bc

ศิตา ป๊าบอกว่าอย่าดื้อ!

book_age18+
227
ติดตาม
1.3K
อ่าน
วันไนท์สแตนด์
ครอบครัว
จบสุข
รักต่างวัย
รักเพื่อน
พ่อเลี้ยง
แม่เลี้ยงเดี่ยว
ผู้สืบทอด
หวาน
เบาสมอง
สาสมใจ
ใจถึง
เมือง
ความลับ
friends with benefits
like
intro-logo
คำนิยม

เพราะมีเหตุให้ 'ศิตา' เด็กสาวสุดแซ่บเปรี้ยวเข็ดฟันที่บังเอิญจับพลัดจับผลูไปมีซัมติงกับ 'มาวิน' พ่อของเพื่อนสนิทโดยบังเอิญ มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้าเธอไม่ได้ติดใจลีลาเด็ดดวงของป๊ามาวินจนโงหัวไม่ขึ้น ปฏิบัติการเอาชนะใจคนแก่ เอ๊ย! คนอายุมากกว่าจึงเริ่มขึ้น ณ บัดนี้

"หนูชักจะดื้อกับป๊าใหญ่แล้วนะศิตา ...เอาเท้าออกไปจาก 'ตรงนั้นของป๊า' เดี๋ยวนี้เลยนะ"

แม้น้ำเสียงนั้นจะไม่ได้ดังอะไร แต่มันก็ดังพอที่จะดึงความสนใจจากศิตา เด็กสาวยักคิ้วหลิ่วตาอย่างสนุกสนานโดยทำเป็นเมินสายตาดุ ๆ ที่จ้องมองมา ก่อนจะตอบกลับไปอย่างยียวน

"ป๊าพูดเรื่องอะไรคะ? ศิตาไม่เห็นรู้เรื่องเลย~" เธอว่าพลางลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่อง ทว่าฝ่าเท้ากลับขยับถูไถท่อนเนื้อที่กระตุกสู้เท้าตัวเองอย่างแข็งขัน

หนุ่มใหญ่ได้แต่ผ่อนลมหายใจเข้าออกด้วยในใจกำลังรู้สึกมันเขี้ยวคนตรงหน้าจนมือไม้สั่น แต่เพราะพวกเราอยู่ในร้านอาหารที่คนพลุกพล่านมาก มาวินจึงได้แต่กัดฟันกระซิบกลับไป

"ถ้าหนูดื้อป๊าจะตี จะไม่ใจดีด้วยแล้วนะ" ร่างสูงพูดขู่เสียงเรียบ ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบข้างเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครได้ยินสิ่งที่พวกเรากำลังคุยกัน

ทว่าประโยคที่อีกฝ่ายตอบกลับมาทำเอามาวินถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

"ตีที่ว่านี่ ตีด้วยของที่ดันเท้าศิตาอยู่ตอนนี้รึเปล่าคะ? ถ้าใช่... เดี๋ยวศิตาจะดื้อกับป๊าให้มากกว่านี้อีก"

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1 สายด่วนกลางดึก
รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองจอดลงที่หน้าบ้านหรูย่านชานเมืองอย่างเงียบเชียบ ขณะที่หญิงสาวกำลังคุยโทรศัพท์ ‘ศิตา’ สาวสวยเปรี้ยวซ่าสุดก๋ากั่นที่นั่งมาในรถคันนั้นพูดกับปลายสายของตัวเองด้วยน้ำเสียงกึ่งระอา เพราะแม้ว่าตอนนี้เธอจะมาถึงที่จุดหมายปลายทาง แต่กลับไม่สามารถจ่ายเงินและลงจากรถได้เนื่องจากปลายสายไม่ยอมวางสักที ด้วยความที่นั่งอยู่ตรงนี้มาแล้วพักหนึ่ง พี่คนขับรถเลยเริ่มหันมาส่งสายตากดดันให้คนทางนี้ ซึ่งศิตาก็เข้าใจได้หากอีกฝ่ายจะเริ่มหงุดหงิด เธอจึงพยายามหาจังหวะพูดแทรกคนที่เอาแต่ฟูมฟายใส่ตัวเองกลับไป “ไม่ต้องร้องแล้วน่าอีมิน~ นี่กูก็ถ่อมามึงถึงบ้านแล้ว เพราะงั้นถ้าจะฟูมฟายอะไรเอาไว้เจอหน้ากันแล้วค่อยบ่นเถอะ! แต่ตอนนี้กูขอวางสายก่อน จะได้แสกนจ่ายตังค์ค่าแท็กซี่ให้พี่เขา... เพราะงั้นตอนนี้กรุณาทำตัวสงบ ๆ นั่งรออยู่ในบ้าน ไม่ต้องโผล่หน้าผีปอบออกมาให้คนอื่นเขาตกใจล่ะ เข้าใจไหม?” ‘ฮือ.... มึงฟังที่กูจะเล่าให้จบก่อนได้ไหม~ มิกน่ะนะ มิกมัน...’ เพราะคิดว่าหากปล่อยให้ ‘มินนี่’ เพื่อนสาวคนสนิทได้บ่นต่อไปคงจะไม่ได้ลงจากรถแน่ ๆ ศิตาที่เห็นว่าพี่คนขับรถใกล้จะหยุมหัวตัวเองจริง ๆ แล้วจึงชิงกดตัดสายไปก่อน ไม่ใช่ว่าเธอไม่เห็นใจเพื่อนหรืออะไรหรอก แต่นี่เธอก็คุยกับมันมาสักพักแล้ว แต่อีกฝ่ายเอาแต่ฟูมฟายจนศิตาจับสาระไม่ได้เลยว่าสรุปแล้วมินนี่มันทะเลาะกับผัวเรื่องอะไรมา ที่เธอพอจะฟังรู้เรื่องมีแค่คำว่า ‘มึงมาหากูหน่อย’ กับ ‘ไอ้มิกมันทำอะไรสักอย่าง’ ซึ่งศิตาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำอะไร สุดท้ายเลยต้องถ่อมาหาทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างที่เห็น ตากลมเหลือบมองไปยังมิตเตอร์เพื่อดูราคาเล็กน้อยพร้อมกับคิดบวกทิปค่าเสียเวลาของพี่คนขับในหัวจนเสร็จสรรพ ก่อนจะรีบกดเปิดแอปธนาคารเพื่อเตรียมจะจ่ายเงินค่ารถให้เสร็จสักที “มีคิวอาร์ไหมคะ?” “พร้อมเพย์เลยครับน้อง 089 xxx xxxx” นิ้วเรียวกดหมายเลขตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างคล่องแคล่ว แต่ยังไม่ทันที่ศิตาจะได้กดปุ่ม ‘ยืนยัน’ ในขั้นตอนสุดท้าย ภาพหน้าจอมือถือก็ดับมืดไปเสียอย่างนั้น! ครั้นพอพยายามกดเปิด ก็ดันเปิดไม่ติดอีกต่างหาก ทำเอาหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก ปกติเธอมักจะเสียบชาร์ตมือถือช่วงก่อนนอนเป็นประจำ แต่พอถูกโทรตามมาแบบกะทันหันเลยไม่มีเวลาคิดว่าต้องหยิบแบตสำรองติดตัวมา ซึ่งทั้งเนื้อทั้งตัวเธอตอนนี้มีเพียงโทรศัพท์มือถือ คีย์การ์ดห้องและบัตรเครดิตที่เสียบอยู่ที่หลังเคสเท่านั้น ศิตาจึงต้องเริ่มคลำหาเศษเงินตามกระเป๋าเสื้อคลุมที่ตัวเองสวมมาในทันที บุญบาปแท้ ๆ ที่เมื่อกี้ยายมินนี่โทรจิกเธอให้มาหาแบบเร่งด่วนจนไม่มีแม้แต่เวลาจะเปลี่ยนชุด ศิตาเลยต้องออกจากห้องมาในสภาพเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นหรือเรียกสั้น ๆ ว่า ‘ชุดนอน’ แต่เพราะมันดึกมากแล้ว เธอเลยคว้าเสื้อคลุมตัวยาวที่ปกติมักจะเอาไปมหาวิทยาลัยด้วยมาใส่ทับไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งในเสื้อคลุมที่ว่านั่นก็บังเอิญมีแบงค์แดงติดอยู่สองสามใบ “ไม่ต้องทอนค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ” เธอพูดทิ้งไว้เพียงเท่านั้น ขณะที่รีบยัดเงินใส่มือพี่คนขับ ก่อนที่จะกระโดดลงจากรถอย่างว่องไว ร่างบางก้าวตรงไปยังตัวบ้านเพื่อตามหาตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องงัดตัวเองออกมาจากเตียงตอนเกือบห้าทุ่ม เพียงเพราะว่ามันทะเลาะกับผัวและโทรมาร้องไห้ฟูมฟายประหนึ่งโลกจะแตก พูดตามตรงว่าไอ้ที่นั่งฟังมันคร่ำครวญมาเกือบยี่สิบนาทีนี่ ศิตาแทบจะจับสาระอะไรในสิ่งที่เพื่อนเล่าไม่ได้ เพราะเจ้าตัวเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบจะพูดไม่เป็นคำ “มินนี่...!” ศิตาร้องเรียกเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความตกใจ เพราะพอเข้ามาในบ้าน เธอก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้โฮนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟารับแขกในสภาพที่น้ำหูน้ำตาไหลอาบเต็มใบหน้า ด้วยความที่มินนี่เป็นพวกทุ่มเทกับความรัก เวลามีแฟนแต่ละครั้ง ผู้ชายพวกนั้นเลยแทบจะเป็นโลกทั้งใบของมันเลยละนะ ซึ่งเธอก็เคยเตือนไปหลายครั้งแล้วว่า ‘เพิ่งคบกันไม่นานอย่ารีบให้ใจใครมาก’ แต่เพราะเจ้าตัวไม่เคยฟังคำเตือนของศิตา เวลาทะเลาะกับผัวทีไร ก็ร้องไห้เป็นหมาแบบนี้ทุกที โชคยังดีที่แฟนของมันคนนี้ค่อนข้างนิสัยดี (เมื่อเทียบกับคนก่อน ๆ) พักหลังมานี้ศิตาเลยไม่ค่อยได้เจอโหมดผีดิบของเพื่อนตัวเองสักเท่าไหร่ แต่การที่มันมีสภาพแบบนี้แสดงว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจริง ๆ ใช่ไหม? หรือไอ้ที่ดูเป็นคนใส ๆ นั่นเป็นเรื่องตอแหลกัน? “เกิดอะไรขึ้น!? ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้? ไอ้มิกมันทำอะไรมึง?” เธอถามออกไปเสียงเครียด ขณะที่กอดเพื่อนสนิทซึ่งตอนนี้ร้องไห้จนตัวสั่น จะว่าไป...นี่คนในบ้านมันหายไปไหนกันหมด? ไม่ใช่ว่าทุกวันศุกร์เป็นวันครอบครัวของบ้านนี้หรือไงกัน? เพราะปกติเห็นยายมินนี่ต้องรีบ แจ้นกลับมาดินเนอร์กับ ‘ป๊ามาวิน’ แทบทุกอาทิตย์เลยนี่นา คือมันก็ดีอยู่หรอกที่ป๊าไม่อยู่ เพราะขืนป๊าอยู่มีหวังได้เป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ เลยละนะ เพราะป๊ามาวินน่ะดุมาก! ถ้าเกิดรู้ว่าลูกสาวร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะผู้ชายละก็...มีหวังระเบิดลงแหง ๆ มินนี่ที่แม้จะยังสะอึกสะอื้นอยู่บ้าง แต่พอได้เห็นหน้าเพื่อนก็เริ่มใจเย็นลง หลังจากถูกลูบหลังปลอบโยนอยู่สักพัก เธอที่เริ่มตั้งสติได้มากขึ้นจึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นออกไปให้คนที่กอดตัวเองอยู่ฟัง “ฮึก! มึง...คือเมื่อเย็นป๊ากูโทรมาบอกว่าวันนี้เลิกประชุมช้าแล้วน่าจะต้องพาลูกค้าไปเลี้ยงต่อเลยน่าจะไม่ได้กลับมากินข้าวกับกู กูก็เลยคิดว่าไหน ๆ ก็ว่างแล้วแวะไปเซอร์ไพร์สผัวที่หอหน่อยดีกว่า ก็เลยไปที่ห้องมันโดยไม่ได้บอก ฮือ... ตะ แต่พอไปถึง...อึก! กูก็เจอผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เดินนุ่งผ้าขนหนูอยู่ในห้องมันอะ!” “ฮะ!? ไอ้มิกมันมีกิ๊กเหรอ?” ศิตาถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะเท่าที่เธอรู้จัก ‘มิกกี้’ มันดูไม่น่าจะเป็นคนที่ทำเรื่องอะไรแบบนั้นได้เลย จะว่าไงดี... ในสายตาของศิตา หมอนั่นมันซื่อบื้อมากจนเธอเคยถามเพื่อนตัวเองว่าไปล่อลวงมาได้ยังไงด้วยซ้ำ เพราะถึงโดยพื้นฐานมินนี่จะเป็นพวกนิสัยเด็กน้อยและค่อนข้างใสซื่อเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เพื่อนในกลุ่มเป็นพวกกร้านโลก (เหมือนเธอ) กันทั้งนั้น มันเลยพอจะทันคนอยู่บ้าง ตรงข้ามกับ ‘มิกกี้’ ที่เป็นเด็กเนิร์ดขนานแท้แถมยังหัวโบราณอีกต่างหาก เพราะงั้นถ้าเทียบกันแล้วเพื่อนของเธอน่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าฝ่ายนั้นอย่างแน่นอน ถึงจะรู้สึกผิดนิด ๆ ที่คิดแบบนี้ แต่คือถ้าถามว่าใครใน ‘คู่รักดิสนีย์’ ดูน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีกิ๊กมากกว่า ศิตาขอตอบแบบไม่ลังเลเลยว่าจะต้องเป็นเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างแน่นอนที่สุด... “ฮือ กูไม่รู้...ไม่รู้เลยมึง แต่ตอนนั้นกูก็ไม่เจอมิกอยู่ในห้องนะ ผู้หญิงคนนั้นเองก็ดูตกใจมากตอนที่เจอกูอ่ะ แต่พอเห็นยายนั่นทำท่าจะพูดอะไร กูก็ชิงวิ่งหนีออกมาก่อน” “เอ้า! แล้วทำไมมึงไม่รอถามให้รู้เรื่อง? จะได้รู้กันไปเลยไงว่าสรุปแล้วมันยังไงกันแน่น่ะ” “ก็ตอนนั้นกูตกใจอ่ะมึง~ คือมึงเข้าใจไหม มิกดูไม่น่าจะเป็นคนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ พอเจอขึ้นมาจริง ๆ กูเลยช็อคอ่ะ...” ศิตาถึงกับถอนหายใจปลงกับเหตุผลของเพื่อนที่ตอนนี้ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าหม่นหมอง คือก็ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจหรอก เพราะไม่ว่าใครเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องตกใจกันทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นศิตาก็ไม่คิดว่าการหนีมาโดยไม่เคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อน มันจะแก้ปัญหาอะไรได้หรอกนะ “แล้วนี่มึงได้คุยกับมิกรึยัง?” เธอถามออกไปเสียงเรียบ ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมา ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวเผลอทอดถอนใจอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ คือในฐานะเพื่อนแล้ว ถ้าอีกฝ่ายมีปัญหา ยังไงเธอก็พร้อมซัพพอร์ตเสมอนั่นแหละ แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วนอกจาก ‘ปลอบใจ’ เธอจะทำอะไรได้? คนที่จะช่วยมันแก้ปัญหานี้ได้คือผัวมันโน้น ซึ่งมันก็ยังไม่ได้พยายามที่จะคุยกับไอ้มิกเลยไม่ใช่หรือไง? แล้วแบบนี้จะไม่ให้ศิตารู้สึกหงุดหงิดใจได้ยังไงกัน? มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ของเพื่อนรักที่วางคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะและปลดรหัสมัน ก่อนจะต้องแปลกใจที่บนหน้าจอไม่มีข้อความจากมิกกี้หรือแม้แต่สายไม่ได้รับเด้งขึ้นมา หญิงสาวเหลือบมองเพื่อนตัวเองที่หลุบตาหนีไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะจัดการปิดโหมดเครื่องบินที่มินนี่เปิดทิ้งไว้อย่างถือวิสาสะ ซึ่งทันทีที่เธอปิดมัน สายเรียกเข้าก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอแทบจะทันที ‘Mickey~’ ศิตาหันจอมือถือให้เพื่อนที่เอาแต่ก้มหน้าคางชิดอกว่าจะเอายังไงกับสายนี้ แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ เธอเลยถือซะว่าการไม่ห้ามนั่นเป็นคำยินยอมและกดรับสายของผัวเพื่อนทั้งแบบนั้น ‘มินครับ! ในที่สุดก็รับสายสักที มิกเป็นห่วงแทบแย่... ตอนนี้มินอยู่ที่ไหนเหรอครับ? มาคุยกับมิกก่อนได้ไหม?’ “ฉันไม่ใช่มิน นี่ศิตาต่างหาก ส่วนตอนนี้อยู่ที่บ้านยายมินน่ะ” ‘…ศิเหรอ? เราขอคุยกับมินหน่อยได้ไหม? พอดีเรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับมินน่ะ’ เพราะปลายสายร้อนใจจนเผลอตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดังพอสมควร ทั้งเธอและมินนี่จึงได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องกดเปิดลำโพงเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวเลิกคิ้วถามเพื่อตัวเองว่าจะเอายังไงต่อกับคำขอนั้น ทว่ามินนี่กลับส่ายหน้าปฏิเสธที่จะคุยด้วย ช่างเป็นคู่รักที่น่าหงุดหงิดกันจริง ๆ มีอะไรทำไมไม่รู้จักพูดกันตรง ๆ ก็ไม่รู้ มัวแต่อมพะนำกันอยู่นั่น แล้วแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องเมื่อไหร่? “โทษทีนะ...แต่มินไม่ยอมมารับสายอ่ะ ถ้านายอยากคุยอะไรกับมิน ก็มาคุยที่บ้านก็แล้วกัน ตอนนี้ที่นี่มีแค่ฉันกับมิน ป๊าไม่ได้อยู่บ้านหรอกเพราะงั้นไม่ต้องลีลาแล้วรีบมาเคลียร์กับมันให้รู้เรื่องสักที” ‘ขะ เข้าใจแล้ว... ถ้างั้นรอแปปนะ ฝากบอกมินด้วยว่าอย่าเพิ่งเข้าใจเราผิด เดี๋ยวเราจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง เราจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ’ พอได้ยินดังนั้น ศิตาก็กดตัดสายไปทันที ก่อนจะหันไปจ้องเพื่อนสนิทที่ดูทำตัวลุกลี้ลุกลนอยู่ข้าง ๆ ตาเขม็ง ซึ่งพอเห็นว่ามินนี่ทำท่าจะลุกหนี เธอก็เอื้อมมือไปคว้าตัวเอาไว้และกดให้มันหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ ก็นะ... จากคำพูดของมิกกี้และสัญชาตญาณของศิตา เธอค่อนข้างมั่นใจเลยว่า เรื่องที่มิกกี้มีกิ๊กอะไรนั่น เพื่อนของเธอน่าจะมโนไปเองอย่างแน่นอน...

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

พลาดรักนายคาสโนว่า

read
23.4K
bc

Secret Love ซ่อนรักคุณหมอมาเฟีย

read
1.5K
bc

เมียแต่งที่คุณไม่เคยต้องการ

read
21.9K
bc

ยั่วรัก หม้ายสาวสายแซ่บ

read
23.0K
bc

บำเรอรักขัดดอก

read
2.9K
bc

พี่สามีอย่ารังแกข้า

read
6.2K
bc

แอบเสียวจนได้ผัว (NC20+)

read
61.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook