@ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดัง
หลังเลิกงานณิชารีบเดินทางมารับลูกชายของเธอในทันที อารมณ์หงุดหงิดถูกเก็บพับเอาไว้ในใจ แปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์ดี เมื่อได้เจอลูกชายในชุดนักเรียนอนุบาล
“สวัสดีครับคุณแม่ พี่นาวินคิดถึงที่สุดเลย” หนูน้อยนาวินรีบวิ่งเข้ามากอดขาเรียวคุณแม่ยังสาวด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนความสุขและอารมณ์ดี
“มาเรียนวันแรกสนุกไหมครับ” ณิชาเอ่ยถามลูกชายตัวเองด้วยน้ำเสียงอบอุ่นปนเอ็นดู และแอบเป็นห่วงไม่น้อย
“สนุกครับ พี่นาวินชอบมาก”
“เก่งมากครับเด็กดีของแม่ งั้นเรากลับคอนโดฯ ดีกว่า”
“ไปครับ” หนูน้อยนาวินตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใส พลันจับมือคุณแม่ยังสาวแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี
“เย็นนี้เราสองคนทานอะไรดีครับ” คำถามทุกเย็นที่คุณแม่ยังสาวมักเอ่ยถามลูกชาย และคำตอบที่ได้มักถูกใจเธอเสมอ
“อะไรก็ได้ครับ อาหารฝีมือคุณแม่อร่อยที่สุดเลย”
“ปากหวานจริง” ณิชาย่อตัวอยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย พลันหยิกแก้มลูกชายด้วยความเอ็นดู
“หวานจริง ๆ ครับ พี่นาวินน่ารักไหม” หนูน้อยนาวินพยักหน้ารับคำมารดาเสียงใส แววตาใสซื่อ
“ที่สุดเลยครับ” ในโลกนี้ความน่ารักคงต้องยกให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ ลูกชายที่มักทำให้เธออารมณ์ดีได้ตลอด ต่างจากบิดาทางสายเลือดของหนูน้อยโดยสิ้นเชิง
จนกระทั่ง!
รอยยิ้มสดใสหายไปจากใบหน้าจิ้มลิ้ม แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเศร้าหมอง ก่อนที่หนูน้อยจะเปล่งประโยคชวนให้คุณแม่ยังสาวตัวชา
“พี่นาวินน่ารักขนาดนี้ ทำไมคุณพ่อไม่รักนะ”
“พี่นาวิน พูดอะไรแบบนี้คะ” ณิชาตอบกลับเสียงหลงปนน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อลูกชายเอ่ยถามถึงบิดาตัวเอง
“ก็จริงหนิครับ คุณพ่อไม่รักพี่นาวิน ก็เลยไม่มาหาเลย”
“ปกติหนูไม่ถามถึง แม่ก็เลยไม่คิดว่าหนูอยากเจอ” ณิชาพยายามตั้งคำถามกลับลูกชายอย่างใจเย็น
“กลัวคุณแม่โกรธครับ” หนูน้อยนาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงและแววตาเศร้าหมอง พลันหันไปมองครอบครัวเด็กนักเรียนคนอื่น ที่มีทั้งบิดาและมารดามารับจากโรงเรียนพร้อมหน้าพร้อมตา
กึก! คำพูดของลูกชายเสมือนน้ำเย็นยะเยือกสาดใส่ใบหน้าสวยของเธอ ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณชวนให้ใจหนาวเหน็บ
“แม่ไม่เคยคิดโกรธหนูเลยนะลูก แม่มีเหตุผล แล้ววันหนึ่งแม่จะอธิบายให้หนูเข้าใจเอง”
“ครับ” หนูน้อยนาวินพยักหน้าด้วยสีหน้าและแววตาเศร้าหมอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางเพื่อให้มารดาสบายใจ
“งั้นกลับบ้านกันนะลูก เย็นนี้แม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทาน” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคุณแม่ยังสาว แต่แววตากลับประกายความเจ็บปวดออกมาจนจุกอก
อีกมุมหนึ่ง
รถยนต์คันหรูขับมาจอดหน้าโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ที่เนืองแน่นไปด้วยเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่มารอรับบุตรของตนเอง สร้างความงุนงงปนสงสัยให้กับภูดิศไม่น้อย
“เธอมาทำอะไรที่นี่”
มือหนาถอดแว่นดำออกและหมายจะเดินลงจากรถยนต์ แต่กลับต้องชะงัก! เมื่อเสียงมือถือเครื่องหรูดังขัดจังหวะขึ้นพอดี
(อะไร) เสียงเข้มตอบกลับเลขาคนสนิทด้วยท่าทางหงุดหงิด พลันกระแทกเสียงเข้มใส่ธนัทท่าทางเร่งรีบ
(เจ้านายครับ เจ้านายมีนัดทานอาหารกับท่านต่อศักดิ์ครับ) ธนัทรีบเอ่ยเตือนตารางงานเจ้านายหนุ่มในทันที เกรงเจ้านายลืมตารางงานของตนเอง แต่! กลับถูกเจ้านายหนุ่มตอบกลับเสียงแข็ง
(ไม่ไป)
(ไม่ได้ครับ) ธนัทยังคงยืนกราน เมื่อนัดครั้งนี้ค่อนข้างสำคัญและเจ้านายไม่สามารถเสียมารยาทได้โดยการยกเลิกนัด
(ธนัทนี่นายเป็นเลขาหรือเมียฉันกันแน่) ภูดิศกระแทกเสียงเข้มใส่เลขาคนสนิทด้วยท่าทางไม่พอใจ เมื่อเลขาคนสนิทไม่เชื่อฟังคำสั่งของตนเอง
(เป็นเลขาครับ)
(ไม่ไปโว้ย) ภูดิศยังคงยืนกรานคำเดิม พลันกวาดสายตาออกนอกรถ เพื่อมองหาใครบางคนที่ตัวเองตามออกมาตั้งแต่บริษัท
(ไม่ได้ครับ เรื่องนี้สำคัญมาก)
“หายไปไหนแล้ววะ” ประธานหนุ่มพึมพำกับตนเองเบา ๆ เมื่อเป้าหมายที่ตัวเองตามกลับหายออกจากสายตา
(ผมอยู่ที่บริษัทครับ ว่าแต่เจ้านายหายไปไหนครับ) ธนัทตอบกลับเจ้านายด้วยคำตอบใสซื่อ คิดว่าเจ้านายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเอง
(เรื่องของฉัน ตามไปเจอฉันที่ร้านอาหาร) เมื่อธุระครั้งนี้สำคัญ ชายหนุ่มจึงจำใจเลิกติดตามณิชา และเปลี่ยนเป้าหมายแทนด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะตัดสายเลขาคนสนิทในทันที
“เธอมีลูกแล้วเหรอวะ? แม่ง! เธอมีครอบครัวใหม่อย่างที่พูดจริง ๆ สินะ”
@ คลับหรูใจกลางกรุง
บุรินทร์และกวินท์นั่งมองภูดิศยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าหล่อเหลาแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่แทบตลอดเวลา จนกระทั่ง! เพื่อนรักทั้งสองอดตั้งคำถามขึ้นไม่ได้
“งานมีปัญหาเหรอวะ”
“เปล่า” ภูดิศตอบกลับเพียงสั้น นัยน์ตาคมจับจ้องมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือเงียบ ๆ ด้วยสายตาน่ากลัว
“หงุดหงิดอะไรวะ” บุรินทร์ตั้งคำถามอีกครั้ง และดูเหมือนครั้งนี้จะได้รับคำตอบจากภูดิศ
“กูเจอณิชา” น้ำเสียงเรียบเฉย แววตาประกายความสับสนออกมา เสมือนรอคำตอบบางอย่าง
“กลับมาเจอกันแล้วเหรอวะ” กวินท์เบิกตาโตด้วยความตกใจ พลันตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางตื่นเต้น
ต่างจากภูดิศที่ยังคงนิ่งและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เสมือนไม่ได้รู้สึกอะไรในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา
“อือ”
“เจอได้ไง” บุรินทร์ยังคงตั้งคำถามด้วยความแคลงใจ เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมาแทบไม่เคยเจอตัวณิชาหรือทราบข่าวคราวของหญิงสาวแม้แต่ครั้งเดียว
“ทำงานบริษัทกู”
“ฟ้ารังสรรค์ฉิบหาย ว่าแต่มึง” กวินท์ยกยิ้มมุมปากเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลันหรี่ตามองไปยังภูดิศเสมือนต้องการอ่านใจ
“เธอมีครอบครัวแล้ว” น้ำเสียงแข็งกระด้าง นัยน์ตาแฝงรังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แอบแฝงไปด้วยบางอย่าง
“หือ” บุรินทร์หันขวับมองหน้าภูดิศ แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดออกมา แต่! หากเป็นเช่นนั้นจริง กลับรู้สึกยินดีกับณิชาไม่น้อย
“น้องณิชาแต่งงานใหม่ไปแล้วเหรอ”
“เออสิวะ” ภูดิศกระแทกเสียงตอบคำถามกวินท์ ที่กำลังย้ำสถานะของหญิงสาวท่าทางใสซื่อ
“มึงมั่นใจได้ไง” บุรินทร์ยังคงตั้งคำถามต่อ เพราะดูเหมือนเรื่องราวในชีวิตของณิชาขาดห้วงไปนานหลายปี จนต้องปะติดปะต่อใหม่
“เธอมีลูกแล้ว” คำตอบที่แน่ชัดคงหนีไม่พ้นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ซึ่งบ่งบอกว่าหญิงสาวคงมีลูกแล้ว
“หา/หา” บุรินทร์และกวินท์อุทานเสียงหลงกับสิ่งที่ได้ยิน ปนแปลกใจไม่น้อย แต่! กลับยังคงนิ่งไร้การตั้งคำถาม
“แม่ง! ตอนอยู่กับกูไม่ท้อง” ภูดิศสบถออกมาท่าทางฉุนเฉียวปนหัวร้อน เมื่อลูกที่เขารอคอยมาตลอดเมื่ออยู่กินฉันสามีภรรยากับณิชา กลับเป็นผู้ชายคนอื่นที่ได้รับแทน
“มึงไม่มีน้ำยาไง” กวินท์ยกยิ้มมุมปาก พลันทับถมด้วยถ้อยคำเจ็บปวดใจใส่ภูดิศ ชวนเรียกสายตาน่ากลัวจากภูดิศให้หันไปมองทันที
“มึงอยากตาย”
“เปล่าครับคุณภู คือมึงไม่ใช่เนื้อคู่น้องณิชาไง”
“เหรอ” คำสั้นที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เยือกเย็นแต่พร้อมพ่นไฟแผดเผาให้ละลายเป็นน้ำ
“ใช่ไง ตอนนี้น้องคงเจอเนื้อคู่ของตัวเองแล้ว”
“เนื้อคู่เหมือนเนื้อย่างรึเปล่า”
“ยังมีอารมณ์ขัน แสดงว่าทำใจได้แล้ว” บุรินทร์พยักหน้าเบา ๆ เข้าใจว่าภูดิศคงทำใจกับเรื่องราวของอดีตภรรยาได้แล้ว
“กูทำใจได้นานแล้ว”
“ดีแล้ว ปล่อยน้องณิชาให้ไปมีความสุขเถอะ”
“อยู่กับกู ไม่มีความสุขงั้นเหรอ” คำพูดชวนตงิดใจของกวินท์ เรียกสายตาน่ากลัวของภูดิศอีกครา
“อดีตคงมีความสุขแหละ แต่ตอนนี้คงมีความสุขมากกว่า”
“กูไม่ยอม” น้ำเสียงนิ่งราวกับท้องฟ้าเงียบสงัด ที่กำลังก่อตัวเป็นพายุพัดโหมกระหน่ำ ชวนให้บุรินทร์และกวินท์หันมองเป็นตาเดียว
“มึงคิดจะทำอะไร มึงจะแย่งเมียเก่ากลับมาเหรอ”
“ได้ไหมล่ะ” ภูดิศยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์ อันที่จริงเรื่องลูกของเธอ เขาไม่ได้ติดใจอะไรสักเท่าไรนัก
“ไอ้เวร ผิดศีลห้านะเว้ย” บุรินทร์รีบพูดแย้งขึ้น หวังให้ภูดิศปล่อยวางเรื่องราวในอดีด
แต่! กลับถูกภูดิศตอบกลับด้วยถ้อยคำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นยะเยือก
“กูไม่ใช่คนดี”
สายตาว่างเปล่าของภูดิศยากจะคาดเดาความคิดของชายหนุ่ม ชวนให้บุรินทร์และกวินท์ เริ่มเห็นใจณิชาขึ้นมา
“มึงคิดจะทำอะไรกันแน่วะ? พูดแบบนี้น่ากลัวฉิบหาย”