บทที่ 11

1506 คำ
บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 11 เช้าวันต่อมา.. เสน่หาขอเช่าห้องต่ออีกคืนหนึ่งเธอขอคุยกับเขาดูก่อน ถ้าตกลงกับเขาได้แม่อาจจะมีที่พักใหม่ วันนั้นทั้งวันเธอนั่งรอเวลาให้ถึงตอนเย็นด้วยใจที่กระวนกระวาย ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอจะคุยด้วยเขาจะยอมตกลงไหมแต่ก็ต้องลองดู จนถึงเวลานั้นเธอก็นั่งรอดูอยู่ว่าเขาจะโทรมาไหม จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นสายของเขาโทรมาเลย หรือว่าเขาจะลืม? ..อีกฝ่ายไม่โทรมาเธอเลยต้องเป็นคนโทรไปหาเอง "แม่คะ หนูออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งนะคะ" บอกแม่แต่ท่านไม่ตอบแถมไม่หันมาด้วย แม่คงเครียดที่เห็นว่าต้องพักห้องนี้อีก ถ้าไม่พักที่นี่ก็ไม่รู้จะไปพักที่ไหนแล้ว ห้องก็หายากขนาดห้องรายวันยังหายากเลย เสน่หาหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาด้วย ก่อนจะกดโทรออกหาเบอร์ที่เธอโทรหาเมื่อวานนี้ ครืนนน ครืนนนน เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายต่อหลายที จนเธอจะวางอยู่แล้วปลายสายถึงรับ >>{"คุณว่างคุยกับฉันหรือยังคะ"} ทางนั้นรับสายแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเธอเลยต้องเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน {"เดี๋ยวจะส่งโลเคชั่นไปให้"} >>{"ฉันอยากให้คุณมาหาที่นี่ได้ไหมคะ"} {"ฉันไม่มีธุระไปทางนั้น"} >>{"ก็ได้ค่ะงั้นคุณส่งโลเคชั่นมาทางไลน์ตามเบอร์โทรนี้เลยนะคะ"} หลังจากวางสายเสน่หาเลยออกไปหาซื้ออะไรมาให้แม่ทานตอนเย็นก่อน และเธอก็บอกแม่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อย ทานข้าวเสร็จให้แม่นอนก่อนได้เลย "แกคงไม่ออกไปหางานกลางคืนทำใช่ไหม" "ไม่ใช่หรอกแม่ ฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อน" "จริงหรือลูก แม่ว่าเพื่อนหนูต้องช่วยได้แน่เลย" ท่าทีของแม่เปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่มาก "แม่ไม่ต้องออกไปข้างนอกนะคะ ทานข้าวทานยาแล้วก็นอนพัก" "ไม่ต้องห่วงแม่หรอกน่า คุยกับเพื่อนดีๆ ล่ะ" ออกมาเธอก็เรียกแท็กซี่ให้ไปตามโลเคชั่นที่เขาส่งมาให้ เวลานี้รถติดมากกว่าจะฝ่ารถติดมาถึงที่นี่ได้ก็เกือบสองชั่วโมง เพราะที่ที่เธอพักอยู่ไกลจากที่นี่ แบบนี้แหละถึงอยากให้เขาไปหา รถแท็กซี่จอดที่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เข้ามาด้านในเธอต้องแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่ก่อนจะขึ้นไป ขึ้นมาถึงเสน่หาก็เคาะประตู ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดจากคนที่อยู่ด้านใน "เข้ามาสิ" ตอนที่เดินเข้ามาเธอก็มองไปดูรอบๆ ห้อง คิดว่าเพื่อนเขาอยู่ในนี้ด้วยไหมเพราะเห็นขาดกันไม่ได้ แต่ก็ไม่เจอใครอยู่ในห้องอีกนอกจากเขา "นั่งก่อนสิ" ชาละวันเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาวางให้กับเธอ แล้วเขาก็นั่งลงโซฟาตัวยาวตัวเดียวกับที่เธอนั่งอยู่ "ฉันอยากมาคุยกับคุณเรื่องนั้น" "เรื่องอะไร" "เรื่องที่คุณคุยกับฉันวันก่อน" "ฉันจำไม่ได้แล้ว" เสน่หากลืนน้ำลายลงคอแบบฝืดเคือง เธอรู้ว่าเขาต้องจำได้แต่เขาคงอยากให้เธอเป็นคนพูดออกมา "ฉันยอมรับข้อเสนอของคุณ​ แต่ฉันมีข้อแม้" "ข้อแม้อะไร" "ฉันสงสัยคดีของพ่อ" ที่เธอตัดสินใจมาพบเขาในครั้งนี้เพราะเรื่องของพ่อ อาจจะมีความสงสารแม่บ้าง แต่เธอคงไม่ยอมเอาตัวเข้าแลก​ เพราะอยากให้แม่กลับมาสุขสบายหรอก "สงสัยเรื่องคดี?" "ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว เงินฉันก็ไม่มีสู้คดีคุณพอจะช่วยเรื่องนี้ได้ไหม" เขาไม่ได้ตอบเธอในทันที​ แต่สายตาของเขามองสำรวจเรือนร่างของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ "นอกจากเรื่องคดีของพ่อแล้วฉันอยากมีที่พักให้แม่ที่ดีหน่อย และฉันก็อยากจะกลับไปเรียนให้จบ" ขณะที่พูดเธอไม่ได้มองสบตาคู่สนทนาหรอก เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นความอ่อนแอในแววตา แค่กลั้นน้ำตาได้ก็ถือว่าเธอเก่งมากแล้ว "ขอเยอะจังเลยนะ" ทีแรกเสนอให้เธอแค่กลับไปเรียนเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายของเธอทั้งหมด เรื่องหาที่พักให้แม่ชาละวันไม่ติดใจหรอก​ แต่ติดใจเรื่องคดีความ เพราะพ่อของเธอถูกตัดสินแล้วว่าฉ้อโกงจริง ถ้ายื่นมือเข้าไปช่วยเรื่องนี้นั่นหมายถึงเขาหักหลังครอบครัวตัวเอง "ถ้าคุณยอมช่วยทุกข้อที่ฉันขอมา ฉันรับรองว่าจะมอบความสุขให้คุณสมกับที่คุณยอมช่วย" นาทีนี้ต้องพูดให้เขาใจอ่อนยอมช่วยให้ได้ แม้แต่เรื่องแบบนี้เธอยังพูดได้หน้าตาเฉย ข้อต่อรองถือว่าคุ้มเลยแหละ แต่เขาก็ยังคงนิ่งเอาแต่จับจ้องไปที่เธอ "ฉันยังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน แม้แต่จูบก็ยังไม่เคย" เห็นสายตาอีกฝ่ายมองมาก็พอจะรู้แล้วว่าเขาคงกำลังประมวลผลว่าจะคุ้มไหม ชาละวันพยักหน้าเล็กน้อย แอบมีรอยยิ้มที่มุมปากด้วย แต่เธอไม่ได้มองมาคงไม่เห็น "ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของคุณ ตอนที่คุณมีฉันอยู่คุณสามารถมีผู้หญิงคนอื่นด้วยก็ได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องผู้หญิงของคุณ" ถ้าเขายอมตกลงช่วยเรื่องของพ่อ​ แม้แต่ชีวิตของเธอก็ยอมมอบให้เขาได้ "คุณอยากขอเวลาคิดก่อนก็ได้นะคะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะรอคำตอบค่ะ" พูดจบคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นพร้อมที่จะออกไป แต่ตอนที่เธอลุกขึ้นก็ถูกมือหนาดึงแขนจนร่างของเธอกระเด็นตามแรงล้มลงบนตักของอีกฝ่าย เสน่หานิ่งมากเหมือนไม่ตกใจและเธอก็ไม่ขัดขืน แม้เขาจะขยับริมฝีปากเข้ามาใกล้ "ถ้าไม่เคยจูบแล้วจะจูบฉันเป็นเหรอ" ที่เขาขยับเข้ามาใกล้เพราะจะกระซิบพูดข้างใบหู และเสียงที่เขาพูดมันสามารถทำให้ขนลุกได้เลย "จูบไม่เป็นคุณก็สอนสิ" "ไม่มีหางเสียงเวลาพูดเลยเหรอ" ชายหนุ่มขยับใบหน้าออกมาจากซอกคอระหงเล็กน้อย "ถ้าฉันจูบไม่เป็นคุณก็สอนสิคะ" เพื่อพ่อท่องไว้เสน่หา เพื่อช่วยพ่อให้พ้นมลทินและออกมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่พอเขาขยับริมฝีปากมาจ่อกับริมฝีปากของเธอ หญิงสาวก็เม้มปากไว้แน่นและเบือนหลบเล็กน้อย "?" "คุณยังไม่ตกลงเลย" "ขอเยอะขนาดนั้นจะไม่ให้เช็คของหน่อยเหรอ" "ของบางอย่างมันเช็คไม่ได้นะคะ" เธอก็บอกอยู่ว่าไม่เคยถูกผู้ชายที่ไหนจูบมาก่อน เผื่อว่าคนอื่นอยากรับข้อเสนอของเธอจะได้พูดได้เต็มปาก "วันนี้ฉันขอกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันโทรมาหาใหม่ตอนเช้า" เสน่หาดันตัวลุกขึ้นทั้งๆ ที่มือหนายังคงโอบเอวเธออยู่จนมือของเขาหลุดออก "พรุ่งนี้พาแม่ย้ายไปอยู่บ้านแถวชานเมือง" เขาพูดขึ้นตอนที่เธอกำลังหยิบกระเป๋าพร้อมที่จะออกไป "คะ?" หญิงสาวหันกลับมามองดู ..เขาตกลงจะช่วยเราใช่ไหม? "ฉันจะให้รถเธอไปใช้คันหนึ่งก่อน" "คุณยอมช่วยพ่อฉันแล้วใช่ไหมคะ" เรื่องบ้านและเรื่องรถมันไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอเลย​ อยากได้ยินแค่เขาบอกว่ายอมช่วยพ่อเท่านั้นแหละ "เรื่องนั้นอาจจะใช้เวลาหน่อย ฉันยังไม่เห็นรูปคดี" "ขอบคุณมากนะคะ" เรามีหนทางช่วยพ่อแล้วใช่ไหม เธอถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดีใจที่เขายอมรับปากจะช่วย "แต่เธอต้องมาอยู่คอนโดนี้กับฉัน" "....." ให้แม่ไปอยู่ชานเมือง แต่เธอต้องมาอยู่ที่นี่กับเขางั้นเหรอ ถ้าแม่ถามจะบอกแม่ยังไงล่ะ เรื่องนี้ให้ท่านรู้ไม่ได้ด้วยสิ ขนาดทำงานกลางคืนท่านยังไม่ยอมเลย ถ้ารู้ว่าเธอยอมเอาตัวเข้าแลกท่านต้องโวยวายแน่ แถมผู้ชายคนนั้นเป็นเขาด้วยแม่มีหวังได้เครียดหนักกว่าเดิม "ทำไมต้องคิดนานขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าเธอจะแยกอยู่คนละที่กับฉัน" "เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันตกลงค่ะ" 🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม