เสียงฝีเท้าหนักดังมาจากบันไดทางขึ้นชั้นสองของบ้านพักในเขตมินาโตะ ตอนนี้นายหญิงไข่หวานไม่อยู่บ้าน คนเดียวที่อยู่ชั้นสองในตอนนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวิคเตอร์ น้องชายฝาแฝดของเขา
วินซ์วางแก้วกาแฟของตนเองลง เดินเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาใหม่พร้อมกับกาแฟหนึ่งแก้ว น้องชายฝาแฝดรับมาถือและยกดื่มก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะหน้าโซฟาทั้งที่ใบหน้ายังคงความเรียบเฉย
“เมื่อคืนมึงฝันถึงแม่?” คนเป็นพี่ถามเรื่องที่รู้ๆ กันดีออกไป
“เมื่อคืนนายหญิงส่งรูปของในคฤหาสน์โอนิซึกะมาเต็มไปหมด มึงตอบกลับหรือยัง”
นอกจากวิคเตอร์จะไม่ตอบ ยังเปลี่ยนมาคุยเรื่องงานหน้าตาเฉย ซึ่งคนเป็นย่อมเข้าใจได้ทันทีว่าคนหน้าเหมือนกันอีกคนไม่อยากเอ่ยถึงมัน
“ส่งแล้ว แต่นายหญิงไม่อ่าน ป่านนี้วิ่งเล่นสนุกลืมงานแล้วมั้ง”
“อืม ให้ไปอยู่ที่นั่นก่อนก็ดี ช่วงนี้แก๊งฮอนโจอาจเพ่งเล็งเราเป็นพิเศษ”
ก็นายหญิงเล่นสั่งให้ไปเผาสตูดิโอถ่ายหนังโป๊พวกมัน ป่านนี้ยากูซ่าแก๊งนั้นคงกำลังตามหาตัวคนทำให้ควั่ก
“ไม่รู้นายหญิงคิดอะไรอยู่ ถึงวิ่งตามหัวหน้าแก๊งโอนิซึกะไปแบบนั้น” วิคเตอร์วกกลับมาคุยเรื่องเจ้านายสาวของตนเองอีกครั้ง
“นายไม่อยู่ก็ดีแล้ว ไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดจากปากพี่ชายทำเอาคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวชะงัก เมื่อคืนคุยอะไรกันเอาไว้เพิ่งนึกออก หันไปตะโกนเรียกลูกน้องปลายแถวซึ่งปกติทำหน้าที่เฝ้าเวรยามด้านนอก
“มาริโอ้!!”
“ครับลูกพี่~!”
เสียงห้าวขานรับมาแต่ไกล ตามด้วยใบหน้าเข้มดุดันตามแบบฉบับชายฉกรรจ์วัยสามสิบต้นๆ แม้จะอายุมากกว่าสองแฝด แต่การเรียกทั้งคู่ว่าลูกพี่เป็นเรื่องปกติของบอดีการ์ดวีกรุป เนื่องจากวินซ์กับวิคเตอร์ถูกนายใหญ่รับจากสถานสงเคราะห์ของครอบครัวที่ชลบุรีมาอยู่โรงฝึกบอดีการ์ดตั้งแต่เด็ก อายุงานของทั้งคู่จึงสูงกว่าบอดีการ์ดชั้นผู้น้อยกว่าครึ่ง
“สองสามวันนี้พวกกูไม่อยู่บ้าน กูให้มึงเป็นหัวหน้าบอดีการ์ด จัดเวรยามปกติเหมือนตอนนายหญิงอยู่ พระอาทิตย์ตกดินขึ้นไปเปิดไฟชั้นสองทุกห้อง แล้วขึ้นไปปิดไฟหลังสี่ทุ่มทุกวัน ทำได้ไหม?”
วิคเตอร์สั่งงานยาวเหยียดรวดเดียว ลูกน้องหนุ่มอย่างมาริโอ้อ้าปากเหวอ ได้แต่ยืนขมุบขมิบปากทวนงานที่ลูกพี่สั่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืดอกตะเบ๊ะอย่างมั่นใจ
“ทำได้ครับผ้ม!”
“ดี”
ธนบัตรในกระเป๋าสตางค์ถูกหยิบออกมาปึกใหญ่ แฝดคนน้องยืนมันให้ลูกน้องตนเองเป็นค่าปิดปาก
“อย่าให้ถึงหูนายหญิง”
“แหม~ แปลว่าลูกพี่สุดหล่อของผมทั้งสองจะออกไปบึ๊ดจ้ำบึ๊ดอีกแล้วแม่นบ่ครับ” มาริโอ้เผล่ยิ้มอย่างรู้ทัน แถมยังยักคิ้วหลิ่วตาให้เมื่อเอ่ยถึงเรื่องสัปดนตามประสาผู้ชาย “ผมกับบักสเตฟานก็อยากทำบ้าง แต่เบ้าหน้าบ่เอื้ออำนวย ย่านตำรวจญี่ปุ่นจับขังคุกบ่ได้กลับบ้าน”
ภาษาบ้านเกิดพ่นออกมาแบบไม่แคร์ว่าลูกพี่ทั้งสองจะฟังรู้เรื่องหรือไม่ พูดจบก็ปิดปากหัวเราะคิกคักอยากมีประสบการณ์แบบนั้นบ้าง
“พูดมาก กลับไปทำงานได้แล้วไป” วินซ์เป็นฝ่ายไล่ลูกน้องเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะคุยเรื่องใต้สะดือยิ่งกว่าเดิม
คนถูกไล่หน้าหงอย เปลี่ยนมาสนใจเงินค่าปิดปากในมือตามด้วยคำถามเสียงอ้อมแอ้ม
“พวกผมกินเหล้าได้บ่ครับ”
“กินได้ แต่เก็บไปทิ้งให้เรียบร้อย อย่าให้นายหญิงกลับมาเจอ”
หากไข่หวานมารู้ภายหลังว่าลูกน้องไร้ระเบียบในตอนที่ตนไม่อยู่คงถูกเรียกมาวีนเรียงตัว ซึ่งคนแรกๆ ที่จะโดนคงไม่พ้นพวกเขาสองคน
“รับทราบครับผ้ม!” มาริโอ้ตะเบ๊ะรับคำสั่งแข็งขัน หมุนตัวขวาหันเดินตบเท้าออกจากบ้านไม่ทิ้งลายทหารเกณฑ์เก่า
สองแฝดเอนพนักพิงโซฟาด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยๆ มาริโอ้ก็เป็นพวกรู้ลิมิตตัวเองคงไม่หาเรื่องให้ตนเองถูกนายหญิงด่า ความจริงเรื่องเวรยามไม่จำเป็นต้องเข้มงวดขนาดนี้ด้วยซ้ำ หากนายสาวของพวกตนยอมอยู่เฉยๆ ไม่หย่อนตีนลงไปร่วมวงเล่นกับพวกยากูซ่าก็คงไม่วุ่นวายกันขนาดนี้
“เดี๋ยวกูขึ้นไปเอาเสื้อผ้ามึงตัวเมื่อคืนไปเผาทิ้งพร้อมของคนอื่นๆ จะได้ไม่เหลือหลักฐานสาวมาถึงตัวเรา” วิคเตอร์เอ่ยกับพี่ชายของตนพร้อมกับหยัดกายลุกขึ้นเตรียมเริ่มงาน
“แล้วมึงจะกินอะไร หรือจะออกไปข้างนอกกัน”
“เอาแบบมึง” คำตอบเรียบง่ายออกมาจากแฝดคนน้อง
“กูทำข้าวผัดให้เอาไหม”
คนเป็นพี่เสนอเมนูที่เคยกินกันเมื่อครั้งยังอยู่กับแม่ มื้อหรูของบ้านไม่ใช่หมูกระทะหรืออะไรหรูหราแบบบ้านอื่น
ในตอนที่แม่ป่วย ทั้งสองสลับกันออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ป้าแสงเจ้าของหอพักสงสารเด็กจึงยกห้องพัดลมที่ไม่มีคนมาเช่าเนื่องจากห้องร้อนเกินไปจึงให้อยู่ฟรีๆ ทั้งคู่จึงผลัดกันออกไปทำงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารหาค่าข้าว วันไหนได้เงินมามากพอจะเอาไปซื้อเนื้อที่ตลาดมาทำข้าวผัด หุงข้าวหม้อใหญ่ๆ จะได้เก็บไว้กินได้หลายมื้อ
คำพูดของพี่ชายทำให้คนพยายามลืมเรื่องแม่ชะงัก แต่เขาไม่ได้โกรธเพราะถูกถามเช่นนั้น เรื่องของแม่ไม่ใช่รอยด่างในชีวิต แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ไม่อยากนึกถึงให้ใจสั่นก็เท่านั้น
“เอาแบบนั้นก็ได้” วิคเตอร์ตอบรับอย่างว่าง่าย
ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกลั้นขำเพราะดันหน้าเหมือนกันราวกับส่องกระจก ก่อนที่วินซ์จะเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาคนเกิดก่อนสามนาที เป็นจังหวะมือที่รู้กันดีตามประสาพี่น้อง คนที่ยืนอยู่จึงยกมือขึ้นจับมือพี่ชายเช็กแฮนด์ส่งผ่านความรู้สึกก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายออกไปจัดการธุระของตนเองรอเวลาพระอาทิตย์ตกดิน