ตอนที่ 10 ระบำ NC25+

1800 คำ
“ซินเซียงแท้งลูกแล้วเพคะ และซีเหนียงตายแล้วด้วยเช่นกันเพคะ” หลิวจินนางสนองพระโอษฐ์ของหวางโฮ่วทูลบอกพระนาง “ข่าวดีของข้าจริงๆ ซีเหนียงไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ” หวางโฮ่วตรัสด้วยพระสุรเสียงดีพระทัย “แล้วซีเหนียงได้พูดอะไรบ้างก่อนตาย” หวางโฮ่วตรัสถามอีกครั้ง “นางบอกว่าตกเองเป็นคนทำ แล้วกลืนยาพิษตายเพคะ” “ดี ข้าอยากให้นางซินเซียงทรมานอย่างช้าๆ ที่มาแย่งฟูจวินที่ข้ารัก” หวางโฮ่วตรัสด้วยพระสุรเสียงจริงจัง และแย้มพระสรวลที่มุมพระโอษฐ์ หนึ่งเดือนต่อมา ซินกุ้ยเฟยและต้าหวางยังคงทรงเศร้าพระทัยเกี่ยวกับเรื่องการแท้งพระครรภ์ พระนางเสวยไม่ได้เป็นเวลาสามวัน จนพระประชวร จนต้าหวางต้องปลอบประโลมและโน้มน้าวพระทัยจนพระนางเสวยได้สำเร็จ แต่ทว่าเสวยเพียงน้อยนิดก็หยุดเสวย พระองค์ทำทุกวิถีทางให้พระนางมีความสุขยิ่งขึ้น โดยออกประพาสล่าสัตว์ ออกไปอยู่พระตำหนักนอกเมืองหลวงบ้าง แต่ก็คลายความเศร้าลงมาเพียงเล็กน้อย พอกลับมาอยู่ที่พระตำหนักก็เป็นเช่นเดิม จึงให้ซ่งเมิ่งอยู่ใกล้ชิดพระนางยิ่งขึ้น และห้ามคลาดสายตา เพราะทรงกลัวว่าซินกุ้ยเฟยจะทำร้ายพระองค์เอง “ซินเซียงกินอะไรหน่อยนะ ซ่งเมิ่งบอกข้าว่าเจ้ากินข้าวไปเพียงแค่สามคำ” ต้าหวางตรัสอ่อนโยน ขณะที่พระองค์พระองค์เกาะปลานัยคุกกับข้าว แล้วเสด็จมาประทับนั่งข้างพระแท่นบรรทม เอาจานข้าววางไว้โต๊ะข้างพระแท่น ซินกุ้ยเฟยประทับนั่งชันพระชานุทอดพระเนตรมองกุ้ยฮวาในแจกันลายมังกรที่นางกำนัลตัดมาไว้ในห้องบรรทมทุกวัน (พระชานุ แปลว่า เข่า) “หม่อมฉันยังไม่หิวเพคะ” พระนางตรัสอย่างเหม่อลอย แต่ต้าหวางประทับนั่งข้างพระนาง “กินสักหน่อยนะ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ ข้าไม่อยากให้เจ้ามานั่งทรมานแบบนี้ ข้าก็ไม่ต่างกับเจ้าหรอกซินเซียง แต่เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ ข้าไม่อยากเห็นเจ้าเป็นทุกข์เช่นนี้ ข้าทรมานใจ” ต้าหวางตรัสเช่นนี้ ด้วยทรงเศร้าพระทัยไม่ต่างจากพระนาง “ซินเซียงกินสักหน่อยนะ” ต้าหวางตรัสอ่อนโยน แล้วตักข้าวและปลาเอาเข้าพรโอษฐ์บาง พระองค์ค่อยๆ ทรงป้อนพระนางจนหมดชาม แล้วเอาน้ำแกงโสมให้พระนางเสวย “ขอบพระทัยเพคะ” พระนางตรัสแผ่วเบา ต้าหวางพระเนตรบริเวณพระเนตรทั้งสองข้าที่บวมจากการทรงกันแสง พระองค์ใช้พระหัตถ์เกลี่ยพระอัสสุชลออกจากพระปรางค์ “ซินเซียงทำงานให้ข้าอย่างหนึ่งได้ไหม” ต้าหวางตรัสอ่อนโยนยิ่งนัก “มีอะไรให้หม่อมฉันทำหรือเพคะ” พระนางตรัสถาม “อีกสองเดือนข้างหน้ามีงานสถาปนาราชวงศ์เกา ข้าอยากให้เจ้าคิดท่าระบำ สักเพลงหนึ่งจะได้ไหม เพลงอะไรก็ได้ตามแต่เจ้าถนัด” ต้าหวางตรัสถาม “เพื่อพระองค์หม่อมฉันทำได้เพคะ” พระนางตรัสเช่นนี้ และแย้มพระสรวลออกมาในรอบหนึ่งเดือน ทำให้พระองค์แย้มพระสรวลด้วยเช่นกัน “ขอบใจเจ้ามาก” ต้าหวางตรัสเช่นนี้ แล้วนำพระหัตถ์มาลูบพระเศียรของพระนางแผ่วเบา ซ่งเมิ่งก้าวเดินเข้ามาในตำหนัก มองมายังซินกุ้ยเฟยที่ประทับนั่งอยู่หน้าคันฉ่องขณะที่นางกำนัลกำลังใช้ควันจากเครื่องหอมซึมซับเข้าไปในพระเกศา นางกำนัลอีกคนนวดน้ำมันบนพระเกศาด้วยเช่นกัน แล้วโบกพระหัตถ์ไล่นางกำนัลและข้าหลวงออกไป ไม่นานนักพวกเขาถอยออกไป พระนางหันมาทอดพระเนตรซ่งเมิ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของพระนาง “ซ่งเมิ่งข้าอยากจะให้เจ้าทำอะไรให้ข้าอย่างหนึ่งได้ไหม” กุ้ยเฟยตรัสเรียบเฉยและจริงจัง “สนมกุ้ยเฟยโปรดสั่งมาได้เลยพระเจ้าค่ะ” เขาทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าอยากให้เจ้าไปสืบไท่หวังกง ข้าคิดว่าหวางโฮ่วอาจมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้” กุ้ยเฟยตรัสจริงจัง พระนางรู้อุปนิสัยของหวางโฮ่วดี ว่าพระนางริษยาทุกคนที่อยู่ใกล้ต้าหวาง และฟูเหรินในพระตำหนักที่ตั้งพระครรภ์กับต้าหวาง ไม่แท้งก็มีอันเป็นไปด้วยกันทั้งสิ้น “กระหม่อมจะสืบมาให้เร็วที่สุด” เขาทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง สนธยามาเยือนจนจันทราพ้นเสียแล้ว ซินกุ้ยเฟยกับนางกำนัลสี่คนกำลังซ้อมระบำกันไปตามดนตรี พระนางให้นักดนตรีหลวงมาบรรเลงดนตรี พระนางอยู่ตรงกลางภายใต้หน้ากากทองคำลายนกกระเรียน ส่วนเหล่านางกำนัลภายใต้หน้ากากเงินลายนกกระเรียนเช่นกัน ซ่งเมิ่งยืนดูพระนางที่ร่ายรำได้อย่างงดงามยิ่งนัก สมแล้วเป็นหลานของขุนนางอันดับหนึ่ง ต้าหวางเสด็จมาจากท้องพระโรง ได้สดับเสียงดนตรีดังออกมาจากห้องบรรทม ต้าหวางทอดพระเนตรเห็นซินกุ้ยเฟยพร้อมด้วยนางรำราชสำนัก พระองค์มีพระราชดำริว่าพระนางช่างงดงามราวกับเป็นนางสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอย่างยิ่ง อีกทั้งพระนางยังสมฉลองพระองค์สีกลีบบัวแรกแย้มลายดอกท้อทำให้พระองค์ทรงหลงใหลเป็นยิ่งนัก ต้าหวางทอดพระเนตรเห็นว่าพระนางจะเสียหลัก พระองค์เสด็จเข้ามาประคองพระนางทันที กุ้ยเฟยหมุนองค์ออกจากอ้อมกอดของพระองค์ แต่พระหัตถ์ยังคงจับพระองค์ไว้อยู่ พระนางสะบัดพระหัตถ์ของต้าหวาง พระนางร่ายรำหมุนสองรอบ แล้วเข้ามาในพระอุระ พระหัตถ์เรียวข้างหนึ่งคล้องที่บั้นพระองค์หนาเอาไว้ ต้าหวางยึดลำพระนางไว้ ใช้หลังพระหัตถ์ลูบไล้พระพักตร์งาม พระนางหันพระพักตร์หนี ออกจากอ้อมพระกร เมื่อดนตรีจบลงนักดนตรีและเหล่าข้าหลวงในตำหนักต่างก็ทยอยออกไปหมดสิ้น มีเพียงต้าหวางและซินกุ้ยเฟยเพียงเท่านั้น “มานานแล้วหรือเพคะ” พระนางตรัสถามและแย้มพระสรวล “เดินมาดูเจ้าร่ายรำไปสองสามรอบแล้ว ตั้งชื่อได้ยังว่าระบำชื่ออะไร” ต้าหวางตรัสถามอย่างอ่อนโยน “ระบำฝูเหอเทียนเพคะ” “เป็นชื่อที่ไพเราะมาก ซินเซียงข้ายังไม่อาบน้ำเลย อาบน้ำกับข้านะ” “เพคะ” ต้าหวางและซินกุ้ยเฟยเสด็จมาที่สระน้ำขนาดใหญ่ ภายในสระน้ำแห่งนี้ นางกำนัลได้โปรยกลีบกุหลาบสีแดง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากเครื่องหอมหลายชนิดทำให้หอมยิ่งนัก ต้าหวางทรงถอดฉลองพระองค์และเครื่องพระเกศาออกจนหมดสิ้น พระนางหันพระพักตร์มาหาต้าหวางทำเช่นเดียวกับต้าหวาง เมื่อต้าหวางไร้ซึ่งพระภูษาอาภรณ์แล้ว ต้าหวางจับพระหัตถ์เรียวก้าวลงสระสรงพร้อมกัน พระนางประทับยืนเชิญกับต้าหวาง พระนางสวมกอดพระองค์ทันที พระหัตถ์หนาลูบไล้พระขนอนแผ่วเบา ประทับพระโอษฐ์ที่พระอังสาแผ่วเบา ขึ้นมาประทับพระโอษฐ์ที่ข้างพระปรางค์ด้วยเช่นกัน แล้วพระนางออกจากอ้อมพระกร มาประทับยืนด้านหลังต้าหวาง ใช้พระหัตถ์เรียวนวดคลึงพระอังสา (พระอังสา แปลว่า ไหล่) “ชอบไหมเพคะ” กุ้ยเฟยตรัสอ่อนโยน ต้าหวางหันกลับมาเชิญกับพระนาง และประกบพระโอษฐ์บาง พระนางตอบสนองพระองค์ พระชิวหาของทั้งสองพันดูดดื่มและหอมหวานยิ่งนัก อีกทั้งพระหัตถ์หนาคว้าพระศอเอาไว้ ให้จูบได้ถนัดยิ่งขึ้น จนกระทั่งพระนางถอนก่อน พระนางใช้พระหัตถ์ลูบไปที่พระอุระกว้างของพระองค์ ต้าหวางจูบลงที่พระศอ ไล่ลงมาที่พระอุระเปลือยเปล่า และขยำฐานพระถันทั้งสองข้าง และจูบที่พระโอษฐ์บางแผ่วเบา โอบกอดพระวรกายบางด้วยความรัก และแรงปรารถนาอันแรงกล้า “ซินเซียงไปที่เตียงกัน” ต้าหวางตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน พระองค์จับพระเพลาทั้งสองข้าง นำมาเกี่ยวบั้นพระองค์หนา พระหัตถ์เรียวคล้องพระศอของพระองค์ ในขณะเดียวกัน พระโอษฐ์ของทั้งสองนั้นจูบกันอย่างดูดดื่มอย่างยิ่ง ต้าหวางพาพระนางลงที่ตั่งบรรทมอย่างทะนุถนอม พระองค์ทอดพระเนตรพระพักตร์งามดุจพระจันทร์ฉายอย่างหลงใหลยิ่งนัก กลับทรงรู้สึกได้ว่ากุ้ยเฟยของพระองค์นั้นมีน้ำมีนวลยิ่งนัก พระหัตถ์หนาลูบไล้พระวรกายบางด้วยความเสน่หา พระนางแย้มพระสรวลราวกับยั่วยวนกัดพระโอษฐ์ล่างเล็กน้อย อีกทั้งยังใช้พระดัชนีแหวกใยไหม แล้วสอดเข้าไปสองพระดัชนี ต้าหวางทอดพระเนตรการกระทำของพระนางที่กำลังเย้าอารมณ์พระองค์ น้ำหวานนั้นไหลทะลักออกมาจำนวนมากพระนางเอาพระดัชนีออก ต้าหวางนำนิ้วของพระนางมาดูดดื่มชิมรสชาติที่มาจากแห่งกำเนิด ทอดพระเนตรต้าหวางที่สายพระเนตรเป็นประกาย “ซินเซียงช่างหวานเหลือเกิน” ต้าหวางไม่รอช้าที่จะนำพระชิวหาเข้าไปในพระโยนี ทำให้พระนางทรงสะดุ้ง เพราะตกพระทัยอย่างมาก และพระนางเองไม่ทันได้ตั้งพระองค์ “งือ...งื้อ...ต้าหวาง...อืม..อา...” พระนางทรงร้องครางด้วยความหวาดเสียว ใช้พระหัตถ์เรียวขยำที่ผ้าปูพระแท่นบรรทม ให้บรรเทาความซาบซ่านลง ต้าหวางนำพระชิวหาออกมาจากแหล่งกำเนิดน้ำหวาน แล้วจูบเบาๆ ที่โอษฐ์บาง สอดพระองค์เข้าไปทั้งหมด ทำให้พระนางทรงสะดุ้งด้วยความตกพระทัย “โอ...โอ...โอ้...โอ๊ะ...อา...” พระนางครางด้วยกระเส่าด้วยความหวาดเสียว ใช้พระนขาจิกที่พระขนอน (พระนขา แปลว่า เล็บ) “โอ้ว...ซินเซียง” ต้าหวางกระแทกอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วง “โอ...โอ...โอ้...โอ๊ะ...เทียน...เทียนหมิง...” “โอ...โอ...โอ้...อา...” ต้าหวางซบพระอุระของพระนางทันที และมาประทับพระโอษฐ์บางแผ่วเบาที่กำลังกระเส่าเหน็ดเหนื่อย แล้วลงมานอนตะแคงข้างหันพระพัตร์มาทอดพระเนตรพระนางและแย้มพระสรวล อีกทั้งใช้พระดัชนีวนเล่นอยู่ปลายยอดพระอุระ พระนางจับพระหัตถ์ของพระออกจากพระถันทันที “เทียนหมิงไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” พระนางตรัสแผ่วเบาด้วยความเขินอาย “ทั้งคืนก็ได้นะ” ต้าหวางตรัสพระอารมณ์ดี “พอแล้วเพคะ หม่อมฉันเหนื่อยแล้ว” พระนางตรัสแผ่วเบา ทรงหันตะแคงข้างไปอีกทางหนึ่ง และปิดพระเนตรลงทันที ต้าหวางกอดพระวรกายบางแนบชิด ประทับพระโอษฐ์ที่พระเกศาดกดำเบาๆ เจ้าคือความสุขของข้า ซินเซียง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม