กูไม่ใช่คนดี

1550 คำ
@ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดัง หลังเลิกงานณิชารีบเดินทางมารับลูกชายของเธอในทันที อารมณ์หงุดหงิดถูกเก็บพับเอาไว้ในใจ แปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์ดี เมื่อได้เจอลูกชายในชุดนักเรียนอนุบาล “สวัสดีครับคุณแม่ พี่นาวินคิดถึงที่สุดเลย” หนูน้อยนาวินรีบวิ่งเข้ามากอดขาเรียวคุณแม่ยังสาวด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนความสุขและอารมณ์ดี “มาเรียนวันแรกสนุกไหมครับ” ณิชาเอ่ยถามลูกชายตัวเองด้วยน้ำเสียงอบอุ่นปนเอ็นดู และแอบเป็นห่วงไม่น้อย “สนุกครับ พี่นาวินชอบมาก” “เก่งมากครับเด็กดีของแม่ งั้นเรากลับคอนโดฯ ดีกว่า” “ไปครับ” หนูน้อยนาวินตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใส พลันจับมือคุณแม่ยังสาวแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี “เย็นนี้เราสองคนทานอะไรดีครับ” คำถามทุกเย็นที่คุณแม่ยังสาวมักเอ่ยถามลูกชาย และคำตอบที่ได้มักถูกใจเธอเสมอ “อะไรก็ได้ครับ อาหารฝีมือคุณแม่อร่อยที่สุดเลย” “ปากหวานจริง” ณิชาย่อตัวอยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย พลันหยิกแก้มลูกชายด้วยความเอ็นดู “หวานจริง ๆ ครับ พี่นาวินน่ารักไหม” หนูน้อยนาวินพยักหน้ารับคำมารดาเสียงใส แววตาใสซื่อ “ที่สุดเลยครับ” ในโลกนี้ความน่ารักคงต้องยกให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ ลูกชายที่มักทำให้เธออารมณ์ดีได้ตลอด ต่างจากบิดาทางสายเลือดของหนูน้อยโดยสิ้นเชิง จนกระทั่ง! รอยยิ้มสดใสหายไปจากใบหน้าจิ้มลิ้ม แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเศร้าหมอง ก่อนที่หนูน้อยจะเปล่งประโยคชวนให้คุณแม่ยังสาวตัวชา “พี่นาวินน่ารักขนาดนี้ ทำไมคุณพ่อไม่รักนะ” “พี่นาวิน พูดอะไรแบบนี้คะ” ณิชาตอบกลับเสียงหลงปนน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อลูกชายเอ่ยถามถึงบิดาตัวเอง “ก็จริงหนิครับ คุณพ่อไม่รักพี่นาวิน ก็เลยไม่มาหาเลย” “ปกติหนูไม่ถามถึง แม่ก็เลยไม่คิดว่าหนูอยากเจอ” ณิชาพยายามตั้งคำถามกลับลูกชายอย่างใจเย็น “กลัวคุณแม่โกรธครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงและแววตาเศร้าหมอง พลันหันไปมองครอบครัวเด็กนักเรียนคนอื่น ที่มีทั้งบิดาและมารดามารับจากโรงเรียนพร้อมหน้าพร้อมตา กึก! คำพูดของลูกชายเสมือนน้ำเย็นยะเยือกสาดใส่ใบหน้าสวยของเธอ ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณชวนให้ใจหนาวเหน็บ “แม่ไม่เคยคิดโกรธหนูเลยนะลูก แม่มีเหตุผล แล้ววันหนึ่งแม่จะอธิบายให้หนูเข้าใจเอง” “ครับ” หนูน้อยนาวินพยักหน้าด้วยสีหน้าและแววตาเศร้าหมอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางเพื่อให้มารดาสบายใจ “งั้นกลับบ้านกันนะลูก เย็นนี้แม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทาน” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคุณแม่ยังสาว แต่แววตากลับประกายความเจ็บปวดออกมาจนจุกอก อีกมุมหนึ่ง รถยนต์คันหรูขับมาจอดหน้าโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ที่เนืองแน่นไปด้วยเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่มารอรับบุตรของตนเอง สร้างความงุนงงปนสงสัยให้กับภูดิศไม่น้อย “เธอมาทำอะไรที่นี่” มือหนาถอดแว่นดำออกและหมายจะเดินลงจากรถยนต์ แต่กลับต้องชะงัก! เมื่อเสียงมือถือเครื่องหรูดังขัดจังหวะขึ้นพอดี (อะไร) เสียงเข้มตอบกลับเลขาคนสนิทด้วยท่าทางหงุดหงิด พลันกระแทกเสียงเข้มใส่ธนัทท่าทางเร่งรีบ (เจ้านายครับ เจ้านายมีนัดทานอาหารกับท่านต่อศักดิ์ครับ) ธนัทรีบเอ่ยเตือนตารางงานเจ้านายหนุ่มในทันที เกรงเจ้านายลืมตารางงานของตนเอง แต่! กลับถูกเจ้านายหนุ่มตอบกลับเสียงแข็ง (ไม่ไป) (ไม่ได้ครับ) ธนัทยังคงยืนกราน เมื่อนัดครั้งนี้ค่อนข้างสำคัญและเจ้านายไม่สามารถเสียมารยาทได้โดยการยกเลิกนัด (ธนัทนี่นายเป็นเลขาหรือเมียฉันกันแน่) ภูดิศกระแทกเสียงเข้มใส่เลขาคนสนิทด้วยท่าทางไม่พอใจ เมื่อเลขาคนสนิทไม่เชื่อฟังคำสั่งของตนเอง (เป็นเลขาครับ) (ไม่ไปโว้ย) ภูดิศยังคงยืนกรานคำเดิม พลันกวาดสายตาออกนอกรถ เพื่อมองหาใครบางคนที่ตัวเองตามออกมาตั้งแต่บริษัท (ไม่ได้ครับ เรื่องนี้สำคัญมาก) “หายไปไหนแล้ววะ” ประธานหนุ่มพึมพำกับตนเองเบา ๆ เมื่อเป้าหมายที่ตัวเองตามกลับหายออกจากสายตา (ผมอยู่ที่บริษัทครับ ว่าแต่เจ้านายหายไปไหนครับ) ธนัทตอบกลับเจ้านายด้วยคำตอบใสซื่อ คิดว่าเจ้านายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเอง (เรื่องของฉัน ตามไปเจอฉันที่ร้านอาหาร) เมื่อธุระครั้งนี้สำคัญ ชายหนุ่มจึงจำใจเลิกติดตามณิชา และเปลี่ยนเป้าหมายแทนด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะตัดสายเลขาคนสนิทในทันที “เธอมีลูกแล้วเหรอวะ? แม่ง! เธอมีครอบครัวใหม่อย่างที่พูดจริง ๆ สินะ” @ คลับหรูใจกลางกรุง บุรินทร์และกวินท์นั่งมองภูดิศยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าหล่อเหลาแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่แทบตลอดเวลา จนกระทั่ง! เพื่อนรักทั้งสองอดตั้งคำถามขึ้นไม่ได้ “งานมีปัญหาเหรอวะ” “เปล่า” ภูดิศตอบกลับเพียงสั้น นัยน์ตาคมจับจ้องมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือเงียบ ๆ ด้วยสายตาน่ากลัว “หงุดหงิดอะไรวะ” บุรินทร์ตั้งคำถามอีกครั้ง และดูเหมือนครั้งนี้จะได้รับคำตอบจากภูดิศ “กูเจอณิชา” น้ำเสียงเรียบเฉย แววตาประกายความสับสนออกมา เสมือนรอคำตอบบางอย่าง “กลับมาเจอกันแล้วเหรอวะ” กวินท์เบิกตาโตด้วยความตกใจ พลันตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางตื่นเต้น ต่างจากภูดิศที่ยังคงนิ่งและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เสมือนไม่ได้รู้สึกอะไรในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา “อือ” “เจอได้ไง” บุรินทร์ยังคงตั้งคำถามด้วยความแคลงใจ เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมาแทบไม่เคยเจอตัวณิชาหรือทราบข่าวคราวของหญิงสาวแม้แต่ครั้งเดียว “ทำงานบริษัทกู” “ฟ้ารังสรรค์ฉิบหาย ว่าแต่มึง” กวินท์ยกยิ้มมุมปากเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลันหรี่ตามองไปยังภูดิศเสมือนต้องการอ่านใจ “เธอมีครอบครัวแล้ว” น้ำเสียงแข็งกระด้าง นัยน์ตาแฝงรังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แอบแฝงไปด้วยบางอย่าง “หือ” บุรินทร์หันขวับมองหน้าภูดิศ แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดออกมา แต่! หากเป็นเช่นนั้นจริง กลับรู้สึกยินดีกับณิชาไม่น้อย “น้องณิชาแต่งงานใหม่ไปแล้วเหรอ” “เออสิวะ” ภูดิศกระแทกเสียงตอบคำถามกวินท์ ที่กำลังย้ำสถานะของหญิงสาวท่าทางใสซื่อ “มึงมั่นใจได้ไง” บุรินทร์ยังคงตั้งคำถามต่อ เพราะดูเหมือนเรื่องราวในชีวิตของณิชาขาดห้วงไปนานหลายปี จนต้องปะติดปะต่อใหม่ “เธอมีลูกแล้ว” คำตอบที่แน่ชัดคงหนีไม่พ้นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ซึ่งบ่งบอกว่าหญิงสาวคงมีลูกแล้ว “หา/หา” บุรินทร์และกวินท์อุทานเสียงหลงกับสิ่งที่ได้ยิน ปนแปลกใจไม่น้อย แต่! กลับยังคงนิ่งไร้การตั้งคำถาม “แม่ง! ตอนอยู่กับกูไม่ท้อง” ภูดิศสบถออกมาท่าทางฉุนเฉียวปนหัวร้อน เมื่อลูกที่เขารอคอยมาตลอดเมื่ออยู่กินฉันสามีภรรยากับณิชา กลับเป็นผู้ชายคนอื่นที่ได้รับแทน “มึงไม่มีน้ำยาไง” กวินท์ยกยิ้มมุมปาก พลันทับถมด้วยถ้อยคำเจ็บปวดใจใส่ภูดิศ ชวนเรียกสายตาน่ากลัวจากภูดิศให้หันไปมองทันที “มึงอยากตาย” “เปล่าครับคุณภู คือมึงไม่ใช่เนื้อคู่น้องณิชาไง” “เหรอ” คำสั้นที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เยือกเย็นแต่พร้อมพ่นไฟแผดเผาให้ละลายเป็นน้ำ “ใช่ไง ตอนนี้น้องคงเจอเนื้อคู่ของตัวเองแล้ว” “เนื้อคู่เหมือนเนื้อย่างรึเปล่า” “ยังมีอารมณ์ขัน แสดงว่าทำใจได้แล้ว” บุรินทร์พยักหน้าเบา ๆ เข้าใจว่าภูดิศคงทำใจกับเรื่องราวของอดีตภรรยาได้แล้ว “กูทำใจได้นานแล้ว” “ดีแล้ว ปล่อยน้องณิชาให้ไปมีความสุขเถอะ” “อยู่กับกู ไม่มีความสุขงั้นเหรอ” คำพูดชวนตงิดใจของกวินท์ เรียกสายตาน่ากลัวของภูดิศอีกครา “อดีตคงมีความสุขแหละ แต่ตอนนี้คงมีความสุขมากกว่า” “กูไม่ยอม” น้ำเสียงนิ่งราวกับท้องฟ้าเงียบสงัด ที่กำลังก่อตัวเป็นพายุพัดโหมกระหน่ำ ชวนให้บุรินทร์และกวินท์หันมองเป็นตาเดียว “มึงคิดจะทำอะไร มึงจะแย่งเมียเก่ากลับมาเหรอ” “ได้ไหมล่ะ” ภูดิศยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์ อันที่จริงเรื่องลูกของเธอ เขาไม่ได้ติดใจอะไรสักเท่าไรนัก “ไอ้เวร ผิดศีลห้านะเว้ย” บุรินทร์รีบพูดแย้งขึ้น หวังให้ภูดิศปล่อยวางเรื่องราวในอดีด แต่! กลับถูกภูดิศตอบกลับด้วยถ้อยคำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นยะเยือก “กูไม่ใช่คนดี” สายตาว่างเปล่าของภูดิศยากจะคาดเดาความคิดของชายหนุ่ม ชวนให้บุรินทร์และกวินท์ เริ่มเห็นใจณิชาขึ้นมา “มึงคิดจะทำอะไรกันแน่วะ? พูดแบบนี้น่ากลัวฉิบหาย”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม