สองสัปดาห์แล้วที่คีตะวันต้องอาศัยอยู่ที่ไร่ของตรีเมฆในแต่ละวันหญิงสาวต้องสู้รบกับชายหนุ่มวันนี้คีตะวันจึงออกมาเดินตลาดเย็นพร้อมกับอ้อมที่ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น
“เอ๊ะ นั้นคุณรสิริน”
“รสิริน?”
คีตะวันจึงมองตามที่อ้อมบอกไม่รู้ว่าหญิงสาวเป็นใครและเธอก็ไม่อยากจะรู้จักด้วย
“เขาว่ากันว่าคุณรสิรินมาชอบคุณเมฆค่ะ เป็นลูก ส.ส. ในเขตนี้ เลยถือดีบอกทุกคนว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่”
คีตะวันมองไปที่หญิงสาวรูปร่างหน้าก็จัดว่าสวยแต่คิดไปเองว่าคบหาดูใจกันกับผู้ชายก็ไม่หน้าใช่ บางที่ตรีเมฆอาจจะคบหาดูใจกันอยู่จริงๆ ก็ได้
“คุณรินนั้นรถคุณเมฆหรือเปล่าคะ” มินตราชี้ให้เจ้านายสาวดูเพราะรถสปอร์ตคันหรูของตรีเมฆแถวนี้มีคันเดียวและชื่อที่ติดอยู่ข้างประตูรถ
“ทำไมไม่เห็นคุณเมฆเลย” รสิรินลูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ เธอแอบชอบตรีเมฆมานานและไปไหนด้วยกันบ่อยจนทุกคนแถวนี้คิดว่าทั้งสองกำลังคบหาดูใจกัน
“มีผู้หญิงสาวเหมือนกำลังจะขับไปเลยค่ะ”
รสิรินไม่รอช้ารีบสาวเท้าไปที่รถหรูที่จอดอยู่ข้างตลาดโดยมีหญิงสาวสองเดินกำลังเก็บของขึ้นรถอีกคนหนึ่งเธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนที่ทั้งสวยราวกับสาวเมืองกรุงทำให้เธอต้องรีบ
“รถคุณเมฆนี่เธอมาขับได้ยังไง”
“ทำไมฉันถึงขับไม่ได้ เธอเป็นเจ้าของรถเหรอ?” คีตะวันมองหน้าหญิงสาวคนมาใหม่คงจะหวงตรีเมฆงานนี้เธอขอแกล้งตรีเมฆหน่อยเถอะ
“แต่นี้เป็นรถของคุณเมฆเธอขโมยมาใช่ไหม” รสิรินไม่ยอมแพ้เธอยังไม่มีโอกาสได้นั่งรถของเขาเลยหญิงสาวคนนี้เป็นใคร
“เธอก็สวยดีนะ...น่าจะมีสมองมากกว่านี้” รถหรูคันนี้ใครจะขโมยมาได้ระบบป้องกันต้องดี หญิงสาวคนนี้ก็ถามแปลกจนคีตะวันไม่อยากคุยด้วยเพราะอากาศร้อน
“แก! รู้ไหมฉันเป็นลูกใคร” รสิรินเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่เมื่อถูกหญิงสาวยอกย้อน
“เธอไม่รู้ว่าเป็นลูกใครแล้วฉันจะรู้เหรอ อีกอย่างฉันไม่อยากรู้ด้วยหลีกไปก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่า” คีตะวันไม่สนว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องจะใหญ่โตแค่ไหน
“เอากุญแจรถมานะ”
“เธอเป็นบ้าหรือไงบ้าผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตาหากเขาไม่ให้รถมาขับแล้วฉันจะได้กุญแจมามั้ย อ้อมขึ้นรถ!” ตรีเมฆยอมให้เธอใช้รถคันนี้ทีแรกหญิงสาวก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองแถมเขายังไม่ปลุกเธอไปเก็บผลไม้ด้วย
ปรึ้น
“ไปที่ไร่คุณเมฆ” รสิรินไม่ยอมจบต้องไปเห็นกับตาว่าตรีเมฆแอบซ่อนใครไว้ เกือบสี่สิบนาทีรสิรินก็มาถึงและเห็นรถหรูจอดที่ลานจอดรถ
รสิรินเดินเข้ามาในบ้านได้ยินเสียงคนหัวเราะหรือว่าหญิงสาวคนนั้นจะอยู่บ้านหลังเดียวกับชายหนุ่ม
“อ้าว คุณรินมาหาคุณเมฆเหรอคะ”
คีตะวันมองไปที่รสิรินหญิงสาวคนนี้ใจกล้ามากที่มาหาชายหนุ่มถึงบ้านใครได้แต่งงานด้วยมีหวังติดคุก
“คุณตรีเมฆอยู่ไหมจ๊ะป้าอิ่ม” รสิรินมองไปที่หญิงสาวอีกคนที่นั่งกินขนมอยู่บนโชฟาไม่สนการมาของเธอ
“คุณเมฆอยู่ในไร่ค่ะเดี๋ยวก็คงกลับคุณรินมานั่งก่อนสิคะ นั่งข้างคุณหนูเลยค่ะ”
“คุณหนู?” รสิรินไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองแต่คนตรงหน้านั้นสวยซึ่งมองก็รู้ว่าคงไม่ได้ผ่านมีดหมอช่างเป็นใบหน้าที่ลงตัวที่สุด
“ป้านิ่มขา ซันนี่ไปหาอ้อมดีกว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็ได้เวลากินข้าวแล้ว” คีตะวันไม่อยากจะคุยกับหญิงสาวตรงหน้าจึงเดินไปหลังบ้าน
“นั่นคุณเมฆค่ะ”
“คุณรินมามีธุระอะไรครับ” ตรีเมฆแปลกใจเพราะไม่มีนัดอะไรกับหญิงสาวตรงหน้า
“ไม่มีธุระรินมาหาไม่ได้เหรอคะ”
“ป้าเตรียมตั้งโต๊ะอาหารเลยนะครับเผื่อซันนี่จะหัว คุณจะอยู่กินข้าวไหม” ตรีเมฆถามด้วยความเป็นเจ้าบ้านชวนหญิงสาวอยู่ทานข้าวด้วยกัน
“รับทราบค่ะ”
“ซันนี่เป็นใครเหรอคะ..พอดีวันนี้รินเห็นเธอขับรถของคุณไปทั่วตลาด” รสิรินเริ่มใจคอไม่ดีและมั่นใจว่าหญิงสาวคนนั้นต้องอยู่บ้านหลังเดียวกันกับตรีเมฆ
“คนของผมเอง ไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า” ชายหนุ่มไม่อยากเล่าอะไรให้หญิงสาวรู้มาก
ทั้งสองจึงมานั่งรอที่โต๊ะอาหารรอไม่นานป้านิ่มก็เตรียมเสร็จและให้คนไปตามคีตะวันมาทานข้าว ป้านิ่มเอ็นดูคีตะวันราวกับเป็นลูกหลานของตัวเอง
“คนอะไรให้เจ้าของบ้านรอ”
“ซันนี่เขาก็เป็นแบบนี้แหละครับ” ตรีเมฆไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังปกป้องหญิงสาวตั้งแต่วันนั้นที่โดนหญิงสาวโกรธให้เขาจึงไม่บังคับคีตะวันอีกเลย
“มาแล้วค่ะ อุ้ยคุณพี่หลบสิคะนั้นที่นั่งของฉัน” คีตะวันจ้องไปที่รสิรินและปรายตามองเพื่อให้หญิงสาวลุก ส่วนตรีเมฆนั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร
“ฉันมานั่งก่อน”
“นายลุกสิฉันจะนั่งหัวโต๊ะ”
“เธอทีสิทธิ์อะไรมาสั่งคุณเมฆ...” แต่ชายหนุ่มยอมลุกให้คีตะวันมานั่งแทนที่เขาส่วนเขาก็ไปนั่งฝั่งซ้ายของหญิงสาวแทนจนรสิรินไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“ป้านิ่มตักข้าวเลยค่ะ ตักน้อยๆ พอนะคะเดี๋ยวอ้วน” คีตะวันพูดอย่างอารมณ์ดีและตักข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจคนทั้งสองคนที่นั่งคุยกันอยู่
“คุณซันนี่มีคนรักหรือยังคะ”
“แล้วคุณรินชอบใครเหรอคะ” คีตะวันรู้ว่าหญิงสาวจะสื่อลูกไม้ตื้นๆ เธอเคยเจอมาแล้วตอนเล่นละคร
“ก็...” รสิรินมองไปที่ตรีเมฆที่นั่งอยู่โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธอสายตาของเขาจับจ้องแต่เพียงคีตะวัน
“ซันนี่มีคนรักแล้วค่ะ ใช่ไหมคะพี่เมฆขา”
เคล้ง
ตรีเมฆทำช้อนร่วงจากมือเมื่อคีตะวันส่งยิ้มมาให้รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับช่างสวยและสะกดสายตาของเขาไม่ให้หันไปมองใครตอนนี้หัวใจสั่นขึ้นมา
“คะ ครับ”
“เขาคนนั้นคงโชคดีมากเลยนะคะ” แต่ประโยคถัดมารสิรินต้องหุบยิ้มเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่คีตะวันพูด
“ก็พี่เมฆไงคะ”
“ว่ายังไงนะ! / อะไรนะ!”
คีตะวันยิ้มอย่างพอใจเมื่อแกล้งคนทั้งสองได้สำเร็จอีกคนก็โกรธจนกำหมัดแน่นส่วนอีกคนก็เหมือนวิญญาณลอยออกจากร่างไปแล้ว
“ไม่จริงใช่ไหมคะคุณเมฆ”
“เอ่อ...ชะ ใช่ครับ” ตรีเมฆไม่อยากให้คีตะวันขายหน้าจึงตอบรับออกไปจนรสิรินไม่พอใจ
“ซันนี่ล้อเล่นค่ะ ฉันไม่ชอบแย่งของคนอื่นค่ะ” คีตะวันยกน้ำขึ้นดื่มและขอตัวเพราะอิ่มแล้ว ส่วนตรีเมฆมัวแต่อึ้งกับคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า
“คุณซันนี่ ทำเอารินตกใจหมดเลย”
“ผมอิ่มแล้วขอตัวก่อนนะครับขอโทษด้วยที่เสียมารยาท” ตรีเมฆลุกออกไปทิ้งให้รสิรินนั่งอยู่คนเดียว ชายหนุ่มเดินขึ้นมาหยุดที่หน้าของคีตะวันหญิงสาวกล้าล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาได้ยังไง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อุ้ย มีอะไรไม่ทราบ”
“ที่พูดหมายความว่ายังไง”
“พูด? นายคงไม่คิดว่าฉันจะชอบนายหรอกนะ ฉันไปชอบพี่กรยังดีกว่า”
“คีตะวัน!” หญิงสาวกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาตอนนี้หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงเต้นรัวเหมือนวัยรุ่นกำลังหัดมีรักเสียอย่างนั้นเพราะความเสียหน้าจึงทำให้สิ่งที่ไม่คาดคิด
“อื้ออออ” ตรีเมฆคว้าท้ายทอยของหญิงสาวเข้ามาหาตัวเองปากบางถูกริมฝีปากของชายหนุ่มครอบครองอย่างหิวกระหายลิ้นหนาแทรกเข้ามากว่ดต้อนน้ำหวานอย่างตะกละตะกลาม เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเมื่อหายใจไม่สะดวกจึงทุบหน้าอกของชายหนุ่ม
“แฮ่กๆๆๆ นะ นายทำบ้าอะไร” คีตะวันตกใจที่ชายหนุ่มมาจูบเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
“ให้เธอรู้ไว้ว่าฉันไม่ใช่ของเล่นของเธอ”
ตรีเมฆเดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ชายหนุ่มไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครและตอนนี้เขาก็รู้หัวใจตัวเองดีว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“เด็กบ้ากล้าแกล้งเราได้ไง” ตรีเมฆเดินกะฟัดกระเฟียดเข้ามาที่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง พอคิดไปคิดมาคีตะวันก็แค่อยากเอาชนะรสิรินก็แค่นั้น