ขณะจ้องตากันไผ่หลิวก็เอาแต่ภาวนาขอให้ชายหนุ่มจำเธอไม่ได้ และมันก็เป็นเช่นนั้น เมื่อเธอหลบตาแล้วมองกลับไปใหม่เขาก็ไม่ได้สนใจคนเฉิ่มเชยเช่นเธอต่อ แสดงว่าที่เห็นเขายกยิ้มให้ก็คงจะเป็นแค่มารยาทเท่านั้น ยังดีที่วันนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดงานคู่กับรุ่นพี่มากนัก เธอจึงโดนปล่อยตัวให้กลับบ้านในเวลาต่อมา ซึ่งไม่ดึกดื่นอย่างวันปกติที่มีงานพาร์ทไทม์ ทว่านั่นยิ่งทำให้หญิงสาวมีใบหน้าหม่นหมองลงไปถนัดตา ก่อนจะเลือกต่อสายหาคนสนิทที่บ้านหลังนั้นในตอนที่เดินเตร่ไม่มีทางไปอยู่ริมฟุตบาทใกล้มหาวิทยาลัย
[ว่าไงไผ่หลิว น้องรัก]
“พี่เตย...”
[เสียงแบบนี้อีกแล้ว หงอยมาเชียวนะ เป็นอะไรหรือเปล่า]
“หนูไม่ได้จะคิดอะไรไม่ดีนะคะ แต่หนูอึดอัดมากพี่ก็รู้”
[เพราะรู้นี่ไง วันนี้ถึงจะบอกว่าคุณหนูปอร์เช่เขาจะค้างที่บ้านใหญ่ ไม่พอนะ พี่เห็นเขาขนข้าวของบางส่วนขึ้นรถมาด้วย ไม่แน่ว่าพอเลิกกับแฟนแล้วอาจจะย้ายมาอยู่ที่บ้านถาวรเลย แบบนั้นเอ็งจะเอายังไงต่อ มันเลี่ยงกันไม่ได้เหมือนเดิมแล้วนะ ถึงจะอยู่คนละส่วนก็เถอะ]
นักศึกษาที่ยังไม่อยากกลับบ้านแทบจะไม่อยากเชื่อหู หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะไม่คิดอะไรมาก เพราะเขาแค่ใช้สายตามอง แต่หลังจากวันนั้นที่เกือบจะพลาดท่าให้คุณหนูของบ้านกับพวกเพื่อน ๆ ย่ำยีเล่น เธอก็ไม่กล้าเจอหน้าปอร์เช่อีก เนื่องจากความกลัวนั้นมีเพิ่มมากขึ้น นี่เล่นย้ายมาอยู่บ้านอย่างไรก็คงจะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ตลอดตามที่หนึ่งในคนงานของคฤหาสน์คุณหญิงบอก และแน่นอนว่ามันเป็นบ้านเขา เธอก็คงจะไม่มีสิทธิ์ไปคัดค้านอะไร
“หนูจะทำยังไงดีคะ”
[บอกป้าดาวเรืองไหม ไม่งั้นก็ขอแกออกไปอยู่ข้างนอก อย่างว่ายังงั้นยังงี้เลยนะไผ่หลิว ขนาดตอนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนคุณหนูปอร์เช่เขายังกล้าพาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่บ้านเลย มีครั้งหนึ่งตอนพวกคุณท่านไม่อยู่ เขาแทบจะเอากับผู้หญิงกลางห้องรับแขกให้พวกพี่ดูอยู่แล้ว ยังดีที่ผู้หญิงมียางอายบอกให้ขึ้นไปทำต่อบนห้อง เป็นเด็กที่น่ากลัวจริง ๆ นะ ถ้าเขาเล็งใครไว้ พี่ไม่เคยเห็นรอดสักราย เฮ้อ กลายเป็นว่าต้องมานินทาเจ้านายซะงั้น อีเตยเอ้ย แต่พี่สงสารเอ็งจริง ๆ กลัวต้องมาตกเป็นของเล่นลูกคนรวย]
ริมฝีปากสวยระบายยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนออกมา เธอเองก็ใช่ว่าจะยอมคนที่ไหน แต่กับบางเรื่องมันก็ใช่ว่าจะดันทุรังได้ ทั้งเรื่องที่เธอเผลอไปมีอะไรกับเขาคนนั้นก็คงจะนับรวมเป็นของเล่นคนมีเงินชั่วคราวเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นปอร์เช่ นั่นหมายถึงว่าผู้เป็นป้าจะเดือดร้อนไปด้วยหากพวกผู้ใหญ่รู้เข้า แถมรสนิยมก็ช่างน่าขนลุกจนเธอต้องวิ่งหนีสุดชีวิต
“คิดว่าอย่างนั้นค่ะ หนูคงต้องทำงานพิเศษหนักกว่าเดิม เพราะแค่จ่ายค่าเทอมเงินก็แทบจะไม่เหลือแล้ว จะไปรบกวนป้ากับพ่อแม่มากก็ไม่ได้ค่ะ”
[สู้ชีวิตจังนะเอ็ง อดทนเอาอีกไม่กี่ปีก็จบแล้ว เดี๋ยวพี่ต้องไปเก็บโต๊ะอาหารก่อน ถ้าวันนี้ไม่อยากจะกลับก็โทรไปบอกป้าเอ็งด้วย ระมัดระรังตัวเองนะ]
“ค่ะ ยังไงเดี๋ยวหนู—”
เฮือก!
เสียงบีบแตรดังลั่นทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างกายของหญิงสาวที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ล้มลงไปอยู่ที่พื้นแถวหน้ามหาวิทยาลัยซึ่งไฟตรงนั้นดันมาเสียพอดี คงจะเป็นสาเหตุทำให้รถจักรยานยนต์ของคู่กรณีนั้นมองไม่เห็นคนที่เดินเตร่อยู่
“ฉิบ เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“มะ...” ไผ่หลิวเม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นคนที่รีบลงมาจากรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ถอดหมวกกันน็อกออกมาเพื่อถามไถ่เธอ โลกช่างกลมนัก เพราะไม่ทันจะข้ามวันเลยเราก็หวนมาพบกันอีกแล้ว การก้มหน้าก้มตาแล้วส่วยหัวปฏิเสธแทนพูดออกไปจึงเป็นสิ่งที่หญิงสาวเลือกทำ
“มึงเลือดออกนี่ จะบอกว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไงวะ”
“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ”
ผืนป่าคิ้วขมวดมุ่น ถึงเขาจะเป็นคนห่าม ๆ พูดมึงกูกับทุกคนตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้ไร้ความรับผิดชอบถึงขั้นที่จะเกือบชนหญิงสาวแล้วหนี แบบนั้นคงจะเสียชื่อหมด ทว่าก็ไม่ได้มีอุปกรณ์ทำแผลสำหรับพกติดตัวมาด้วย ทั้งที่มันควรจะเป็นแบบนั้นเพราะเขาก็เป็นพวกต่อยตีกับชวนบ้านหน้าส้นตีนไปทั่วเสียด้วย
“เหรอ”
“อ๊ะ!” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความเจ็บ ยามถูกชายหนุ่มตรงหน้านั้นกระชากเรียวขาเพื่อที่จะดูบาดแผลบริเวณหัวเข่า ทั้งน้ำตายังคลอออกมาเสียดื้อ ๆ ในตอนที่ได้มองใบหน้าหล่อเหลาอย่างชัดเจนอีกครั้ง แม้วันนั้นอีกฝ่ายจะบอกปฏิเสธเธอในตอนแรก แต่เขากลับกระทำไผ่หลิวอย่างนิ่มนวล ซึ่งผิดกับคำพูดหยาบคายที่ออกมาจากปากให้เธอหวั่นใจเล่น
“เจ็บจนร้องไห้ยังจะมาทำเป็นเก่ง งั้นไปกับกูก่อน เดี๋ยวพาเข้าไปทำแผลที่ร้าน”
“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ นะคะ”
“มึงจะไปหรือมึงจะไป”
“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ” อีกฝ่ายตาขวางใส่เธอราวกับว่าหากไม่ยอมลุกไปด้วยคงจะโดนเขาตีหัวด้วยไม้หนัก ๆ จากที่กลัวว่าชายหนุ่มจะเกิดจำกันได้ขึ้นมา ตอนนี้ไผ่หลิวขอรักษาชีวิตตัวเองแทนก่อนก็แล้วกัน
“เออ ก็กูทำมึงเจ็บ จะมายึกยักหาอะไรวะ แล้วทำไมต้องขอบคุณ มันเป็นเรื่องที่กูควรจะรับผิดชอบ ว่าแต่นั่งมอไซค์เป็นปะ”
เธอไม่ได้ขอบคุณเขาเรื่องที่จะพาไปทำแผลเสียหน่อย แต่เป็นวันนั้นต่างหาก อย่างน้อยก็ช่วยทำให้คนพวกนั้นหาไผ่หลิวไม่เจอในตอนที่อยู่กับชายหนุ่มในห้อง คิดได้แบบนั้นแล้วน้ำตาไม่รักดีก็ไหลรินลงมาไม่หยุด ทั้งยังโล่งใจที่เขาคงจะจำเธอไม่ได้จริง ๆ เพราะในตอนที่เรามีอะไรกันเขาก็ดูรีบจนไม่ได้เปิดไฟในห้องให้สว่างเลย จะมีก็แต่แสงร่ำไรจากด้านนอกของสถานแข่งรถที่สอดส่องเข้ามา ตอนเช้าเธอก็ตื่นก่อนเขาแล้วออกไปเงียบ ๆ
“สูงจังเลยค่ะ”
“มึงเตี้ยเองปะ แต่มึงยิ่งเจ็บหัวเข่าอยู่ด้วย งั้นก็ช่วยไม่ได้ จับกระโปรงไว้แล้วกัน เดี๋ยวกูอุ้มขึ้นเอง”