ณิชาเดินเข้าไปหาลูกชาย พลันเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าหนูน้อยนาวินกำลังมองหาอะไรสักอย่าง
“พี่นาวินมองหา อะไรเหรอครับ”
“คุณลุงครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเสียดาย เมื่อเจ้าตัวหาคุณลุงไม่เจอ ชวนให้ณิชาตั้งคำถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง
“คุณลุงไหนครับ เรารู้จักคนที่นี่ด้วยเหรอ”
“อยากคุยกับคุณลุงครับ”
ณิชาแปลกใจไม่น้อย เพราะปกติลูกชายของเธอแทบไม่คุยกับคนแปลกหน้าด้วยซ้ำไป นอกเสียจากเคยรู้จักกันมาก่อน
“คุณลุงใจดีเหรอครับ”
“ไม่รู้ครับ แค่อยากคุยด้วย” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ พลันเรียกรอยยิ้มจากมารดาได้อีกครา
“เรานี่นะ ไปครับรีบไปหาป้าลัลนากับป้ากุลจิรากัน” ณิชารีบเปลี่ยนประเด็นและเบี่ยงความสนใจของลูกชาย เธอรีบจัดแจงลูกชายและชักชวนให้ไปหาเพื่อนสนิทตัวเองในทันที
ซึ่งสิ่งที่เธอคิดนั้นได้ผล เมื่อหนูน้อยนาวินละความสนใจจากคุณลุงและเปลี่ยนท่าทางเป็นดีใจแทน
“ไปครับ”
เพียงแค่หนูน้อยนาวินและคุณแม่ยังสาวเดินออกจากสนามบิน เสียงเรียกของหญิงสาวสองคนก็ดังขึ้นด้วยความดีใจ
“พี่นาวิน ป้าลัลนาคิดถึงจังเลยครับ”
“ป้ากุลก็คิดถึงครับ”
สองสาวเอาอกเอาใจหลานชายตัวเองในทันที และไม่ต่างอะไรจากหนูน้อยนาวินที่กำลังเอาใจป้าทั้งสองเช่นกัน
“พี่นาวินก็คิดถึงป้าครับ คิดถึงที่สุดเลย”
จนกระทั่ง! ณิชาที่ยืนหัวโด่กระแทกเสียงใส่เพื่อนรักทั้งสองด้วยความหมั่นไส้ ปนเหน็บแนม
“สนใจเพื่อนสาว คนนี้ด้วยสิ”
“คิดถึงแกเหมือนกัน ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะเว้ย” ลัลนาและกุลจิราละความสนใจจากหลานชาย มุ่งตรงเข้าไปโอบกอดเพื่อนสาวด้วยความคิดถึง
“ไม่ได้กลับมานาน กลิ่นดินช่างหอมจริง”
“คิดถึงไหม” ลัลนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและสายตาเจ้าเล่ห์ เสมือนมีนัยแอบแฝงในประโยคนั้น
“คิดถึงประเทศไทยมาก ฉันคิดถึง”
“คิดถึงประเทศไทย คิดถึงพวกฉัน แล้วคิดถึงใครอีกรึเปล่าน้า”
“ตอนนี้อยากเลิกคบพวกแก ปากเสียจริง ๆ คนกำลังอารมณ์ดี” ณิชามองค้อนเพื่อนสาวทั้งสองในทันที ที่ได้ยินประโยคหยอกล้อชวนให้เจ้าตัวหงุดหงิด
“หยอกเล่น ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันแข็งแกร่งที่สุด”
“อย่าพูดถึงอีกนะ ฉันไม่อยากเจอด้วยซ้ำ” เพราะไม่อยากหวนนึกถึงอดีตและอยากก้าวสู่อนาคต จึงรีบเบรกเพื่อนสนิทเอาไว้เสียก่อนที่ตนเองจะถูกล้อเลียนอีก
“คงไม่ดวงซวยเจอหรอก ประเทศไทยออกกว้าง”
“เป็นคำพูดที่ดีที่ฉันอยากได้ยิน พี่นาวินครับ หิวรึยัง” ณิชาพยักหน้ารับเบา ๆ เห็นด้วยกับคำพูดของกุลจิราไม่น้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปให้ความสนใจกับลูกชายตัวเองที่กำลังยืนมองตาแป๋ว
“หิวแล้วครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับเสียงใส พลันส่งสายตาออดอ้อนให้มารดาพาไปทานอาหาร
“งั้นป้าพาไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานดีกว่า” ลัลนารีบจูงมือหลานชายและพาเดินไปยังรถยนต์ที่จอดเอาไว้ โดยมีณิชาและกุลจิราเดินตามหลังไปติด ๆ
กุลจิราไม่วายเอ่ยแซวณิชาขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้เห็นหน้าค่าตาหนูน้อยนาวินที่เหมือนพ่อราวกับแกะ
“เหมือนพ่อยันเงาแบบนี้ ใจแกแข็งแกร่งจริง ๆ ฉันนับถือหัวใจแกเลยณิชา”
ภายในเครื่องบินโดยสายชั้นบิซิเนสคลาสที่กำลังพุ่งทะยานอยู่บนฟ้าเพื่อไปอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาพักของผู้โดยสารทุกท่าน รวมไปถึงธนัทเลขาคนสนิทเช่นกัน แต่เจ้าตัวไม่วายถูกเจ้านายหนุ่มเรียกหา
“เอามือถือนายมา”
“เจ้านายเอามือถือผมไปทำอะไรครับ” ธนัทขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยปนมึนงง ปกติเจ้านายไม่เคยเอ่ยถามถึงของใช้ส่วนตัวแม้แต่ครั้งเดียว
แต่! ยิ่งเอ่ยถามกลับไม่ได้คำตอบ จึงจำใจส่งมือถือให้กับเจ้านายหนุ่ม เพราะขืนชักช้าคงถูกสายตาน่ากลัวหั่นเป็นชิ้น ๆ
“เถอะน่า”
“นี่ครับ” ธนัทวางมือถือตัวเองลงบนมือของเจ้านาย และไม่ลืมปลดล็อกมือถือเสมือนรู้ใจเจ้านายก็ไม่ปาน
“ผมไม่มีความลับอะไรหรอกครับ”
“.......” ยังคงได้รับความเงียบตอบกลับ เมื่อภูดิศกดมือถือของธนัทเงียบ ๆ ไร้บทสนทนา จนกระทั่ง! เกิดเสียงพึมพำเบา ๆ ดั่งคนเหม่อลอย
“เรื่องอัศจรรย์บนโลกคงมีอยู่จริง”
ท่าทางของเจ้านายหนุ่ม ทำให้ธนัทอดสงสัยไม่ได้ จึงรีบโน้มตัวไปมองหน้าจอมือถือของตัวเองที่ถูกเปิดโดยฝีมือของเจ้านาย
และได้พบว่าหน้าจอมือถือของตัวเองมีภาพถ่ายของหนูน้อยคู่กับเจ้านาย เปิดค้างเอาไว้อยู่
“เจ้านายพูดอะไรนะครับ นี่ดูรูปหนูน้อยคนเมื่อกี้อยู่เหรอครับ”
“นายว่าเหมือนมากไหม” ภูดิศตั้งคำถามขึ้นอีกครั้ง หากสังเกตในภาพถ่ายตัวเขาและหนูน้อยคนนี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายกันจริง และยิ่งไปกว่านั้นเด็กชายคนนั้นหน้าตาเหมือนตัวเองตอนเด็กราวกับคนเดียวกัน
“มากที่สุดครับ ว่าแต่หนูน้อยชื่ออะไรครับ” ธนัทพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น พลันตอบกลับเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ได้ยินว่าชื่อ พี่นาวิน”
“หล่อเหลาตั้งแต่เด็กเลยครับ น้องน่ารักมาก คุณพ่อคุณแม่คงอบรมมาดี” ธนัทอดชื่นชมครอบครัวของหนูน้อยไม่ได้ เพราะความน่ารักบ่งบอกถึงการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี
“นั่นสินะ” ภูดิศเห็นด้วยกับคำพูดของธนัทไม่น้อย แต่ไม่วายรู้สึกหงุดหงิดใจแปลก ๆ เมื่อได้ยินคำว่า คุณพ่อของหนูน้อยคนนั้น ซึ่งไม่ใช่ตัวเอง
“ปกติเจ้านายไม่ชอบเด็ก แต่ทำไมวันนี้” ธนัทยังคงตั้งคำถามที่ตัวเองสงสัยและแปลกใจ และคำตอบที่ได้กลับทำให้เจ้าตัวนิ่งเงียบและครุ่นคิดบางอย่าง
“ไม่รู้สิ ส่งรูปมาให้ฉันที” ภูดิศรีบสั่งให้ธนัทส่งรูปหนูน้อยกับตัวเองให้ และส่งคืนมือถือให้กับเลขาคนสนิทในทันที แต่ไม่วายต้องหันขวับไปมองหน้าเลขาเมื่อได้ยินคำพูดกำกวม
“ถ้าเกิดคุณแม่ของหนูน้อยคนนี้ เดินเข้ามาบอกว่าพี่นาวินคือลูกชายของเจ้านาย ผมคงเชื่อสนิทใจเลยแหละ”