CAP 3 | ถูกหลอก

1571 คำ
เหตุการณ์คืนนั้นผ่านไปครบหนึ่งสัปดาห์ แต่ภาพทุกอย่างยังคงอยู่ในหัวของคนตัวเล็ก เทียนหอมที่เมาหลับไปตื่นขึ้นมาช่วงตีสี่ของคืนเดียวกัน เพื่อนของเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้เจอปรัชญา เพลงตะวันจึงตีเนียนไปว่าเป็นคนพาเพื่อนนั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดมิเนียมกันลำพัง ผ่านไปห้าวันหลังจากนิยายเรื่องใหม่เพิ่งวางขาย กระแสไม่ดีและไม่แย่ แต่เจ้าของงานกลับคิดไม่ออกว่าต้องหยิบเรื่องไหนมาเขียนเป็นลำดับต่อไป ทั้งที่พล็อตและทรีตเมนต์มีอยู่ในมือแท้ๆ แต่เพลงตะวันรู้สึกว่าไม่อยากหยิบมันขึ้นมาเขียน เธออยากได้ความแปลกใหม่ อยากเขียนอะไรที่สองปีที่ผ่านมาไม่เคยเขียน ‘นพ. ปรัชญา รัตนกิจสกุล จิตแพทย์ทั่วไปในผู้ป่วยผู้ใหญ่ Good Mood Clinic’ นิ้วเรียวพลิกนามบัตรสีขาวในมือไปมาระหว่างที่นอนหงายอยู่บนเตียง แปดปีที่ตัดขาดกันจริงจัง กลั้นใจไม่ส่องแม้แต่ช่องทางโซเชียลของอีกฝ่าย เพลงตะวันตั้งใจทำงานและใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีอีกคนอยู่ในชีวิตมาก่อน เคยแม้กระทั่งคบหากับผู้ชายที่บริษัทเก่าเกือบปีสุดท้ายก็ตัดสินใจเลิกกันในที่สุด คนตัวเล็กหย่อนนามบัตรกลับเข้าไปในลิ้นชักข้างเตียงตามเดิมก่อนจะเลื่อนปิด ‘Rrrrr~!!’ เสียงเรียกเข้าดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอโชว์ชื่อที่บันทึกเอาไว้ ‘เทียนหอม’  “ว่าไงคะคนสวย” เธอกรอกเสียงสดใสรับสายเพื่อน ปกติเทียนหอมไม่ค่อยโทรมาเวลานี้เพราะเพื่อนเองก็ต้องทำงาน หรือว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ คิดได้ดังนั้นเพลงตะวันจึงดึงโทรศัพท์ออกมาดูปฏิทิน 23 ตุลาคม จริงตามที่คาดเอาไว้แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เธอลาออกจากงานประจำมานานแล้ว ชีวิตจึงไม่ต้องยึดติดกับวันหยุดประจำปี (แก ตอนเย็นออกมากินเหล้ากันไหม?) “อารมณ์ไหนเนี่ย” ร้อยวันพันปีเทียนหอมไม่เคยชวนออกไปข้างนอกตอนกลางคืน เพราะเพื่อนรู้ดีว่าเธอไม่ค่อยว่าง “ออกมาเถอะนะไม่ไกลเลย อยู่แถวคอนโดแกนั่นแหละ เดี๋ยวเราส่งโลฯให้” โทรศัพท์ในมือขึ้นแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชต อีกฝ่ายส่งโลเคชันมาให้พร้อมกับสติกเกอร์แมวยิ้มมีเลศนัย แอบได้ยินปลายสายหัวเราะเบาๆ ด้วย คนตัวเล็กหมุนโทรศัพท์ดูอยู่สักพักก็นึกออก มันคือบาร์เหล้าสไตล์ญี่ปุ่นขนาดสองคูหาที่อยู่ก่อนถึงมินิมาร์ต ซึ่งเพลงตะวันไปซื้อของที่นั่นเป็นประจำ “อ้อ! ร้านนี้เราเคยเดินผ่าน” (ดีเลย แต่งตัวสวยๆ นะ เจอกันสองทุ่ม) คู่สนทนาชิงตัดสายไปเสียดื้อๆ ไม่รอฟังว่าเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธ ประตูร้านแบบไม้ถูกเลื่อนเปิดอัตโนมัติ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสบายๆ บรรยากาศภายในร้านคล้ายกับร้านอิซากายะในญี่ปุ่นมีดนตรีเปิดคลอเบาๆ ใครความรู้สึกผ่อนคลาย บาร์เทนเดอร์และพ่อครัวสวมชุดยูกาตะยืนดูแลลูกค้าอยู่หลังเคาน์เตอร์ ลูกค้าของที่นี่ส่วนมากเป็นคนวัยทำงานและมีนักศึกษาประปราย เพลงตะวันเดินผ่านเคาน์เตอร์บาร์ไปยังโซนที่นั่ง ดวงตากลมสอดส่ายสายตาหาเพื่อนที่รูปร่างพอๆ กันก่อนจะเห็นว่าเทียนหอมกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บริเวณโต๊ะด้านในสุดของร้าน “เทียน” เธอเอ่ยทักเพื่อนเสียงใสก่อนจะหย่อนกายนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามพร้อมกับวางกระเป๋าสะพายข้างลำตัว “ตะวัน แกเขยิบเข้าไปข้างในหน่อย เดี๋ยวเพื่อนมาอีกสองคน” มือเรียวของเพื่อนโบกเข้าไปข้างในเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ เพลงตะวันจึงขยับตามที่เพื่อนบอกอย่างช่วยไม่ได้ “ชวนใครมา นึกว่าเราจะมากันแค่สองคนซะอีก” “เจ้ามือ ฮิๆ เดี๋ยวก็มาแล้ว เมื่อกี้ส่งข้อความมาบอกว่าติดคนไข้เดี๋ยวตามมา” เทียนหอมพูดจบก็ปิดปากยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่เพียงแค่นั้นเพลงตะวันก็สะดุดใจกับคำว่า ‘ติดคนไข้’ หมอเดียวที่เพิ่งเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเธอตอนนี้คือปรัชญา “เทียน” น้ำเสียงเข้มผิดปกติทำเอาคนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หุบปากฉับ “อีกคนคือปรัชญ์หรือเปล่า?” “อะ เอ่อ...ปะ ปรัชญ์ไหน” สายตาของเพื่อนแสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด คนตัวเล็กไม่รอช้าอีกต่อไป รีบหยัดกายลุกขึ้นพร้อมคว้ากระเป๋าจะเดินออกจากร้านโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเพื่อนสาวอีกคนแม้แต่น้อย ครืดดด... ประตูของร้านเปิดอัตโนมัติพร้อมกับการปรากฏตัวของคนตัวสูง ปรัชญาแต่งกายดูดีด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและเนกไทสีดำไร้ลวดลาย ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นสายตาเลนส์ใสจนดูหล่อเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว “จะยืนจ้องกันอีกนานไหม ฝนมันตกนะเว้ย!!” เสียงห้าวของใครอีกคนดังขัดจังหวะการสำรวจของเพลงตะวัน เพื่อนอีกคนที่เทียนหอมหมายถึงคือว่านนั่นเอง แต่เดี๋ยวนะ ฝนตก!? ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเบี่ยงหน้าออกไปมองบรรยากาศด้านนอก ตอนนี้ฝนกำลังตกห่าใหญ่แถมลมยังกรรโชกจนต้นไม้หน้าร้านสั่นไหว “ออกมารับเราเหรอตะวัน?” ปรัชญาไม่พูดเปล่า จับไหล่มนหมุนตัวกลับหลังหัน พร้อมกับออกแรงดันให้เธอเดินกลับไปนั่งที่ “เป็นห่วงกลัวเราเปียกฝนสินะ” ขี้ตู่! พูดเองเออเอง เธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด “ปรัชญ์อย่าจับไหล่!” คนตัวเล็กสะบัดไหล่บางให้หลุดจากการเกาะกุม ซึ่งเจ้าของชื่อก็ยอมลดมือลงจากไหล่อย่างว่าง่าย แต่เปลี่ยนไปโอบเอวเธอเดินแทน “ไอ้ปรัชญ์! มือมึง!!” เป็นว่านที่เดินตามหลังทั้งคู่ทักท้วงขึ้นมา แต่เจ้าของมือยังตีหน้าซื่อ หันไปคุยกับเพื่อนราวกับไม่ได้กำลังทำอะไรผิด “กูแค่จับไว้ กลัวตะวันเดินชนขอบโต๊ะ” เขาออกแรงดันเธอเดินต่อหลังตอบคำถามเพื่อน สุภาพบุรุษฉิบหาย!! เพลงตะวันอยากกางฝ่ามือข่วนหน้าคนเจ้าเล่ห์นัก ตอนนี้ไหล่เธอกับอกเขาเบียดกันจนแทบเดินไม่ได้ ทางเดินออกแบบให้เดินผ่านได้แบบวันเวย์ เมื่อปรัชญาเดินมาประกบแบบนี้ หญิงสาวยิ่งต้องเดินเบียดกับเขามากขึ้นเพื่อไม่ให้ชนโต๊ะคนอื่น “ปรัชญ์ อย่ามาจับ!” เธอกระซิบดุเขาอีกรอบเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมปล่อยมือ อีกนิดเดียวจะถึงโต๊ะ ไม่อยากเป็นขี้ปากเทียนหอมขึ้นมาอีกคน “ดุจัง อย่างกับน้องหมูเด้ง” เพลงตะวันถลึงตาดุอีกรอบ แต่ปรัชญาลอบมองเธอลอดแว่นและยกยิ้มตอบกลับแค่นั้น มันเป็นรอยยิ้มที่ยียวน กวนประสาทและน่าตีที่สุด กระทั่งถึงโต๊ะ ปรัชญาจึงดึงมือตนเองออกจากเอวบาง แต่ถึงอย่างนั้นมือหนายังดึงแขนเธอให้เดินเข้ามานั่งด้านในกับตนเองก่อนที่ว่านจะนั่งปิดท้าย กลายเป็นว่าด้านหลังของหญิงสาวและปรัชญาติดกับผนังร้าน หากจะออกต้องให้เทียนหอมหรือว่านลุกเปิดทางให้ ฆาตกรรมในห้องปิดตายชัดๆ “มาครบกันแล้วสั่งอาหารเลยได้ไหม หิวจนท้องร้องแล้ว” เทียนหอมแสร้งนิ่วหน้า พร้อมยกสมุดเมนูของร้านมากางออก “เอ็นไก่ทอด กุ้งชุบแป้งทอด หมูนึ่งมะนาว” ระหว่างที่เอ่ยชื่อเมนูอาหาร มือของเพื่อนก็จดรายการนั้นไปด้วย จากนั้นจึงถามความเห็นคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะ “เบียร์สดสองทาวเวอร์ ยำปลาดุกฟู ไก่ย่าง” ว่านเองสั่งรัวแบบไม่ยอมน้อยหน้า “ตะวันเอาอะไรเพิ่มไหม?” “ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็เยอะแล้ว...” “ข้าวผัดทะเลจานใหญ่” คนตัวสูงที่นั่งข้างกันสั่งแทรกเข้ามาจนทุกคนหันขวับ “โอ๊ย! ’จารย์ปรัชญ์ มึงจะแดกข้าวในร้านเหล้า?” “ก็กูยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง ตะวันก็ยังไม่ได้กิน” คนถูกพาดพิงรีบมองหน้า แต่สุดท้ายก็มองค้อนคนรู้ทันก่อนจะก้มหน้างุดไม่ปฏิเสธ “เห็นมะ” นั่นยิ่งทำให้ปรัชญาได้ใจ ยกมือขึ้นมาโคลงศีรษะแสดงความเอ็นดู “เกินไปแล้วนะมึง ถึงจะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่มึงจะจับหัวตะวันโยกเป็นหัวหมาแบบนี้ไม่ได้” ว่านพูดโดยระหว่างนั้นก็เอามือขึ้นมาดันแว่นตนเองขึ้นไปด้วย “คนเขาจะมองว่าพวกใส่แว่นมันบ้ากาม เสียสถาบันหมด” “ตะวันไม่เห็นว่าอะไรกูสักคำ” ลอยหน้าลอยตาพูดอีกแล้ว เธอทั้งดุทั้งด่าจะตาแทบถลน เคยสำนึกบ้างหรือเปล่าเหอะ “ทำหน้าแบบนี้ไม่ชอบที่เราลูบหัวเหรอ” จู่ๆ ปรัชญาก็เปลี่ยนจากหน้าหมากระดิกหางเป็นหมาซึมราวกับรู้สึกผิดอะไรนักหนา พรึ่บ! ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าแขนเธอขึ้นไปวางบนศีรษะของตนเอง ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ให้คนตัวเล็กลูบได้ถนัดขึ้น “งั้นเราให้ลูบหัวคืน^^” ✦——☀——✦
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม