ได้ยินว่าชื่อ พี่นาวิน

1092 คำ
ณิชาเดินเข้าไปหาลูกชาย พลันเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าหนูน้อยนาวินกำลังมองหาอะไรสักอย่าง “พี่นาวินมองหา อะไรเหรอครับ” “คุณลุงครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเสียดาย เมื่อเจ้าตัวหาคุณลุงไม่เจอ ชวนให้ณิชาตั้งคำถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง “คุณลุงไหนครับ เรารู้จักคนที่นี่ด้วยเหรอ” “อยากคุยกับคุณลุงครับ” ณิชาแปลกใจไม่น้อย เพราะปกติลูกชายของเธอแทบไม่คุยกับคนแปลกหน้าด้วยซ้ำไป นอกเสียจากเคยรู้จักกันมาก่อน “คุณลุงใจดีเหรอครับ” “ไม่รู้ครับ แค่อยากคุยด้วย” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ พลันเรียกรอยยิ้มจากมารดาได้อีกครา “เรานี่นะ ไปครับรีบไปหาป้าลัลนากับป้ากุลจิรากัน” ณิชารีบเปลี่ยนประเด็นและเบี่ยงความสนใจของลูกชาย เธอรีบจัดแจงลูกชายและชักชวนให้ไปหาเพื่อนสนิทตัวเองในทันที ซึ่งสิ่งที่เธอคิดนั้นได้ผล เมื่อหนูน้อยนาวินละความสนใจจากคุณลุงและเปลี่ยนท่าทางเป็นดีใจแทน “ไปครับ” เพียงแค่หนูน้อยนาวินและคุณแม่ยังสาวเดินออกจากสนามบิน เสียงเรียกของหญิงสาวสองคนก็ดังขึ้นด้วยความดีใจ “พี่นาวิน ป้าลัลนาคิดถึงจังเลยครับ” “ป้ากุลก็คิดถึงครับ” สองสาวเอาอกเอาใจหลานชายตัวเองในทันที และไม่ต่างอะไรจากหนูน้อยนาวินที่กำลังเอาใจป้าทั้งสองเช่นกัน “พี่นาวินก็คิดถึงป้าครับ คิดถึงที่สุดเลย” จนกระทั่ง! ณิชาที่ยืนหัวโด่กระแทกเสียงใส่เพื่อนรักทั้งสองด้วยความหมั่นไส้ ปนเหน็บแนม “สนใจเพื่อนสาว คนนี้ด้วยสิ” “คิดถึงแกเหมือนกัน ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะเว้ย” ลัลนาและกุลจิราละความสนใจจากหลานชาย มุ่งตรงเข้าไปโอบกอดเพื่อนสาวด้วยความคิดถึง “ไม่ได้กลับมานาน กลิ่นดินช่างหอมจริง” “คิดถึงไหม” ลัลนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและสายตาเจ้าเล่ห์ เสมือนมีนัยแอบแฝงในประโยคนั้น “คิดถึงประเทศไทยมาก ฉันคิดถึง” “คิดถึงประเทศไทย คิดถึงพวกฉัน แล้วคิดถึงใครอีกรึเปล่าน้า” “ตอนนี้อยากเลิกคบพวกแก ปากเสียจริง ๆ คนกำลังอารมณ์ดี” ณิชามองค้อนเพื่อนสาวทั้งสองในทันที ที่ได้ยินประโยคหยอกล้อชวนให้เจ้าตัวหงุดหงิด “หยอกเล่น ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันแข็งแกร่งที่สุด” “อย่าพูดถึงอีกนะ ฉันไม่อยากเจอด้วยซ้ำ” เพราะไม่อยากหวนนึกถึงอดีตและอยากก้าวสู่อนาคต จึงรีบเบรกเพื่อนสนิทเอาไว้เสียก่อนที่ตนเองจะถูกล้อเลียนอีก “คงไม่ดวงซวยเจอหรอก ประเทศไทยออกกว้าง” “เป็นคำพูดที่ดีที่ฉันอยากได้ยิน พี่นาวินครับ หิวรึยัง” ณิชาพยักหน้ารับเบา ๆ เห็นด้วยกับคำพูดของกุลจิราไม่น้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปให้ความสนใจกับลูกชายตัวเองที่กำลังยืนมองตาแป๋ว “หิวแล้วครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับเสียงใส พลันส่งสายตาออดอ้อนให้มารดาพาไปทานอาหาร “งั้นป้าพาไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานดีกว่า” ลัลนารีบจูงมือหลานชายและพาเดินไปยังรถยนต์ที่จอดเอาไว้ โดยมีณิชาและกุลจิราเดินตามหลังไปติด ๆ กุลจิราไม่วายเอ่ยแซวณิชาขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้เห็นหน้าค่าตาหนูน้อยนาวินที่เหมือนพ่อราวกับแกะ “เหมือนพ่อยันเงาแบบนี้ ใจแกแข็งแกร่งจริง ๆ ฉันนับถือหัวใจแกเลยณิชา” ภายในเครื่องบินโดยสายชั้นบิซิเนสคลาสที่กำลังพุ่งทะยานอยู่บนฟ้าเพื่อไปอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาพักของผู้โดยสารทุกท่าน รวมไปถึงธนัทเลขาคนสนิทเช่นกัน แต่เจ้าตัวไม่วายถูกเจ้านายหนุ่มเรียกหา “เอามือถือนายมา” “เจ้านายเอามือถือผมไปทำอะไรครับ” ธนัทขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยปนมึนงง ปกติเจ้านายไม่เคยเอ่ยถามถึงของใช้ส่วนตัวแม้แต่ครั้งเดียว แต่! ยิ่งเอ่ยถามกลับไม่ได้คำตอบ จึงจำใจส่งมือถือให้กับเจ้านายหนุ่ม เพราะขืนชักช้าคงถูกสายตาน่ากลัวหั่นเป็นชิ้น ๆ “เถอะน่า” “นี่ครับ” ธนัทวางมือถือตัวเองลงบนมือของเจ้านาย และไม่ลืมปลดล็อกมือถือเสมือนรู้ใจเจ้านายก็ไม่ปาน “ผมไม่มีความลับอะไรหรอกครับ” “.......” ยังคงได้รับความเงียบตอบกลับ เมื่อภูดิศกดมือถือของธนัทเงียบ ๆ ไร้บทสนทนา จนกระทั่ง! เกิดเสียงพึมพำเบา ๆ ดั่งคนเหม่อลอย “เรื่องอัศจรรย์บนโลกคงมีอยู่จริง” ท่าทางของเจ้านายหนุ่ม ทำให้ธนัทอดสงสัยไม่ได้ จึงรีบโน้มตัวไปมองหน้าจอมือถือของตัวเองที่ถูกเปิดโดยฝีมือของเจ้านาย และได้พบว่าหน้าจอมือถือของตัวเองมีภาพถ่ายของหนูน้อยคู่กับเจ้านาย เปิดค้างเอาไว้อยู่ “เจ้านายพูดอะไรนะครับ นี่ดูรูปหนูน้อยคนเมื่อกี้อยู่เหรอครับ” “นายว่าเหมือนมากไหม” ภูดิศตั้งคำถามขึ้นอีกครั้ง หากสังเกตในภาพถ่ายตัวเขาและหนูน้อยคนนี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายกันจริง และยิ่งไปกว่านั้นเด็กชายคนนั้นหน้าตาเหมือนตัวเองตอนเด็กราวกับคนเดียวกัน “มากที่สุดครับ ว่าแต่หนูน้อยชื่ออะไรครับ” ธนัทพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น พลันตอบกลับเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ได้ยินว่าชื่อ พี่นาวิน” “หล่อเหลาตั้งแต่เด็กเลยครับ น้องน่ารักมาก คุณพ่อคุณแม่คงอบรมมาดี” ธนัทอดชื่นชมครอบครัวของหนูน้อยไม่ได้ เพราะความน่ารักบ่งบอกถึงการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี “นั่นสินะ” ภูดิศเห็นด้วยกับคำพูดของธนัทไม่น้อย แต่ไม่วายรู้สึกหงุดหงิดใจแปลก ๆ เมื่อได้ยินคำว่า คุณพ่อของหนูน้อยคนนั้น ซึ่งไม่ใช่ตัวเอง “ปกติเจ้านายไม่ชอบเด็ก แต่ทำไมวันนี้” ธนัทยังคงตั้งคำถามที่ตัวเองสงสัยและแปลกใจ และคำตอบที่ได้กลับทำให้เจ้าตัวนิ่งเงียบและครุ่นคิดบางอย่าง “ไม่รู้สิ ส่งรูปมาให้ฉันที” ภูดิศรีบสั่งให้ธนัทส่งรูปหนูน้อยกับตัวเองให้ และส่งคืนมือถือให้กับเลขาคนสนิทในทันที แต่ไม่วายต้องหันขวับไปมองหน้าเลขาเมื่อได้ยินคำพูดกำกวม “ถ้าเกิดคุณแม่ของหนูน้อยคนนี้ เดินเข้ามาบอกว่าพี่นาวินคือลูกชายของเจ้านาย ผมคงเชื่อสนิทใจเลยแหละ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม