ตอนที่ 1
อย่ามาเพ่นพ่าน
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น แกก็เห็นว่าพ่อคบกับคุณน้าศินีมานานแล้ว เธอนิสัยดี ชาติตระกูลดี มีอันจะกิน ไม่เป็นแบบที่แกกำลังจะอ้าปากแย้งฉันแน่นอน”
เสียงของเรวัตเอ่ยตัดบทพร้อมกับยกกาแฟนขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายอารมณ์ อย่างไม่สนใจสีหน้า ชินกร ผู้เป็นลูกชายสักนิดว่ากำลังบูดบึ้งขนาดไหน กับข่าวที่พึ่งได้ยินว่าพ่อของตนกำลังจะแต่งงานใหม่
“เหอะ รีบพูดดักคอกันขนาดนี้ กลัวไม่ได้แต่งรึไงครับ”
มุมปากของผู้เป็นพ่อกระดกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยกับคำถามนั้น แต่ก็ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไป เพราะรู้จักนิสัยลูกชายของตัวเองดีตามประสาพ่อลูกที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี
หลังจากที่แม่หรือภรรยาของเขาพวกเขาจากไปด้วยโรคร้าย เรียกได้ว่าตั้งแต่ชินกรอายุได้สิบปีจนตอนนี้เขาก็ยี่สิบสองเข้าไปแล้ว และเรื่องที่ทำให้ผู้เป็นลูกชายต้องทำหน้าบึ้งทำไมเขาจะมองไม่ออก
เพราะถ้าให้เรวัตเดาเจ้าลูกชายตัวดีคงกำลังหาเรื่องอะไรมาอ้างว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะสมกับการเป็นแม่ใหม่ของเขา ด้วยให้เหตุผลว่าผู้หญิงส่วนใหญ่คิดจะมาหลอก มาปอกลอกอะไรตน อะไรทำนองนั้น
“สรุปยังไง แกคิดจะขัดพ่อไหม”
เรวัตเอ่ยถามคำถามเดิมที่เป็นหัวข้อสนทนาของวันนี้ออกไป ในขณะที่ชินกรเองทำเพียงแค่ถอนหายใจหนักๆ นิ้วมือถือดันแว่นที่สวมอยู่ให้เข้าที่หลังจากที่มองพ่อลอดแว่นอยู่พักใหญ่ พร้อมกับตอบกลับเสียงเรียบ
“ก็ดูแลกันให้ดี ๆ อย่าให้มาเพ่นพ่านกวนใจชินก็พอ”
ชายหนุ่มว่าเพียงแค่นั้นแล้วพาร่าวกายสูงร้อยแปดสิบของตัวเองออกไปจากตรงนั้นทั้งที่ยังไม่แตะข้าวสักเม็ด เพราะคร้านจะเถียงต่ออีก
ส่วนเรื่องของคนจะมาเป็นแม่คนใหม่ของเขานั้น ชินกรก็ลงทุนให้คนไปสืบเรื่องราวของเธอมาจนหมดแล้ว สรุปได้คร่าวๆ ว่าเจ้าตัวมาจากครอบครัวมีอันจะกิน ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี เรื่องมาเกาะหวังผลอะไรก็คงจะไม่มี แต่ประเด็นหลักของเขาคือ เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเดินไปเดินมาในบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเท่านั้น
“อ่อ แล้วก็นะ…นี่ เดี๋ยวสิ เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้ลูกคนนี้”
ผู้เป็นพ่อได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้ที่เดินหนีไป ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยในสิ่งที่ตั้งใจพูดอีกเรื่องออกไปด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปหลายวันพอสมควร ชีวิตที่มีแม่เลี้ยงย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคา สำหรับชินกรมันก็ไม่ได้แย่ หรือว่าอีกทางหนึ่งเขาก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับมัน
ทางด้านแม่เลี้ยงคนใหม่ก็วางตัวได้เหมาะสมกับที่เขาต้องการ พูดง่ายๆ ก็คือ หล่อนเอาใจเพียงแค่พ่อของเขาคนเดียว ไม่ได้มาวุ่นวายหรือพยายามทำตัวเป็นแม่ที่ดีเพื่อเอาใจเขา ซึ่งนั่นมันก็คือสิ่งที่ชินกรต้องการอยู่แล้ว
แต่ความสงบสุขที่มีก็หายไปในวันหนึ่ง..
“เฮ้อ ทำตัวเป็นวัยรุ่นกันไปได้ อายุก็จะเกษียณอยู่ละ”
ชินกรบ่นออกมาทันทีที่กลับบ้าน เมื่อหูมันได้ยินเสียงหัวเราะและคำหยอกเย้าแว่วมาเบาๆ มาจากส่วนของสระว่ายน้ำ
ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพ่อและเมียใหม่ของเขานั่นเอง หนุ่มวัยยี่สิบสองกลอกตามองบน กับความข้าวใหม่ปลามันที่ย่าหมั่นไส้นั่น ซึ่งนั่นมันก็ดึงความสนใจของเขาได้เพียงครู่ ถ้าเทียบกับภาพตรงหน้าในขณะนี้
“เธอเป็นใคร แล้วนี่ทำไมมาเพ่นพ่านในบ้านของฉัน”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจถูกตะเบ็งออกไปทันที พอกันกับสายตาเหยียดๆ ที่กวาดมองเรือนร่างของสาวที่นั่งไขว่ห้างเล่นมือถืออยู่ตรงหน้าไปด้วย
'เพ่นพ่าน? เพ่นพ่านนี่มันใช้กับหมากับแมวไม่ใช่หรือไงวะ' ใบหน้าของหญิงสาวหันมาตามเสียงเรียกขณะในใจก็คิด
ดวงตาคมของชินกรมองลอดแว่นอย่างพิจารณา ดูแล้วเธอมีลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่เด่นชัดคือหน้าตาค่อนไปทางฝรั่งอยู่เกือบครึ่ง ดวงตากลมโตจมูกโด่งเป็นสัน สีของดวงตาก็ดูแตกต่างกับเขา ไหนจะริมฝีปากอวบอิ่มเซ็กซี่แบบที่กำลังน่ามองถูกทากลบด้วยลิปกลอสมันวาว
แต่ทว่าเรือนผมของเจ้าตัวกลับมีสีน้ำตาลแบบคนเอเชีย แต่ไม่ว่าจะตะแคงมองท่าไหนก็รู้ว่าเป็นลูกครึ่งอย่างแน่นอน ฉับพลันเขาก็นึกออกทันที ว่าสาวเจ้าก็คงเป็นลูกติดของคุณแม่เลี้ยงกับสามีต่างชาติที่เลิกรากันไปแน่นอน
‘พ่อนะพ่อ ก็บอกแล้วแท้ๆ ว่าอย่าให้ใครมาเพ่นพ่านที่นี่’
ความพอใจมันตีรื่นขึ้นมาในความรู้สึกของชายหนุ่ม ส่งให้สีหน้าที่ดูบูดบึ้งมากขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นมันทำเอาสาวในชุดนักศึกษาที่นั่งอยู่ก่อนเกิดทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะพยายามแก้สถานการณ์อึดอัดนี่ออกไป
“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ คือพี่ชื่อรสราหรือเรียกพี่โรสก็ได้นะคะ เป็นลูกของแม่ศินี”
คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันหนักกว่าเดิม ด้วยความแปลกใจกับสำเนียงภาษาของเจ้าตัว ที่ถือว่าชัดเจนต่างกับหน้าตาที่ติดไปทางฝรั่ง รูปร่างอวบอัดภายใต้ชุดนักศึกษาทำเอาชินกรต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
หากแต่นั่นก็ไม่ได้มากไปกว่าความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายกำลังมายุ่มย่ามในพื้นที่ของเขาแบบนี้
“แม่เธอไม่ได้บอกรึไง ว่าอย่ามาวุ่นวายอะไรที่บ้านของฉัน”
ใบหน้าสวยตึงขึ้นมานิดหน่อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงห้วนๆ กับท่าทางไม่สบอารมณ์ของชายหนุ่ม ท่าทีอยากผู้มิตรเมื่อครู่หายไปในพริบตา ก่อนจะเอ่ยตอบกลับน้ำเสียงยียวนไม่ต่างกัน
“ไม่น่าเชื่อว่าลูกของคุณลุงจะมารยาทไม่ค่อยดีแบบนี้ ฉันอุตส่าห์ทักทายดีๆ ก่อนแล้วนะ”
“เหอะ ใครสนกัน แล้วนั่น! ช่วยกรุณาอยู่นิ่งๆ ด้วย อย่าเที่ยวมือซนไปจับอะไรเล่นเข้า ถ้ามีอะไรเสียหายขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบไม่ไหว”
รสราโกรธจนอยากจะกรี๊ดใส่หน้าขาเรียวเตรียมสับเท้าเข้าไปหา แต่อีกฝ่ายกลับไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้น
"อ๊ะ อ๊ะ แล้วก็อย่าคิดจะเดินเข้ามาใกล้ฉันเกินสามเมตรนะ ฉันไม่ชอบหายใจใกล้คนแปลกหน้า"
ชินกรทิ้งท้ายก่อนจะเดินลงน้ำหนักเท้าออกจากตรงนั้นไป
แม้ว่าลึกๆ ชายหนุ่มเองจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงต้องทำตัวไร้มารยาทกับเธอแบบนั้น แต่เขาไม่ชอบจริงๆ กับการที่ต้องเปิดรับอะไรใหม่ๆ เข้ามา แค่แม่ใหม่ก็ว่าเปิดพอแล้ว นี่ยังจะลูกสาวหล่อนอีกงั้นเหรอ 'ไม่เอาด้วยคนหรอก'
แต่ก็เอาเถอะ ไม่อยู่นานก็ถือว่าดีแล้ว เพราะเอาเข้าจริงถ้าเขาได้มองอีกฝ่ายที่มีรูปร่างแสนเซ็กซี่ภายใต้ชุดนักศึกษารัดรูปนานๆ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไงต่อ ในเมื่อสาวแปลกหน้าเมื่อครู่ ทั้งกลิ่นตัวหอมๆ ที่พยายามเดินเข้ามาใกล้ ดีที่เขาห้ามทัน ใบหน้าตอนโกรธก็ดูยั่วยวนช่างชวนให้จับกระแทกเสียเหลือเกิน…
'ไปไกลๆ ซะได้ก็ดี ใจคอไม่ดีหมด'
แต่แม้จะเลี่ยงแบบนั้น ช่วงค่ำซึ่งเป็นเวลาของมื้ออาหาร ชายหนุ่มก็ไม่อาจบ่ายเบี่ยงการเจอหน้าสาวเจ้าได้ เมื่อที่โต๊ะอาหารมีสาวลูกครึ่งนั่งรอพร้อมกับผู้ใหญ่ทั้งสองของบ้านอยู่แล้ว แถมตำแหน่งเก้าอี้ของเจ้าตัวยังเป็นฝั่งตรงข้ามกับของเขาอีก นั่นมันทำให้ชินกรจำต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้
แถมลางสังหรณ์ของความไม่น่าไว้ใจยังตงิดอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อลูกติดแม่เลี้ยงที่นั่งฝั่งตรงข้าม มองมายังเขาพร้อมส่งยิ้มกวนๆ มาให้
‘ยัยนี่! ตั้งใจจะกวนประสาทกันรึไง’
ชายหนุ่มพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเก็บอาการไม่พอใจเอาไว้ให้ได้มากที่สุด หูก็ได้ยินผู้เป็นพ่อเอ่ยแนะนำหญิงสาวตรงหน้าไปด้วย
"ชิน นี่หนูโรสลูกสาวคนเดียวของน้าศินี เธอแก่กว่าลูกสองปี พ่ออยากให้ลูกทำความรู้จักกันไว้ หนูโรสเป็นเด็กเรียบร้อย นิสัยดี แล้วก็เรียนเก่ง เผื่อมีอะไรช่วยเหลือเราได้ หนูโรส ยังไงลุงก็ฝากเจ้านี่ด้วยนะ มันเป็นคนขวางโลก แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรหรอก"
ท้ายประโยคของเรวัตอ่อนลงต่างจากเวลาพูดกับลูกชายตัวเองนัก ไหนจะรอยยิ้มอบอุ่นที่เจ้าตัวส่งไปให้ลูกติดของเมียใหม่นั่นอีก มันกระตุ้นต่อมหงุดหงิดของชินกรได้นัก
‘เรียบร้อยบ้าอะไร เมื่อเย็นยังเห็นเถียงคำไม่ตกฟากอยู่เลย’
บ่นกับตัวเองในใจไม่ถึงนาที ร่างกำยำของชินกรก็มีอันสะดุ้งขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับเบนสายตาไปยังต้นขาของตน ที่เวลานี้มันกำลังถูกรุกล้ำด้วยเท้าเปลือยเปล่าของพี่สาวผู้เรียบร้อย (?) เธอจงใจถูกไถมันไปมาราวกับต้องการแกล้งเขา
***