ระบบแฝด 2 | พี่กับน้อง

1122 คำ
เสียงฝีเท้าหนักดังมาจากบันไดทางขึ้นชั้นสองของบ้านพักในเขตมินาโตะ ตอนนี้นายหญิงไข่หวานไม่อยู่บ้าน คนเดียวที่อยู่ชั้นสองในตอนนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวิคเตอร์ น้องชายฝาแฝดของเขา วินซ์วางแก้วกาแฟของตนเองลง เดินเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาใหม่พร้อมกับกาแฟหนึ่งแก้ว น้องชายฝาแฝดรับมาถือและยกดื่มก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะหน้าโซฟาทั้งที่ใบหน้ายังคงความเรียบเฉย “เมื่อคืนมึงฝันถึงแม่?” คนเป็นพี่ถามเรื่องที่รู้ๆ กันดีออกไป “เมื่อคืนนายหญิงส่งรูปของในคฤหาสน์โอนิซึกะมาเต็มไปหมด มึงตอบกลับหรือยัง” นอกจากวิคเตอร์จะไม่ตอบ ยังเปลี่ยนมาคุยเรื่องงานหน้าตาเฉย ซึ่งคนเป็นย่อมเข้าใจได้ทันทีว่าคนหน้าเหมือนกันอีกคนไม่อยากเอ่ยถึงมัน “ส่งแล้ว แต่นายหญิงไม่อ่าน ป่านนี้วิ่งเล่นสนุกลืมงานแล้วมั้ง” “อืม ให้ไปอยู่ที่นั่นก่อนก็ดี ช่วงนี้แก๊งฮอนโจอาจเพ่งเล็งเราเป็นพิเศษ” ก็นายหญิงเล่นสั่งให้ไปเผาสตูดิโอถ่ายหนังโป๊พวกมัน ป่านนี้ยากูซ่าแก๊งนั้นคงกำลังตามหาตัวคนทำให้ควั่ก “ไม่รู้นายหญิงคิดอะไรอยู่ ถึงวิ่งตามหัวหน้าแก๊งโอนิซึกะไปแบบนั้น” วิคเตอร์วกกลับมาคุยเรื่องเจ้านายสาวของตนเองอีกครั้ง “นายไม่อยู่ก็ดีแล้ว ไม่ใช่เหรอ?” คำพูดจากปากพี่ชายทำเอาคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวชะงัก เมื่อคืนคุยอะไรกันเอาไว้เพิ่งนึกออก หันไปตะโกนเรียกลูกน้องปลายแถวซึ่งปกติทำหน้าที่เฝ้าเวรยามด้านนอก “มาริโอ้!!” “ครับลูกพี่~!” เสียงห้าวขานรับมาแต่ไกล ตามด้วยใบหน้าเข้มดุดันตามแบบฉบับชายฉกรรจ์วัยสามสิบต้นๆ แม้จะอายุมากกว่าสองแฝด แต่การเรียกทั้งคู่ว่าลูกพี่เป็นเรื่องปกติของบอดีการ์ดวีกรุป เนื่องจากวินซ์กับวิคเตอร์ถูกนายใหญ่รับจากสถานสงเคราะห์ของครอบครัวที่ชลบุรีมาอยู่โรงฝึกบอดีการ์ดตั้งแต่เด็ก อายุงานของทั้งคู่จึงสูงกว่าบอดีการ์ดชั้นผู้น้อยกว่าครึ่ง “สองสามวันนี้พวกกูไม่อยู่บ้าน กูให้มึงเป็นหัวหน้าบอดีการ์ด จัดเวรยามปกติเหมือนตอนนายหญิงอยู่ พระอาทิตย์ตกดินขึ้นไปเปิดไฟชั้นสองทุกห้อง แล้วขึ้นไปปิดไฟหลังสี่ทุ่มทุกวัน ทำได้ไหม?” วิคเตอร์สั่งงานยาวเหยียดรวดเดียว ลูกน้องหนุ่มอย่างมาริโอ้อ้าปากเหวอ ได้แต่ยืนขมุบขมิบปากทวนงานที่ลูกพี่สั่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืดอกตะเบ๊ะอย่างมั่นใจ “ทำได้ครับผ้ม!” “ดี” ธนบัตรในกระเป๋าสตางค์ถูกหยิบออกมาปึกใหญ่ แฝดคนน้องยืนมันให้ลูกน้องตนเองเป็นค่าปิดปาก “อย่าให้ถึงหูนายหญิง” “แหม~ แปลว่าลูกพี่สุดหล่อของผมทั้งสองจะออกไปบึ๊ดจ้ำบึ๊ดอีกแล้วแม่นบ่ครับ” มาริโอ้เผล่ยิ้มอย่างรู้ทัน แถมยังยักคิ้วหลิ่วตาให้เมื่อเอ่ยถึงเรื่องสัปดนตามประสาผู้ชาย “ผมกับบักสเตฟานก็อยากทำบ้าง แต่เบ้าหน้าบ่เอื้ออำนวย ย่านตำรวจญี่ปุ่นจับขังคุกบ่ได้กลับบ้าน” ภาษาบ้านเกิดพ่นออกมาแบบไม่แคร์ว่าลูกพี่ทั้งสองจะฟังรู้เรื่องหรือไม่ พูดจบก็ปิดปากหัวเราะคิกคักอยากมีประสบการณ์แบบนั้นบ้าง “พูดมาก กลับไปทำงานได้แล้วไป” วินซ์เป็นฝ่ายไล่ลูกน้องเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะคุยเรื่องใต้สะดือยิ่งกว่าเดิม คนถูกไล่หน้าหงอย เปลี่ยนมาสนใจเงินค่าปิดปากในมือตามด้วยคำถามเสียงอ้อมแอ้ม “พวกผมกินเหล้าได้บ่ครับ” “กินได้ แต่เก็บไปทิ้งให้เรียบร้อย อย่าให้นายหญิงกลับมาเจอ” หากไข่หวานมารู้ภายหลังว่าลูกน้องไร้ระเบียบในตอนที่ตนไม่อยู่คงถูกเรียกมาวีนเรียงตัว ซึ่งคนแรกๆ ที่จะโดนคงไม่พ้นพวกเขาสองคน “รับทราบครับผ้ม!” มาริโอ้ตะเบ๊ะรับคำสั่งแข็งขัน หมุนตัวขวาหันเดินตบเท้าออกจากบ้านไม่ทิ้งลายทหารเกณฑ์เก่า สองแฝดเอนพนักพิงโซฟาด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยๆ มาริโอ้ก็เป็นพวกรู้ลิมิตตัวเองคงไม่หาเรื่องให้ตนเองถูกนายหญิงด่า ความจริงเรื่องเวรยามไม่จำเป็นต้องเข้มงวดขนาดนี้ด้วยซ้ำ หากนายสาวของพวกตนยอมอยู่เฉยๆ ไม่หย่อนตีนลงไปร่วมวงเล่นกับพวกยากูซ่าก็คงไม่วุ่นวายกันขนาดนี้ “เดี๋ยวกูขึ้นไปเอาเสื้อผ้ามึงตัวเมื่อคืนไปเผาทิ้งพร้อมของคนอื่นๆ จะได้ไม่เหลือหลักฐานสาวมาถึงตัวเรา” วิคเตอร์เอ่ยกับพี่ชายของตนพร้อมกับหยัดกายลุกขึ้นเตรียมเริ่มงาน “แล้วมึงจะกินอะไร หรือจะออกไปข้างนอกกัน” “เอาแบบมึง” คำตอบเรียบง่ายออกมาจากแฝดคนน้อง “กูทำข้าวผัดให้เอาไหม” คนเป็นพี่เสนอเมนูที่เคยกินกันเมื่อครั้งยังอยู่กับแม่ มื้อหรูของบ้านไม่ใช่หมูกระทะหรืออะไรหรูหราแบบบ้านอื่น ในตอนที่แม่ป่วย ทั้งสองสลับกันออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ป้าแสงเจ้าของหอพักสงสารเด็กจึงยกห้องพัดลมที่ไม่มีคนมาเช่าเนื่องจากห้องร้อนเกินไปจึงให้อยู่ฟรีๆ ทั้งคู่จึงผลัดกันออกไปทำงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารหาค่าข้าว วันไหนได้เงินมามากพอจะเอาไปซื้อเนื้อที่ตลาดมาทำข้าวผัด หุงข้าวหม้อใหญ่ๆ จะได้เก็บไว้กินได้หลายมื้อ คำพูดของพี่ชายทำให้คนพยายามลืมเรื่องแม่ชะงัก แต่เขาไม่ได้โกรธเพราะถูกถามเช่นนั้น เรื่องของแม่ไม่ใช่รอยด่างในชีวิต แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ไม่อยากนึกถึงให้ใจสั่นก็เท่านั้น “เอาแบบนั้นก็ได้” วิคเตอร์ตอบรับอย่างว่าง่าย ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกลั้นขำเพราะดันหน้าเหมือนกันราวกับส่องกระจก ก่อนที่วินซ์จะเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาคนเกิดก่อนสามนาที เป็นจังหวะมือที่รู้กันดีตามประสาพี่น้อง คนที่ยืนอยู่จึงยกมือขึ้นจับมือพี่ชายเช็กแฮนด์ส่งผ่านความรู้สึกก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายออกไปจัดการธุระของตนเองรอเวลาพระอาทิตย์ตกดิน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม