บทที่ 5 มวยถูกคู่

1622 คำ
สองสัปดาห์แล้วที่คีตะวันต้องอาศัยอยู่ที่ไร่ของตรีเมฆในแต่ละวันหญิงสาวต้องสู้รบกับชายหนุ่มวันนี้คีตะวันจึงออกมาเดินตลาดเย็นพร้อมกับอ้อมที่ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น “เอ๊ะ นั้นคุณรสิริน” “รสิริน?” คีตะวันจึงมองตามที่อ้อมบอกไม่รู้ว่าหญิงสาวเป็นใครและเธอก็ไม่อยากจะรู้จักด้วย “เขาว่ากันว่าคุณรสิรินมาชอบคุณเมฆค่ะ เป็นลูก ส.ส. ในเขตนี้ เลยถือดีบอกทุกคนว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่” คีตะวันมองไปที่หญิงสาวรูปร่างหน้าก็จัดว่าสวยแต่คิดไปเองว่าคบหาดูใจกันกับผู้ชายก็ไม่หน้าใช่ บางที่ตรีเมฆอาจจะคบหาดูใจกันอยู่จริงๆ ก็ได้ “คุณรินนั้นรถคุณเมฆหรือเปล่าคะ” มินตราชี้ให้เจ้านายสาวดูเพราะรถสปอร์ตคันหรูของตรีเมฆแถวนี้มีคันเดียวและชื่อที่ติดอยู่ข้างประตูรถ “ทำไมไม่เห็นคุณเมฆเลย” รสิรินลูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตนี้ เธอแอบชอบตรีเมฆมานานและไปไหนด้วยกันบ่อยจนทุกคนแถวนี้คิดว่าทั้งสองกำลังคบหาดูใจกัน “มีผู้หญิงสาวเหมือนกำลังจะขับไปเลยค่ะ” รสิรินไม่รอช้ารีบสาวเท้าไปที่รถหรูที่จอดอยู่ข้างตลาดโดยมีหญิงสาวสองเดินกำลังเก็บของขึ้นรถอีกคนหนึ่งเธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนที่ทั้งสวยราวกับสาวเมืองกรุงทำให้เธอต้องรีบ “รถคุณเมฆนี่เธอมาขับได้ยังไง” “ทำไมฉันถึงขับไม่ได้ เธอเป็นเจ้าของรถเหรอ?” คีตะวันมองหน้าหญิงสาวคนมาใหม่คงจะหวงตรีเมฆงานนี้เธอขอแกล้งตรีเมฆหน่อยเถอะ “แต่นี้เป็นรถของคุณเมฆเธอขโมยมาใช่ไหม” รสิรินไม่ยอมแพ้เธอยังไม่มีโอกาสได้นั่งรถของเขาเลยหญิงสาวคนนี้เป็นใคร “เธอก็สวยดีนะ...น่าจะมีสมองมากกว่านี้” รถหรูคันนี้ใครจะขโมยมาได้ระบบป้องกันต้องดี หญิงสาวคนนี้ก็ถามแปลกจนคีตะวันไม่อยากคุยด้วยเพราะอากาศร้อน “แก! รู้ไหมฉันเป็นลูกใคร” รสิรินเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่เมื่อถูกหญิงสาวยอกย้อน “เธอไม่รู้ว่าเป็นลูกใครแล้วฉันจะรู้เหรอ อีกอย่างฉันไม่อยากรู้ด้วยหลีกไปก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่า” คีตะวันไม่สนว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องจะใหญ่โตแค่ไหน “เอากุญแจรถมานะ” “เธอเป็นบ้าหรือไงบ้าผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตาหากเขาไม่ให้รถมาขับแล้วฉันจะได้กุญแจมามั้ย อ้อมขึ้นรถ!” ตรีเมฆยอมให้เธอใช้รถคันนี้ทีแรกหญิงสาวก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองแถมเขายังไม่ปลุกเธอไปเก็บผลไม้ด้วย ปรึ้น “ไปที่ไร่คุณเมฆ” รสิรินไม่ยอมจบต้องไปเห็นกับตาว่าตรีเมฆแอบซ่อนใครไว้ เกือบสี่สิบนาทีรสิรินก็มาถึงและเห็นรถหรูจอดที่ลานจอดรถ รสิรินเดินเข้ามาในบ้านได้ยินเสียงคนหัวเราะหรือว่าหญิงสาวคนนั้นจะอยู่บ้านหลังเดียวกับชายหนุ่ม “อ้าว คุณรินมาหาคุณเมฆเหรอคะ” คีตะวันมองไปที่รสิรินหญิงสาวคนนี้ใจกล้ามากที่มาหาชายหนุ่มถึงบ้านใครได้แต่งงานด้วยมีหวังติดคุก “คุณตรีเมฆอยู่ไหมจ๊ะป้าอิ่ม” รสิรินมองไปที่หญิงสาวอีกคนที่นั่งกินขนมอยู่บนโชฟาไม่สนการมาของเธอ “คุณเมฆอยู่ในไร่ค่ะเดี๋ยวก็คงกลับคุณรินมานั่งก่อนสิคะ นั่งข้างคุณหนูเลยค่ะ” “คุณหนู?” รสิรินไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองแต่คนตรงหน้านั้นสวยซึ่งมองก็รู้ว่าคงไม่ได้ผ่านมีดหมอช่างเป็นใบหน้าที่ลงตัวที่สุด “ป้านิ่มขา ซันนี่ไปหาอ้อมดีกว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็ได้เวลากินข้าวแล้ว” คีตะวันไม่อยากจะคุยกับหญิงสาวตรงหน้าจึงเดินไปหลังบ้าน “นั่นคุณเมฆค่ะ” “คุณรินมามีธุระอะไรครับ” ตรีเมฆแปลกใจเพราะไม่มีนัดอะไรกับหญิงสาวตรงหน้า “ไม่มีธุระรินมาหาไม่ได้เหรอคะ” “ป้าเตรียมตั้งโต๊ะอาหารเลยนะครับเผื่อซันนี่จะหัว คุณจะอยู่กินข้าวไหม” ตรีเมฆถามด้วยความเป็นเจ้าบ้านชวนหญิงสาวอยู่ทานข้าวด้วยกัน “รับทราบค่ะ” “ซันนี่เป็นใครเหรอคะ..พอดีวันนี้รินเห็นเธอขับรถของคุณไปทั่วตลาด” รสิรินเริ่มใจคอไม่ดีและมั่นใจว่าหญิงสาวคนนั้นต้องอยู่บ้านหลังเดียวกันกับตรีเมฆ “คนของผมเอง ไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า” ชายหนุ่มไม่อยากเล่าอะไรให้หญิงสาวรู้มาก ทั้งสองจึงมานั่งรอที่โต๊ะอาหารรอไม่นานป้านิ่มก็เตรียมเสร็จและให้คนไปตามคีตะวันมาทานข้าว ป้านิ่มเอ็นดูคีตะวันราวกับเป็นลูกหลานของตัวเอง “คนอะไรให้เจ้าของบ้านรอ” “ซันนี่เขาก็เป็นแบบนี้แหละครับ” ตรีเมฆไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังปกป้องหญิงสาวตั้งแต่วันนั้นที่โดนหญิงสาวโกรธให้เขาจึงไม่บังคับคีตะวันอีกเลย “มาแล้วค่ะ อุ้ยคุณพี่หลบสิคะนั้นที่นั่งของฉัน” คีตะวันจ้องไปที่รสิรินและปรายตามองเพื่อให้หญิงสาวลุก ส่วนตรีเมฆนั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร “ฉันมานั่งก่อน” “นายลุกสิฉันจะนั่งหัวโต๊ะ” “เธอทีสิทธิ์อะไรมาสั่งคุณเมฆ...” แต่ชายหนุ่มยอมลุกให้คีตะวันมานั่งแทนที่เขาส่วนเขาก็ไปนั่งฝั่งซ้ายของหญิงสาวแทนจนรสิรินไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “ป้านิ่มตักข้าวเลยค่ะ ตักน้อยๆ พอนะคะเดี๋ยวอ้วน” คีตะวันพูดอย่างอารมณ์ดีและตักข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจคนทั้งสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ “คุณซันนี่มีคนรักหรือยังคะ” “แล้วคุณรินชอบใครเหรอคะ” คีตะวันรู้ว่าหญิงสาวจะสื่อลูกไม้ตื้นๆ เธอเคยเจอมาแล้วตอนเล่นละคร “ก็...” รสิรินมองไปที่ตรีเมฆที่นั่งอยู่โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธอสายตาของเขาจับจ้องแต่เพียงคีตะวัน “ซันนี่มีคนรักแล้วค่ะ ใช่ไหมคะพี่เมฆขา” เคล้ง ตรีเมฆทำช้อนร่วงจากมือเมื่อคีตะวันส่งยิ้มมาให้รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับช่างสวยและสะกดสายตาของเขาไม่ให้หันไปมองใครตอนนี้หัวใจสั่นขึ้นมา “คะ ครับ” “เขาคนนั้นคงโชคดีมากเลยนะคะ” แต่ประโยคถัดมารสิรินต้องหุบยิ้มเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่คีตะวันพูด “ก็พี่เมฆไงคะ” “ว่ายังไงนะ! / อะไรนะ!” คีตะวันยิ้มอย่างพอใจเมื่อแกล้งคนทั้งสองได้สำเร็จอีกคนก็โกรธจนกำหมัดแน่นส่วนอีกคนก็เหมือนวิญญาณลอยออกจากร่างไปแล้ว “ไม่จริงใช่ไหมคะคุณเมฆ” “เอ่อ...ชะ ใช่ครับ” ตรีเมฆไม่อยากให้คีตะวันขายหน้าจึงตอบรับออกไปจนรสิรินไม่พอใจ “ซันนี่ล้อเล่นค่ะ ฉันไม่ชอบแย่งของคนอื่นค่ะ” คีตะวันยกน้ำขึ้นดื่มและขอตัวเพราะอิ่มแล้ว ส่วนตรีเมฆมัวแต่อึ้งกับคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า “คุณซันนี่ ทำเอารินตกใจหมดเลย” “ผมอิ่มแล้วขอตัวก่อนนะครับขอโทษด้วยที่เสียมารยาท” ตรีเมฆลุกออกไปทิ้งให้รสิรินนั่งอยู่คนเดียว ชายหนุ่มเดินขึ้นมาหยุดที่หน้าของคีตะวันหญิงสาวกล้าล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาได้ยังไง ก๊อก ก๊อก ก๊อก “อุ้ย มีอะไรไม่ทราบ” “ที่พูดหมายความว่ายังไง” “พูด? นายคงไม่คิดว่าฉันจะชอบนายหรอกนะ ฉันไปชอบพี่กรยังดีกว่า” “คีตะวัน!” หญิงสาวกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาตอนนี้หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงเต้นรัวเหมือนวัยรุ่นกำลังหัดมีรักเสียอย่างนั้นเพราะความเสียหน้าจึงทำให้สิ่งที่ไม่คาดคิด “อื้ออออ” ตรีเมฆคว้าท้ายทอยของหญิงสาวเข้ามาหาตัวเองปากบางถูกริมฝีปากของชายหนุ่มครอบครองอย่างหิวกระหายลิ้นหนาแทรกเข้ามากว่ดต้อนน้ำหวานอย่างตะกละตะกลาม เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเมื่อหายใจไม่สะดวกจึงทุบหน้าอกของชายหนุ่ม “แฮ่กๆๆๆ นะ นายทำบ้าอะไร” คีตะวันตกใจที่ชายหนุ่มมาจูบเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว “ให้เธอรู้ไว้ว่าฉันไม่ใช่ของเล่นของเธอ” ตรีเมฆเดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ชายหนุ่มไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครและตอนนี้เขาก็รู้หัวใจตัวเองดีว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “เด็กบ้ากล้าแกล้งเราได้ไง” ตรีเมฆเดินกะฟัดกระเฟียดเข้ามาที่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง พอคิดไปคิดมาคีตะวันก็แค่อยากเอาชนะรสิรินก็แค่นั้น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม