ตอนที่ 2 - เลขาใหม่ (3/3)

1161 คำ
| พาริส | แต่เหมือนเป็นค่ำคืนที่แสนจะโชคร้ายของผม ยัยป้าเฉิ่มนี่เรื้อนไม่หยุด ละเมอไปพลางปัดป่ายเอาสองมือเกาเนื้อตัวของเธอเอง จนผมต้องตื่นมาเปิดไฟตรงหัวเตียง ผมถึงเห็นว่าเนื้อตัวของยัยเลขามันแดงเถือกไปหมด ไม่รู้เธอแพ้อะไร รู้แต่เธอพยายามเกาตัวเองจนผมกลัวตัวเธอจะถลอก เพราะเล็บยาวๆ นั่นเริ่มจิกตัวเองแน่น ตอนนี้มันยากตรงที่จะทำยังไงให้เธอหายคันดี ที่คิดได้ตอนนี้คือรวบตัวเธอไว้กันเธอเกาตัวเอง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ต่อสายหารีเซฟชั่น ยาแก้แพ้และผ้าขนหนูคือสิ่งที่ผมขอไปกับคนปลายสาย และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น พนักงานก็เอาของที่สั่งมาส่งให้ เฮ้อ…คืนนี้มันไม่ใช่คืนของผมเลยจริงๆ แต่ไหนๆ ดูแลมาถึงขนาดนี้แล้ว ดูแลต่ออีกหน่อยก็คงไม่ตายหรอกมั้ง ว่าแล้วผมก็ประคองตัวเธอขึ้นมานั่งเพื่อจะให้กินยา แต่เหมือนเธอดื้อด้าน ถุยยาเม็ดเล็กนั่นออกมาหลายทีจนผมยอมแพ้ ความหงุดหงิดบังเกิดขึ้น ไม่รู้อะไรดลใจ ผมอมยาแก้แพ้ไว้ในปากพร้อมน้ำเปล่า ประกบปากยัยเลขาตัวแสบ แล้วส่งยาเม็ดเล็กกับน้ำเปล่าผ่านปากผมต่อไปให้เธอ ใช้ปากตัวเองอุดปากเธอไว้ไม่ให้คายมันออกมา ยื้อยุดอยู่ไม่นานเธอก็ยอมกลืนมันลงคอไป ก่อนจะผลักตัวผมออก ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวและหลับไปในที่สุด หน้าที่ต่อไปของผม คือจับเธอเช็ดตัว น้ำดื่มที่วางไว้ถูกนำมาชุบกับผ้าขนหนูผืนเล็ก เพราะกลัวว่าเธอจะแพ้น้ำประปา เช็ดอยู่นานสองนานจนตัวเธอเริ่มหายแดงกลับมาเป็นปกติ เฮ้อ...ผมจะบ้าตายว่ะครับ คืนนี้มันจะมีอะไรประหลาดๆ มาให้ผมต้องจัดการอีกไหมเนี่ย จากที่เมื่อกี้กำลังจะหลับอยู่รอมร่อ กลับกลายเป็นตาสว่างโร่อย่างกับกินเครื่องดื่มชูกำลังผสมกาแฟเซเว่นมายังไงยังงั้น ดังนั้นการนอนมองหน้ายัยเฉิ่มนี่นิ่งๆ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จะว่าไปพอลองพินิจพิเคราะห์มองดูดีๆ ยัยนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ พอไม่ใส่แว่นทรงป้ากรอบทอง หน้าตาเธอดูจิ้มลิ้มน่ารักยิ่งกว่าดาราสาวๆ บางคนซะอีก เสียแต่แต่งตัวเฉิ่มเชยไปหน่อย ไม่สิ...ต้องบอกว่าไปมาก ผมมองเธอเพลินจนลืมตัว ยกมือขึ้นมาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามกรอบหน้าของเธอ เริ่มตั้งแต่หน้าผาก คิ้ว จมูก ไล่ลงไปถึงริมฝีปากบางสวย ก่อนผมจะเผลอไผลขยับหน้าเข้าใกล้ จุมพิตเธอแผ่วเบาเพียงภายนอก โดยที่ไม่ล่วงล้ำเข้าไป และเป็นตัวผมเองที่ดึงเธอมากอด โดยที่ตัวเราทั้งสองยังเปลือยเปล่า ไม่ต้องถามว่าผมทนได้ยังไง...เอาเป็นว่าผมเหนื่อยจนหลับไปเอง น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุด กระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์ เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ยกตัวเองขึ้น ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีใครบางคนกอดตัวผมแน่น และผมเองก็กอดตัวเธอแน่นเช่นกัน ผมค่อยๆ ผละตัวเองออกมาจากตัวเธอ เพราะรู้สึกปวดฉี่ หยิบเอาผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้หลวมๆ เดินเข้าห้องน้ำไป แต่พอกลับออกมา…ความดีที่ผมทำไว้เมื่อคืนมันกลับกลายเป็นศูนย์ เธอก่นด่าผม พลางขว้างหมอนใส่ผม หาว่าผมเป็นไอ้โรคจิต หาว่าผมทำอะไรเธอ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเธอยั่วผมเองแท้ๆ และที่หนักสุด เธอหาว่าผมเป็นเกย์ โอ๊ย…ไปกันใหญ่แล้ว!! ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่งนะครับ ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่เก้งกวางอย่างที่ยัยแพรรุ้งบอกไว้ ไม่รู้ป๊าไปโม้อะไรกับพวกลูกน้องไว้ คนทั้งบริษัทถึงคิดว่าผมเป็นเกย์กันซะหมด หรือจะเป็นทริคของน้านีย์ที่ไม่ให้พวกพนักงานสาวๆ มาก้อร่อก้อติก อยากจับผมเป็นสามีก็ไม่รู้สิ แล้วไอ้ที่บอกว่าเพื่อนสาวอะไรนั่น มันยิ่งทำให้ผมหัวเราะขำเธอในใจ อยากจะบอกเหลือเกินว่าผมเป็นผู้ชายเต็มร้อย แมนมาก แต่พอคิดอีกที ปล่อยให้ทุกคนคิดไปแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เพราะพอผมเห็นท่าทางอวดดีของยัยแพรรุ้งนี่ ผมอยากจะแกล้งเธอชะมัด เอาวะ…เพื่อนสาวก็เพื่อนสาว อยากลองเป็นเพื่อนสาวยัยเฉิ่มเชยนี่เหมือนกัน คงสนุกพึลึกน่าดู!! “เอาเป็นว่าเรื่องเมื่อคืนผมจะไม่ถือโทษโกรธคุณละกัน แต่…” “หืม…แต่อะไรคะ” “แต่คุณต้องเริ่มสอนงานผมตั้งแต่วันนี้” ผมทำเสียงเข้มขึ้นให้ดูน่าเกรงขาม “เดี๋ยว คุณพาริส แต่วันนี้มันวันเสาร์นะคะ” “ทำไม คุณมีนัดกับนายจูฮวอนอะไรนั่นเหรอ” “เดี๋ยวก่อน…ทำไมคุณถึงรู้ล่ะ” ยัยเลขาถามผมด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะทำสีหน้ากรุ้มกริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้ “เขาเป็นใคร แฟนคุณเหรอ เมื่อคืนผมได้ยินคุณละเมอถึงเขาตลอดเวลา” “อะ…อ๋อ ใช่ค่ะ แฟนฉันเอง เขาหล่อมาก หล่อกว่าคุณอีก จริงๆ เสาร์อาทิตย์นี้ เรามีนัดกัน” เธอพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย อีกทั้งยังเกทับว่าเขาคนนั้นหล่อกว่าผมอีก “งั้นเสาร์อาทิตย์นี้ ยกเลิกนัดเขาซะ” “แต่…” “ไม่มีแต่ครับ นี่เป็นคำสั่ง คุณต้องสอนงานผมทุกอย่าง ส่วนผมก็ต้องสอนเรื่องการเข้าสังคมให้คุณด้วย เพราะต่อจากนี้ เวลาที่ผมจะไปประชุมที่ไหน หรือไปทำอะไร คุณต้องไปกับผมทุกที่” เธอเริ่มทำหน้าเบื่อหน่าย กรอกตามองบน ประหนึ่งผมไม่ได้เป็นเจ้านายเธอ ทั้งคำพูด ทั้งกิริยาท่าทางที่แสดงออกมาเช้านี้ ไม่เห็นเรียบร้อยอ่อนหวานเหมือนกับตอนเป็นเลขาให้ป๊าเลยสักนิด “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว แพรรุ้ง…นี่ผมเป็นเจ้านายคุณนะ” “ค่า…คุณเจ้านายเพื่อนสาวผู้น่ารัก” เธอลากเสียงประชด ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงผมเลยสักนิดเดียว หึ…ได้ครับ ยิ่งดื้อด้านแบบนี้ ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปใหญ่ เฉิ่มก็เฉิ่มเหอะ เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนสาวเฉิ่มทึนทึกเป็นสาวแซ่บให้ดู!! :: โปรดติดตามตอนต่อไป :: เอาแล้วววว ท่านประธานคิดอะไรกับคุณเลขารึเปล่า ถึงไปป้อนยาเขาแบบนั้นอะ!? แล้วที่ว่าจะเปลี่ยน จะเปลี่ยนยังไงนะ!? อิอิ :)
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม