พิมฐาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามจะขัดขืนแรงบีบคั้นที่สะโพกทว่าร่างกายกลับทรยศความนึกคิด ความเย็นเฉียบของผนังห้องที่หลังสัมผัสอยู่ ตัดกับความร้อนผ่าวจากแผ่นอกกว้างของเขื่อนที่เบียดเสียดเข้ามาจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจหอบถี่ของเด็กหนุ่มที่เป่ารดพวงแก้ม ทำให้กำแพงความถือตัวที่เธอก่อไว้บนเวทีพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“หยุดนะ... เขื่อน... อื้อออ” เสียงปรามตอนแรกกลับกลายเป็นเสียงครางแผ่วในลำคอ เมื่อเขื่อนซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหงของเธออย่างหิวกระหาย
เขื่อนไม่ได้หยุดแค่การรุกรานด้วยสายตา มือหนาที่หยาบกร้านรวบข้อมือทั้งสองข้างของพิมฐาชูขึ้นเหนือศีรษะ ตรึงเธอไว้กับผนังด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลชวนฝัน แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความปรารถนาที่อยากจะทำลายความหยิ่งทะโสของนักธุรกิจสาวคนนี้
“อื้อออ!” พิมฐาดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่รสจูบที่คุ้นเคยจะปลุกสัญชาตญาณดิบภายในตัวเธอ ความเสียวซ่านที่เคยได้รับเมื่อคืนย้อนกลับมาจู่โจมจนแข้งขาเริ่มอ่อนแรง เธอเผลออ้าปากรับเรียวลิ้นร้อนระอุที่สอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานอย่างบ้าคลั่ง
“พี่ลืมมันไม่ได้หรอกพิมฐา...” เขื่อนผละริมฝีปากออกมาเพียงนิด กระซิบเสียงพร่าชิดผิวปากที่บวมเจ่อ “ดูสิ... แค่ผมแตะนิดเดียว พี่ก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว”
มืออีกข้างของเขื่อนเลื่อนลงไปเลิกชายกระโปรงสูทตัวสวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ความหยาบของนิ้วมือกรีดกรายลงบนผิวขาอ่อนเนียนละเอียด ทำเอาพิมฐาต้องสะดุ้งสุดตัวและแอ่นสะโพกเข้าหาตัวตนที่แข็งขืนภายใต้กางเกงยีนส์ของเขาโดยอัตโนมัติ
“ฮึก... เขื่อน... อย่า... ตรงนี้ไม่ได้” แม้จะเอ่ยปากห้าม แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำปรือและลอยเคว้งเหมือนคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ? ในเมื่อพี่บอกเองว่ามันเป็นแค่เรื่องระบายความใคร่...”
เขื่อนไม่พูดเปล่า เขาจัดการปลดตะขอกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มืออีกข้างยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธอผ่านแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋ว ความเปียกชื้นที่สัมผัสได้ทำให้เขื่อนเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าพิมฐาพ่ายแพ้ให้เขาอย่างราบคาบแล้ว
เขาอุ้มร่างบางขึ้นนั่งพาดบนโต๊ะเก็บอุปกรณ์ไม้เก่าๆ พิมฐารีบคว้าบ่ากว้างในเสื้อช็อปสีแดงไว้แน่นเป็นที่ยึดเหนี่ยว สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางความสลัว... ฝ่ายหนึ่งเต็มไปด้วยความสะใจที่ได้ครอบครอง ส่วนอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
“เรียกชื่อผัวพี่สิครับพิมฐา...”
“เขื่อน... อ๊ะ... อื้อออ... เขื่อน”
สิ้นเสียงครางเรียกชื่อเขา เขื่อนก็กดตัวตนที่แข็งแกร่งเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำแฉะของเธอในรวดเดียว พิมฐาเชิดหน้าขึ้นกรีดร้องอย่างไร้เสียง ร่างกายของเธอโอบรัดความดิบเถื่อนของเด็กหนุ่มไว้แน่น
บทเรียนรักฉบับเร่งด่วนในห้องแคบๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ราวกับต้องการตอกย้ำให้เธอจำไปจนตายว่า... ไม่ว่าเธอจะอยู่สูงแค่ไหน เธอก็คือผู้หญิงที่สยบยอมอยู่ใต้ร่างของนักศึกษาในเสื้อช็อปคนนี้เสมอ
เขื่อนไม่ปล่อยให้พิมฐาได้ตั้งตัว เขาบดขยี้จูบลงไปอย่างหิวกระหาย เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตวัดรัดพันอย่างดุดันจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย พิมฐาที่เคยสง่างามบนเวทีบัดนี้กลับหอบหายใจรวยริน มือเรียวจิกแน่นลงบนไหล่กว้างของเสื้อช็อปสีแดงเพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนระทวย
“อื้อออ... เขื่อน... เบาๆ”
“เบาไม่ได้หรอกครับ พี่ดูสิ... ร่องแฉะๆ ของพี่มันตอดรัดผมแน่นขนาดนี้” เขื่อนกระซิบเสียงพร่าพลางใช้มือหนาเค้นขยำบีบนมผ่านชุดสูทราคาแพงอย่างมันมือ ปลายนิ้วแข็งแรงสะกิดยอดอกจนมันแข็งชูชันสู้มือ เขาถอดเสื้อสูทของเธอออกจนเผยให้เห็นบราลูกไม้สีดำที่แทบจะปกปิดความอวบอิ่มไว้ไม่มิด
“อ๊าาาาาา! เขื่อน! ซี๊ดดด... ลึกไป!”
พิมฐาเชิดหน้าขึ้นกรีดร้องด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง ความคับแน่นที่ได้รับทำเอาเธอตัวสั่นระริก เขื่อนไม่ปล่อยให้เธอได้พัก เขาเริ่มขยับเอวสอบกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่องนุ่มอย่างบ้าคลั่ง จังหวะที่หนักแน่นและดิบเถื่อนทำให้เกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้องเก็บของแคบๆ
ตั้บ! ตั้บ! ตั้บ!
“ซี๊ดดด... พี่พิม... ตอดดีชะมัด” เขื่อนครางในลำคอด้วยความเสียวซ่านสุดขีด เขาจับขาเรียวของเธอพาดบ่าไว้ข้างหนึ่งเพื่อเปิดทางให้เขากระแทกได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทุกจังหวะที่เขาส่งแรงเข้าไป ปลายแกนกายแข็งแรงจะชนเข้ากับจุดกระสันภายในจนพิมฐาตาพร่าเลือน
“อ๊ะ... อื้อออ... เสียว... เสียวเหลือเกินเขื่อน แรงอีก... อ๊าาา!”
พิมฐาพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบ เธอส่ายหน้าไปมาพลางครางระเส่า ความเป็นนักธุรกิจสาวผู้สูงส่งมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงที่โหยหาแรงกระแทกจากเด็กหนุ่มตรงหน้า ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกทุกครั้งที่เขาเน้นจังหวะหนักๆ เข้าใส่ร่องแฉะที่บวมแดง
เขื่อนเร่งจังหวะถี่กระชั้นราวกับพายุหมุน แรงอัดฉีดที่โหมกระหน่ำทำให้น้ำรักใสๆ ผสมปนเปกันจนเปียกโชกไปตามง่ามขา เขาโน้มตัวลงไปดูดดึงยอดอกของเธออย่างแรงพลางกระแทกสะโพกเข้าหาไม่หยุด จนกระทั่งความเสียวซ่านพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
“อ๊าาาา!”
“พี่พิม... ซี๊ดดด!”
เขื่อนคำรามลั่นพร้อมกับโถมแรงกระแทกเน้นๆ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อย น้ำรัก สีขาวขุ่นที่ร้อนผ่าวพุ่งฉีดเข้าไปในกายสาวจนล้นทะลัก พิมฐาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ร่างระหงซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่สอดประสานกันในความเงียบ
พิมฐารีบจัดแจงดึงชุดสูทที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่พลางหอบหายใจถี่ ใบหน้าสวยที่เคยนิ่งสงบระแวดระวังบัดนี้แดงซ่านไปด้วยไฟอารมณ์ที่ยังหลงเหลือ เธอจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ทำหน้าระรื่นไม่ทุกข์ร้อน
“เธอมันบ้าไปแล้ว เขื่อน! ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าจะทำยังไง!” เธอเอ่ยเสียงสั่นด้วยความโมโหแกมขวัญเสีย
“พอเสร็จแล้วก็ทำตัวห่างเหินตลอดเลยนะพี่พิม” เขื่อนเลิกคิ้วมองอย่างกวนประสาท แขนแข็งแกร่งยังคงกักขังเธอไว้ในวงแขน
“ปล่อยพี่นะ!” พิมฐาพยายามขยับตัวประท้วง เธอรับรู้ได้ถึงความคับแน่นของท่อนเนื้อที่ยังคงสอดคาอยู่ในช่องรักที่แฉะชื้น แต่พอเธอเริ่มผลักไสช่วงล่างออก เขื่อนกลับแกล้งสวนสะโพกขยับกลับเข้าไปอีกรอบจนเธอตัวโยน
“อึก... เขื่อน! พี่บอกให้พอแล้ว!”
“แฉะขนาดนี้ พี่อดใจไหวเหรอครับ?” เขื่อนกระซิบถามพลางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ สัมผัสได้ถึงแรงตอดรัดจากภายในร่องนุ่มที่ยังหล่อลื่นไปด้วยน้ำรัก
“ก็เอาออกไปสิ!”
“อยากขออีกรอบ... จังหวะเมื่อกี้มันยังติดใจอยู่เลย”
“พอแล้วเด็กบ้า! จะรอให้ใครมาเจอก่อนหรือไง!” พิมฐาถลึงตาใส่พยายามทำเสียงดุแต่กลับฟังดูสั่นเครือ
“เจอก็เจอสิครับ พี่จะได้ยอมรับสักทีว่าได้ผมเป็นผัว” คำพูดตรงไปตรงมาทำเอาพิมฐาหน้าชาวา เธอทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งของเขาอย่างเหลืออด
“เธอไม่อาย แต่พี่อาย! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มจะโกรธจริงและกลัวจนตัวสั่น เขื่อนจึงยอมถอยห่างออกมา เขาถอนตัวตนที่แข็งขืนออกจากความคับแน่นจนเกิดเสียงฉ่ำแฉะที่น่าอาย ก่อนจะรูดซิปกางเกงยีนส์เก็บงำความต้องการไว้พรางๆ
เขื่อนมองดูสภาพที่ดูไม่ได้ของนักธุรกิจสาวสวย ใจหนึ่งเขาก็อยากแกล้งต่อ แต่อีกใจก็อดเอ็นดูไม่ได้ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้มือหนาที่หยาบกร้านค่อยๆ ช่วยดึงกระโปรงของเธอลงให้เรียบร้อย จัดปกเสื้อสูทสีครีมที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่อย่างเบามือ
“ทำหน้าดุจังครับ... เดี๋ยวผมไปส่งที่รถนะ” เขื่อนเอ่ยสั้นๆ พลางหยิบแว่นกันแดดที่ตกอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดแล้วสวมคืนให้เธอ เพื่อปกปิดดวงตาที่ยังคงฉ่ำปรือไปด้วยร่องรอยแห่งกามารมณ์