ตอนที่ 4 - ชุดใหม่ (1/3)

984 คำ
| พาริส | เอาอีกแล้ว…ยัยแพรรุ้งทิ้งตัวใส่ผมอีกแล้ว ไหนตอนก่อนสั่งบอกว่ากินไวน์เป็นไง กินแล้วไม่ร่วงแน่นอน แล้วไหงสุดท้ายมาเป็นภาระผมแบบนี้อีกแล้วล่ะ โชคดีที่วันนี้เธอไม่ได้ฟุบจนภาพตัดเหมือนคืนก่อน ดีที่ยังพอมีสติพูดคุยรู้เรื่อง และไม่มีท่าทีว่าจะขย้อนของที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา ผมประคองตัวคนเมาให้มานั่งข้างๆ ก่อนเธอจะโยกหัวมาพิงไหล่ผมไว้ แล้วปิดเปลือกตาหลับไป คงทั้งเพลีย ทั้งเมา ทั้งง่วงผสมปนเปกันไปหมด ถึงแม้ลุคของเธอจะเปลี่ยนจากยัยป้าเฉิ่มเบ๊อะมาเป็นสาวสวยน่ารัก จนหนุ่มๆ หลายคนมองตามตาเป็นมัน แต่ฝีปากเธอยังคงเราะร้ายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่พูดก็พูดเถอะ พอเธอสวยขึ้นมาแบบนี้ ผมเองก็ชักจะโดนเธอตกแล้วเหมือนกันแฮะ ดูจากเรื่องงานรวมถึงเรื่องสัพเพเหระที่เธอเล่าให้ฟัง แพรรุ้งดูเป็นคนคล่องแคล่ว ฉลาด ไหวพริบดี ถามอะไรก็ตอบได้หมด ถ้าไม่นับความเป็นเพื่อนสาวที่เธอมโน ผมว่าเธอเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์และอัธยาศัยดีมากๆ คนหนึ่ง สังเกตได้จากตอนที่เธอคุยเล่นกับบรรดาพนักงานร้านโน้นร้านนี้ที่ผมพาเธอไปซื้อของ พาเธอไปเปลี่ยนลุค ความร่าเริงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เธอดูสดใสและมีแต่คนชอบ และผมคิดว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ดันชอบเธอขึ้นมาจริงๆ จากที่จะแกล้งเปลี่ยนลุคเธอเล่นๆ ตอนนี้ผมเล่นไม่ออกแล้วละครับ ความน่ารักของเธอสะกดสายตาผมครั้งแล้วครั้งเล่า จนผมละสายตาจากเธอแทบไม่ได้เลย ผมนั่งจิบไวน์ ฟังดนตรีสดที่มีนักดนตรีและนักร้องสองสามคนขึ้นมาขับกล่อม บรรเลงและขับร้องเพลงสากลในสไตล์อะคูสติก ชิลๆ ฟังสบายหู รอกระทั่งคนข้างๆ เริ่มสร่างเมาและได้สติ “คุณพาริส ฉันหลับไปนานมั้ย” “ก็นานจนผมดื่มไวน์ขวดนี้หมดนั่นแหละ” “คุณพาฉันกลับบ้านเถอะ อยู่นานกว่านี้ ฉันกลัวจะเป็นภาระคุณเหมือนเมื่อคืน” เพิ่งรู้ตัวเหรอไงยัยเลขา ว่าเธอน่ะเป็นภาระตัวเป้งเลย!! . . . ผมพาเธอมาส่งยังคอนโดกึ่งเก่ากึ่งใหม่ไม่ไกลจากบริษัทของผมมากนัก วนหาที่จอดรถไม่นานก็ได้ที่จอดด้านหน้าอาคาร ก่อนหอบหิ้วถุงเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าทั้งหลายแหล่เดินตามเธอขึ้นห้องไป ผมว่ารอบเดียวไม่น่าจะขนหมด ผมเลยถือเท่าที่ไหว กะว่าเดี๋ยวค่อยลงมาเอาอีกรอบ ผมให้เธอควงแขนผมไว้ เพราะเธอเองก็ยังไม่สร่างเมาเท่าไร ยังเดินเซไปเซมาทรงตัวเองไม่ได้ ลิฟต์พาเราสองคนขึ้นมาถึงชั้นสิบเอ็ด ก่อนเธอจะพาผมเดินไปตามทางเดิน จนมายืนอยู่หน้าห้อง 1107 “บ้านจ๋า แม่กลับมาแล้ว” เจ้าของห้องพูดขึ้นมาระหว่างล้วงมือเข้าไปควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ ได้มาแล้วก็เอามันแตะที่ประตู ก่อนสัญญาณกลอนประตูดิจิทัลจะดังขึ้น เธอเปิดประตู เชิญผมเข้าไปในห้อง ห้องของแพรรุ้งไม่ได้กว้างขวางมากนัก เป็นคอนโดขนาดหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ น่าจะประมาณสามสิบห้าตารางเมตรโดยประมาณตามไซซ์มาตรฐานทั่วไป ห้องของเธอตกแต่งแบบง่ายๆ ไม่หวือหวา ดูเป็นระเบียบ แม้จะมีบางมุมที่รกๆ บ้าง แพรรุ้งพาผมมานั่งตรงโซฟาหน้าทีวี ก่อนเดินเข้าครัวในสภาพที่ยังเมาไม่สร่าง คว้าเอาเบียร์ในตู้เย็นสองสามกระป๋องมาวางไว้ให้ “อะ คุณพาริส ห้องฉันไม่มีเหล้าราคาแพง มีแค่เบียร์ถูกๆ คุณดื่มได้มั้ย” เธอพูดพลางเปิดกระป๋องเบียร์ยื่นให้ผม และเปิดอีกกระป๋องให้ตัวเอง ยกขึ้นกระดกทีเดียวเกือบครึ่งกระป๋อง ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องครัว เปิดตู้ด้านบนเคาน์เตอร์ครัวเอาพวกขนมก๊อบแก๊บมาเป็นกับแกล้มกินกับเบียร์พวกนั้น “นั่งรอตรงนี้นะ ฉันจะไปเปลี่ยนชุด คุณช่วยรูดซิปไอ้ชุดนี้ออกให้หน่อยสิ ชุดบ้าอะไรแพงก็แพง ยังจะใส่ยากถอดยากอีก” เธอพูดพลางนั่งลงตรงข้างๆ หันหลังให้ผม เพื่อให้ผมช่วยรูดซิปที่เธอว่านั่นลง พอผมรูดซิปลงจนสุด เธอถอดชุดเดรสสีชมพูนั่นออกทันที โดยไม่สนใจว่าผมยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ “แพรรุ้ง ไปแก้ผ้าที่อื่น จะมาแก้ตรงนี้ทำไม” “โอ๊ย...เจ็บๆๆ ” เธอร้องโอยจนผมต้องหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น “คุณพาริสขา ช่วยอีกนิดได้มั้ย ผมฉันมันไปพันกับตะขออะ ช่วยแกะให้หน่อยน้า” ผมจะบ้าตาย...ไม่ได้จะบ้าตายเพราะเธอใช้ผมให้มาช่วยถอดชุดนี่หรอก แต่จะตายก็เพราะยัยแพรรุ้งลากเสียงออดอ้อนนี่แหละ ตายๆๆ อย่าอ้อนเยอะกว่านี้ได้ไหม แค่นี้ผมก็หลงเธอจะไม่ไหวอยู่แล้ว :: โปรดติดตามตอนต่อไป :: เอาแล้วไง ท่านประธานคนใหม่โดนเลขาตกเข้าอย่างจัง ตอนหน้ามาลุ้นกันต่อนะคะ ว่ายัยเลขากับท่านประธานจะทำอะไรกันต่อ ยั่วกันจังเล้ยยยย อิอิ ;D หากเพื่อนๆ ชื่นชอบเรื่องนี้ รบกวนกดหัวใจหรือกดติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ เลิฟยูววว ค่าาา :)
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม