยอะมาก การบ้านก็เยอะมากด้วย” เธอบ่นอุบและทำหน้าตาน่าเอ็นดูใส่ “อดทนหน่อยนะลูก เดี๋ยวก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” เขาลูบหัวลูกสาวเบาๆ เธอยิ้มรับและหันหน้ามาหาฌอร์น เธอเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงสดอย่างเป็นธรรมชาติเผยรอยยิ้มและยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ” เธอทักทายเขาอย่างนอบน้อม เขารับไหว้อย่างใจเย็น แม้ว่าหัวใจตัวเองมันจะเต้นตึกตักรัวแรงแบบผิดปกติก็ตาม “คุณฌอร์น นี่ชะเอม... ลูกสาวของผมเอง” อวสรแนะนำลูกสาวให้ฌอร์นรู้จัก เขากระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์แสนร้าย “นี่คุณฌอร์น เป็นรุ่นน้องของพ่อเอง” “สวัสดีค่ะคุณฌอร์น” “เรียกฉันว่าพี่ก็ได้ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก” เขาบอก ดวงตายังคงจับจ้องเด็กสาวไม่วางตา “เย็นนี้พี่ฌอร์นจะมากินข้าวเย็นที่บ้านเรา ลูกไปดูคุณแม่หน่อยสิ ว่าตั้งโต๊ะอาหารเสร็จหรือยัง” อวสรออกปากไล่ลูกสาวให้ออกจากห้องนี้แบบทางอ้อม “ได้ค่ะ” พอเอมมาลินเดินออกไปจากห้องรับแขก ฌอร์นก็เดินไปหาอวสร เขาทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาและค่อยๆ ยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบ “ชะเอมเป็นลูกสาวของคุณกับคุณสุภัทราเหรอ” “เปล่าครับ เธอเป็นลูกของผมกับอิงอร ภรรยาเก่าของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว” “เรื่องเงินที่คุณจะยืมผม 80 ล้าน ผมยินดีที่จะให้คุณยืมนะ” จู่ๆ ฌอร์นก็พูดขึ้น อวสรเงยหน้าขึ้นมาอย่างมีความหวัง ดวงตาเขาเปล่งประกายไปหมด “จริงเหรอครับ!” “แต่มีข้อแม้... ผมไม่รู้ว่าคุณจะทำได้หรือเปล่า” “ผมทำได้ทุกอย่างครับ” อวสรรีบบอกอย่างตื่นเต้น เพราะการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนไม่สามารถชำระได้ทันตามกำหนด จะทำให้เขาต้องถูกฟ้องล้มละลายในไม่ช้านี้ และสิ่งที่จะตามมาคือทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้าน บริษัท รถยนต์ เงินที่เหลือในบัญชีอยู่น้อยนิดก็จะต้องถูกยึดไปด้วย เขาจะกลายเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีงานทำ และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หากได้เงินก้อนมาใช้หนี้ จะรวบหนี้สินไว้ที่เดียว มันจะทำให้ทุกอย่างที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง และเขาจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากจากการทำธุรกิจอีกครั้ง “คุณพูดเองนะว่าคุณทำได้ทุกอย่าง” ฌอร์นยิ้มกริ่ม “ครับ คุณต้องการอะไร ผมยินดีทำให้ทุกอย่าง” “ผมจะให้คุณยืมเงิน 80 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่แลกกับตัวลูกสาวของคุณ” เขาพูดจบ อวสรก็ทำแก้วร่วงหล่นจากมือ เสียงแก้วเหล้ากระทบพื้นห้องดังเพล้ง “อะไรนะ...” อวสรทวนคำถามอย่างช้าๆ เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ผมต้องการลูกสาวคุณ คุณให้ผมได้ไหม ถ้าให้ไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ” เขาพูดอย่างไม่ยีหระ แต่คนฟังนั้นแทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่ หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ฌอร์น อวสรคงจะอัดหน้าไปแล้วหลายครั้ง “คุณพูดอะไรบ้าๆ” “ผมไม่ได้บ้า ผมต้องการลูกสาวคุณ ผมจะให้ลูกสาวคุณอยู่กับผมจนกว่าคุณจะใช้หนี้หมด คุณใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ผมจะคืนลูกสาวให้กับคุณทันที” “คุณจะเอาลูกสาวผมไปทำไม” เขาหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่มีอายุราวรุ่นลูกด้วยความระแวง “คุณก็รู้... ผู้ชายที่ต้องการผู้หญิงไปอยู่ด้วย ก็มีอยู่เรื่องเดียวเท่านั้น” “ไม่มีวัน... ผมไม่มีวันยกชะเอมให้คุณเด็ดขาด ชะเอมเป็นลูกสาวคนเดียวของผม!” อวสรยืนยันหนักแน่น “คิดดูดีๆ นะ ตอนนี้คุณจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นคนที่ไม่มีเงิน ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะถูกยึดไปจากคุณ ขณะที่ลูกสาวของคุณจะต้องเรียนมหาวิทยาลัยต่อ หากคุณไม่มีงานไม่มีเงิน ก็ไม่สามารถส่งเสียลูกสาวเรียนได้ ไหนยังต้องใช้หนี้อีก ทั้งตัวคุณเองและลูกสาวก็จะหมดอนาคต” ฌอร์นพูดจี้ใจดำ ทำให้อวสรขบกรามแน่น “ชะเอมเป็นลูกสาวคนเดียวของผม” อวสรย้ำอีกครั้ง ฌอร์นหัวเราะในลำคอ “ถ้าคุณยกชะเอมให้กับผม ผมสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดีและจะส่งเสียให้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ จนจบปริญญาตรี หรือถ้าชะเอมอยากเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ผมก็จะส่งเสียให้ จนกว่าคุณจะตั้งตัวได้” ฌอร์นยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม อวสรเอามือกุมขมับ “ทำไมคุณต้องกดดันผมขนาดนี้ฌอร์น คุณเอาอย่างอื่นได้ไหมที่ไม่ใช่ชะเอม เธอเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของผม ผมยกให้คุณไม่ได้!” อวสรเริ่มขึ้นเสียงใส่ แต่ฌอร์นยังมีท่าทีสบายๆ อยู่ “ผมไม่ได้เอาตัวลูกสาวคุณไปถาวรสักหน่อย แค่เอามาชั่วคราว ถ้าคุณตั้งหลักได้เร็วคุณก็สามารถเอาตัวลูกสาวคุณกลับไปได้โดยเร็ว แต่ถ้าคุณทำได้ช้า ลูกสาวของคุณก็จะอยู่กับผมนานขึ้นเท่านั้นเอง คิดดูดีๆ นะ จริงๆ แล้วชะเอมควรจะรับรู้สิ่งที่คุณทำเอาไว้และควรจะได้รู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว” “ผมขอกลับไปคิดดูก่อน พรุ่งนี้ผมจะให้คำตอบอีกที” “ตามสบาย” เขายักไหล่อีกครั้ง พอดีกับที่เอมมาลินเดินเข้ามาตามพ่อและแขกของพ่อไปกินข้าวเย็น เธอเดินยิ้มหวานมาแต่ไกล “คุณพ่อ พี่ฌอร์นคะ คุณแม่ตั้งโต๊ะอาหารเสร็จแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงหวานใส ทำให้คนฟังรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ อวสรมองลูกสาวตัวเองแล้วก็รู้สึกเจ็บร้าวลึกไปถึงขั้วหัวใจ ลูกสาวของเขายังเด็กและไร้เดียงสามาก หากจะมีใครมาทำอะไรลูกสาวเขา เขาคงทำใจไม่ได้ “เดี๋ยวพ่อกับพี่ฌอร์นจะตามไป ลูกกับคุณแม่ไปนั่งรอก่อนได้เลย” อวสรบอกกับลูกสาว เธอพยักหน้ารับและเดินออกไปเพราะไม่อยากรบกวน ฌอร์นมองตามเด็กสาวไปจนลับสายตา เขาพึงพอใจในตัวเธอมาก... มากเสียจนจะต้องกดดันทุกวิถีทางเพื่อทำให้คนเป็นพ่อยอมตกลงตามเงื่อนไขที่เขากำหนด “ลูกสาวของผมยังเด็กและไร้เดียงสาอยู่มาก” อวสรเปรย และนั่นแหละคือสิ่งที่ฌอร์นต้องการ “ใช่ ลูกสาวคุณยังเด็ก ยังจะต้องมีอนาคตอีกไกล หากอนาคตของลูกสาวคุณจะต้องดับวูบเพราะความประมาทในการใช้ชีวิตของคุณ มันก็น่าเสียดายไม่น้อย ใช่ไหม...” เขาย้อนถามกลับ ทำให้อวสรสะอึก “ไปกินข้าวกันเถอะครับ” เขาตัดบท ไม่อยากเข้าเรื่องนี้อีก ฌอร์นยิ้มอย่างพึงพอใจที่สามารถปั่นอารมณ์คนตรงหน้าได้ ระหว่างที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร ฌอร์นมองเด็กสาวที่สดใสร่าเริงตาไม่กระพริบ เธอช่างฉอเลาะเอาใจผู้เป็นพ่อยิ่งนัก ดวงตาของเธอสดใส ใบหน้าเปล่งปลั่งแบบผู้หญิงที่เพิ่งแตกเนื้อสาว ทำให้เขาสนใจเธอมากยิ่งขึ้น “คุณพ่อลองทานอันนี้หน่อยนะคะ คุณแม่ทำอร่อยมากเลยค่ะ” เธอตักอาหารใส่จานอวสรและส่งยิ้มหวานไปให้ อวสรได้แต่ฝืนใจยิ้ม ขณะที่ภายในใจนั้นตึงเครียดยิ่งกว่าใคร เขาสังเกตเห็นฌอร์นมองลูกสาวตาไม่กระพริบ “ขอบใจมากลูก” พอทุกคนรับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อย อวสรก็ไล่ลูกสาวให้ขึ้นห้องไปอาบน้ำ ทำการบ้านและเข้านอน ไม่ปล่อยให้ฌอร์นได้มีโอกาสจ้องมองเด็กสาวมากกว่านี้ ก่อนที่ฌอร์นจะเดินทางกลับ เขาหันไปหาอวสรและส่งยิ้มอ่อนแบบเจ้าเล่ห์ “คิดดูดีๆ นะว่าจะตกลงรับเงื่อนไขของผมไหม คุณก็รู้ว่าปกติผมไม่ช่วยเหลือใครง่ายๆ” เขาย้ำกับอวสรอีกครั้ง ทำให้ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วขึ้น “ครับ ถ้าผมตัดสินใจได้แล้วจะรีบโทรหาคุณทันที”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม