hot love พิษรักเพลิงอัคคี บทที่ 9
"เข้ามาสิ"
ครั้งที่สองแล้วที่เธอเข้ามาห้องทำงานของเขา ครั้งแรกก็มาคุยเรื่องแจกัน อยากเห็นมากเลยแจกันเจ้าปัญหาเนี่ยว่ามันหน้าตาเป็นยังไง
"เดี๋ยวจะให้คนพาไปดูที่ทำงาน"
"ค่ะ" แล้วจะพาเราขึ้นมาบนนี้ทำไม ที่ทำงานอยู่ด้านหลังของโรงแรมไม่ใช่เหรอ
ข้าวปุ้นไปนั่งรออยู่โซฟารับแขกได้ครู่ใหญ่เขาก็ทำอะไรของเขาไม่รู้อยู่โต๊ะทำงาน ถ้าจะถามก็กลัวว่าจะขัดจังหวะการทำงาน แต่ไหนบอกจะให้คนพาเราไปดูที่ทำงานด้านหลังไง
ก๊อกๆ "ซัมเองค่ะ" เคาะแค่ส่งสัญญาณก็เปิดประตูเข้ามาเลย "ผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำอะไรในห้องของคุณคะ"
"มันไม่ใช่ธุระของคุณ"
"ไหนบอกจะมาช่วยงานไงทำไมต้องมานั่งเฝ้า"
"คุณเข้ามามีอะไร"
"ตอนเที่ยงไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันก็ไม่เป็นไรค่ะ ตอนเย็นไปดินเนอร์กันนะคะ"
"เย็นนี้ผมมีนัดแล้ว" สิ้นประโยคคำพูดดวงตาคมก็ฉายแววมองไปดูคนที่นั่งรออยู่โซฟา
"อัคคีคะ" ตัวเองยังไม่ได้เป็นแฟนเลยหึงเลยหวงมากไม่ได้ แต่ผู้ชายคนนี้ยังไงฉันก็จองแล้ว
"คุณพ่อของคุณบอกให้เข้ามารับตำแหน่งไม่ใช่เหรอ ผมว่าคุณน่าจะทำงานเป็นกิจจะลักษณะได้แล้วนะ"
"ซัมบอกแล้วไม่ใช่หรือคะว่าถ้าไม่ได้เป็นผู้ช่วยของคุณซัมจะไม่ทำ"
"ตำแหน่งนั้นไม่ว่างแล้ว" สิ้นประโยคนี้ดวงตาคมก็ยังมองไปดูผู้หญิงคนเดิมที่ไม่ค่อยจะให้ความสนใจกับเขามากนัก แต่พอได้ฟังคำพูดนี้แล้วเธอถึงได้ปรายหางตามองมาดู
"อย่าบอกนะว่างานที่คุณให้มันมาช่วยคืองานที่ซัมอยากทำ"
"คุณเป็นลูกสาวหุ้นส่วน คุณอยากทำตำแหน่งสูงกว่านี้ก็ได้"
ถึงว่า.. ข้าวปุ้นแค่คิดในใจ ถ้าเป็นคนนอกคงไม่กล้ามาวุ่นวายขนาดนี้ เป็นถึงลูกสาวหุ้นส่วนเลยเหรอ ทำไมไม่เห็นคุณค่าของตัวเองขนาดนี้ล่ะ แค่มองแว๊บเดียวเธอก็รู้แล้วว่าผู้ชายไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเลย
"ผมเสร็จงานพอดีเราไปกันเถอะ" อัคคีปิดแฟ้มเอกสารที่ทำยังไม่เสร็จลง แล้วชวนข้าวปุ้นให้ออกไปดูงานด้านหลัง
"อัคคีคะ ฉันจะหมดความอดทนแล้วนะ"
"ไม่ต้องไปสนใจตามมา" อัคคีเห็นว่าข้าวปุ้นไม่กล้าเดินตาม ใครจะกล้าล่ะดีไม่ดีถูกจิกหัวตบจะทำยังไง
"ไหนคุณบอกจะให้คนพาฉันไปไง" เข้ามาถึงในลิฟต์ข้าวปุ้นถึงได้ถาม เพราะทีแรกเขาบอกว่าจะให้คนพาเธอไปดูงาน
"เธอก็เห็นแล้ว ฉันรู้ว่าเธอฉลาดพอที่จะมองออก"
"ฉันไม่ใช่คนฉลาดอะไรหรอกค่ะ มีอะไรคุณก็พูดมาสิ"
"พูดตรงนี้ไม่สะดวก" ในลิฟต์มีกล้องวงจรปิด เขามั่นใจว่าเดี๋ยวซัมเมอร์ก็ต้องไปเปิดดูกล้อง ก็รู้อยู่หรอกว่าตัวเองหล่อแต่ไม่อยากให้ใครวิ่งตามขนาดนี้ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันถ้าเป็นสงสัยคงสิงร่างเลยแหละ
ทั้งสองมาจนถึงห้องโถงใหญ่ที่กำลังต่อเติม
"ตรงนี้เหรอคะที่คุณจะทำบาร์"
"ผมอยากยกระดับจากบาร์ให้เป็นสถานบันเทิง คุณคิดว่าพอได้ไหม" บาร์โรงแรมไหนๆ ก็มีกัน แต่ถ้าเป็นสถานบันเทิงก็จะดูแปลกไปอีกแบบ
"ก็พอได้ค่ะ แต่มันเป็นสถานที่ของโรงแรม ฉันคิดว่านักท่องเที่ยวหลักๆ ของคุณก็คงจะเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการในโรงแรม"
"ผมไม่ซีเรียสเรื่องนี้"
เขาไม่ซีเรียสเรื่องลูกค้าเหรอ แล้วจะเปิดสถานบันเทิงไปเพื่อ? คนรวยนี่ก็แปลกคงสนองนีด(Need)ตัวเองล่ะสิ "แต่ฉันคิดว่าการจะเปิดสถานบันเทิงหลักๆ ก็ต้องการลูกค้าอยู่แล้วค่ะ"
หลังจากที่ดูสถานที่เสร็จเขาก็พาเธอเดินทัวร์รอบบริเวณเพื่อให้ดูว่าสามารถดึงดูดลูกค้าจากส่วนไหนมาเที่ยวคลับได้บ้าง
โรงแรมของเขาทำเกือบจะครบวงจรแล้วมีทั้งสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ฟิตเนส แต่ส่วนมากก็เป็นลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมซะส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการสิ่งเหล่านี้
"ถ้าคุณอยากเรียกลูกค้าฉันแนะนำให้คุณจัดโปรโมชั่น เหมือนซื้อ 1 แถม 1 หรือมา 5 แถม 1 "
"เอาสิยังไงคุณก็เป็นผู้ช่วยผมแล้ว ลองร่าง Project ขึ้นมา"
"ผู้ช่วยคุณ?" ตกลงเขาจะให้เรามาดูแค่สถานบันเทิงหรือให้มาเป็นผู้ช่วยกันแน่
"คุณอย่าลืมสิว่าเราตกลงอะไรกันไว้"
"ก็ได้ค่ะ แต่ฉันจะทำเท่าที่ความสามารถของฉันทำได้เท่านั้นนะ"
"โอเค งั้นก็ไปดูห้องพักกัน"
นี่แหละคือสิ่งที่เธอต้องการ เมื่อคืนนี้ถึงแม้ว่าจะได้นอนหนุนตักเขาอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้เต็มอิ่มจนถึงตอนนี้จะค่ำแล้วด้วย
ข้าวปุ้นไปที่รถแล้วเอากระเป๋าของใช้ที่เธอเตรียมมาด้วยเดินตามเข้ามาในโรงแรม
เขาไม่ได้ไปเอากุญแจกับพนักงานหรอกเธอคิดว่าพนักงานคงเปิดห้องไว้ให้แล้ว
"........." ข้าวปุ้นคิดว่าเขาจะเปิดห้องส่วนตัวให้เธอ แต่พอเข้ามาในห้องนี้มีห้องนอนแยกกันเป็นสองห้อง
"คุณพักห้องนี้" ชายหนุ่มเดินมาเปิดประตูห้องให้ แต่เธอก็ไม่ได้ถามหรอกว่าอีกห้องเป็นของใคร
ข้าวปุ้นเอาข้าวของเข้าไปเก็บในห้อง มองดูในห้องไม่เห็นมีห้องน้ำแสดงว่าห้องน้ำอยู่ด้านนอก ต้องใช้ร่วมกันกับอีกห้องเหรอเนี่ย
หลังจากที่เก็บของเข้าที่เธอก็เตรียมตัวจะไปอาบน้ำ
"??" แต่พอเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าเขานั่งอยู่ห้องโถง "ทำไมคุณยังไม่ออกไป"
"จะให้ไปไหน"
"ก็กลับห้องคุณสิคะ" ..จะมานั่งเฝ้าเราทำไมล่ะ
"ห้องผมอยู่ใกล้ๆ นี่เองกลับตอนไหนก็ได้"
"?" ม่านตากลมขยายกว้างขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ตวัดมองไปดูห้องข้างๆ อย่าบอกนะว่าห้องนี้เป็นของเขา?
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่