กันภัยกลายเป็นเพื่อนเล่นของคุณหนูจอมเอาแต่ใจอย่างซิดนีย์นับตั้งแต่วันนั้น เพราะเขามองว่าเธอคือลูกของผู้มีพระคุณ จึงเลือกที่จะปล่อยผ่านกับความเอาแต่ใจนั้นมาตลอด
สิ่งหนึ่งที่คนอย่างเขาคงไม่มีโอกาสได้รู้จัก หากไม่ได้เข้ามาอยู่ในวังวนของครอบครัวนี้
มาเฟีย...
กันภัยในวัยเด็กเคยสงสัยว่าทำไมนายใหญ่จึงเลี้ยงลูกน้องผู้ชายจำนวนมากเอาไว้ คนพวกนี้ฝึกร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทุกคนสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันสีเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
แต่คำถามมากมายที่มีอยู่ในหัวนั้นก็ไม่เคยได้รับคำตอบ กระทั่งอายุย่างเข้าสู่ปีที่สิบเจ็ด การได้รับโอกาสให้เรียนในโรงเรียนหรูที่มีแต่คนมีเงินสร้างความอึดอัดในช่วงแรกไม่น้อย แต่อย่างน้อยการมีลูกของเจ้านายสองคนกับคนอื่นๆ ที่คุณหนูเรียกว่า ‘พันธมิตร’ เรียนอยู่ด้วยกันก็พอทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้น
“ทำไมซิดนีย์กับมิรินยังไม่มา” ออสโลซึ่งนั่งรออยู่บริเวณลานม้าหินอ่อนของโรงเรียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือหงุดหงิด
ข้อมือซ้ายถูกยกขึ้นมาดูนาฬิกาเป็นรอบที่สาม พลอยให้กันภัยมองนาฬิกาข้อมือตนเองตามไปด้วย
เลยเวลาพักเที่ยงมาสิบห้านาทีแล้ว...
แปลกมาก เพราะซิดนีย์ไม่ใช่พวกรักเรียก เธอสนุกกับการใช้เวลาพักเที่ยงมากกว่าเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่ามันสมองของคุณหนูไม่เป็นสองรองใคร เธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับลูกสาวของเพื่อนเจ้านายอย่างมิริน ทั้งคู่ผลัดกันคว้าท็อปรายวิชากันอยู่สองคนตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้
“ผมไปตามที่แผนกมัธยมต้นให้ครับ” เป็นเขาทุกทีที่ต้องรับหน้าที่นี้ ซึ่งกันภัยชินไปเสียแล้ว
“อืม กูจะไปจองโต๊ะ เอาน้ำอะไร”
“เดี๋ยวผมไปซื้อให้ครับ”
“กูถาม” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามซ้ำ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตอบไม่ตรงคำถามของตนเอง
“เหมือนของนายครับ ของคุณหนูเป็นมะพร้าวปั่นใส่นม” เมนูประจำที่เธอต้องได้กิน
วันไหนร้านปิดหรือหมด วันนั้นมีเรื่อง
“คิวยาวฉิบหาย” อาการหงุดหงิดแสดงออกมามากขึ้น เมื่อได้ยินร้านที่น้องสาวตัวแสบชอบกิน
“งั้นผมจะซื้อให้เองครับ” น้ำเสียงสุภาพรีบเอ่ยอาสาออกมา
“ไม่เป็นไรกูจะซื้อให้มิรินด้วย มึงรีบไปตามมากินข้าวก่อนจะหมดเวลาพัก”
“ครับ”
“แล้วก็อย่าตามใจกันให้มาก สันดานเสีย”
“...ครับ”
ความดุดันของออสโลเริ่มมีมากขึ้นเมื่อเติบโต ระยะหลังเขาเห็นว่าลูกชายคนโตชอบไปขลุกอยู่ในห้องทำงานของนายใหญ่วันละหลายๆ ชั่วโมง บางทีก็ออกไปข้างนอกกันสองคนในวันหยุด และกลับเข้ามาในตอนเย็นพร้อมกับกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นพลุหรือประทัดตามงานวัดที่เคยไปยืนดูเขาเมื่อก่อน
ออสโลเดินจากไปยังโรงอาหารของโรงเรียน ส่วนเขาก็ตั้งใจจะไปตามคุณหนูทั้งสองคนที่แผนกมัธยมต้นตามที่ได้อาสา
“ไปดูเร็ว มีคนตีกัน!”
“ใครตีใคร”
“พี่มอหกตีกับน้องมอสอง”
“มีคนแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงมอปลาย”
เสียงใครหลายคนวิ่งมาตามคนอื่นๆ ให้พากันไปมุงดูเหตุการณ์ และไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้กันภัยเบนปลายเท้าเดินตามเขาไปดูด้วยอีกคน
เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเดินฝ่าวงล้อมของเด็กมัธยมต้นซึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างจากหน้าห้องห้องน้ำหญิง
ตาซ้ายของเขากระตุกอย่างไร้เหตุผล
ภาวนาว่าคนที่กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนหมู่มาก คงไม่ใช่ลูกสาวคนเล็กของบ้าน
เพียะ!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังชัดเจนเมื่อกันภัยเดินเข้ามาหยุดหน้าห้องน้ำ ผู้ก่อเหตุ คือ คนที่เขาเพิ่งภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่
ซิดนีย์กับมิรินยืนกอดอกมองผู้ชายที่เขาจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่มอหก พร้อมกับกำโทรศัพท์เครื่องสีขาวไม่คุ้นตาแน่น
“ไอ้เหี้ย! แอบถ่ายผู้หญิงในห้องน้ำตั้งแต่อายุเท่านี้ กระจอก...” น้ำเสียงเข้มของคนตัวเล็กดังมากพอที่คนมุงดูเหตุการณ์จะได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้น “พอจับได้ก็ปากแข็ง หลักฐานมีในเครื่องเป็นสิบ”
“กูบอกไงว่าเข้าใจผิด”
“ผิดแม่มึงสิ!! ถ้าเพื่อนกูไม่เงยหน้าขึ้นมาเห็นคงถูกมึงถ่ายไปลงกลุ่มแล้ว กูจะเอามือถือให้ครู...มึงโทรเรียกพ่อแม่มึงมารอเคลียร์กับคนในคลิปได้เลย” คนตัวเล็กชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยอารมณ์เดือดดาล
เธอไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจแม้กระทั่งสายตาน่ากลัวของรุ่นพี่ผู้ชายว่ากำลังโกรธที่ทำให้รู้สึกอับอาย
“อย่าคิดว่าขู่แค่นี้กูจะกลัว พ่อกูก็ตำรวจระวังจะเดือดร้อนถึงพ่อมึง”
ผลัวะ!
ไม้ถูพื้นที่ถูกวางพิงผนังเอาไว้ถูกเธอใช้ปาใส่หน้าของอีกฝ่าย จนแก้มถูกความคมของพลาสติกบาดเป็นทาง
“อีเด็กเวร มึงกล้าทำกับกูแบบนี้เหรอ!!”
มีดคัตเตอร์ซึ่งซุกซ่อนไว้ในกางเกงนักเรียนถูกนำออกมา นิ้วโป้งดันขึ้นจนเห็นวัตถุคมวาววับ รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเขามายังจุดที่นักเรียนหญิงสองคนยืนอยู่อย่างโกรธเกรี้ยว
“กรี๊ดดด!! ซิดนีย์ระวัง” มิรินยกมือปิดตากับภาพที่เห็นด้วยอาการหวาดกลัว
ในขณะที่คนสติดีกว่าอย่างซิดนีย์สามารถจะเยี่ยงตัวหลบคมมีดได้ แต่เพราะความฉุกละหุกไม่ทันตั้งตัวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนตัวเล็กเลือกที่จะเอาตัวบังเพื่อนสนิทที่ตัวเล็กกว่าซึ่งเอาแต่ยืนปิดตาขาแข็งเอาไว้
“คุณหนู!!”
สิ่งที่เห็นทำให้เด็กหนุ่มเลือกที่จะบุกเข้าห้องน้ำหญิงผลักเด็กผู้หญิงสองคนออกจากจุดที่รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเข้ามา ส่งผลให้ใบมีดปักเข้าที่แขนแข็งแรงของเขาจนเลือดอาบ
เด็กหนุ่มนิ่วหน้าเครียดกับความเจ็บที่ทะยานขึ้นอย่างไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน มีดคมปักค้างบนต้นแขนของตนเองแน่นไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
“พี่กัน!!” ซิดนีย์พุ่งเข้ามาจับแขนด้วยความตกใจ
ดวงตาสีรัตติกาลเข้มขึ้นจนดำมืด หันไปมองผู้ก่อเหตุที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์บานปลายจนคุมสติตัวเองไม่อยู่
“อย่ายุ่งกับของของฉัน!”
ผลัวะ! ผลัวะ!!
ด้ามไม้ถูพื้นฟาดเข้ากลางใบหน้าของคนตัวสูงกว่าตนเองเต็มแรงสองครั้งติด เลือดสีแดงฉานหยดลงพื้นแข่งกับเลือดของคนสำคัญของเธอ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของเด็กนักเรียนที่กำลังมุงดูด้วยความแตกตื่น
“กรี๊ดดด!!! มีคนถูกแทง ไปตามครูมาเร็ว!!”
✦✦✦
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องปกครองไม่ได้ทำให้อารมณ์ของลูกสาวคนเล็กของตระกูลปาลาดินีเย็นลงแม้แต่น้อย เธอนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้รอผู้ปกครองฝ่ายตนเองด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดอย่างไม่ปกปิด
ตรงหน้าคือคุณครูฝ่ายปกครองหลายท่านรวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็หันไปกระตุกยิ้มมุมปากมองผู้ปกครองของรุ่นพี่ที่เป็นคู่กรณีกำลังนั่งโอ๋ลูกที่นั่งผวาหลบตาเธอ
ครืดด...
ประตูกระจกบานเลื่อนสีทึบเปิดออก เป็นกันภัยเดินเข้ามาหลังจากทำแผลที่ห้องพยาบาลเรียบร้อย ดวงตากลมโตมองตามกระทั่งเขาหย่อนกายนั่งข้างมิรินกับออสโลซึ่งนั่งอยู่โซฟาด้านหลังเธอ
ประตูไม่ทันได้ปิดสนิทก็ปรากฏร่างสูงน่าเกรงขามของมาเฟียใหญ่เดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา รวมถึงรุ่นพี่คนสนิทของซิดนีย์ซึ่งจบไปหลายปี เธอมาในชุดนักศึกษาและเข้ามาฐานะตัวแทนผู้ปกครองของมิริน
“เจ๊ไข่” มิรินลุกขึ้นวิ่งไปกอดพี่สาวคนเดียวด้วยความกลัว
ไข่หวานในชุดนักศึกษายกมือลูบศีรษะน้องสาวตนเองโดยไม่พูดอะไร และไม่ลืมที่จะวางมือลงบนบ่าของซิดนีย์ที่เสมือนเป็นน้องสาวอีกคนของตนเอง ก่อนจะหย่อนกายนั่งข้างคนตัวเล็กทางด้านซ้าย
เซน ริวาโน ปาลาดินีไม่ถามเหตุการณ์หรือเอ่ยวาจาใดกับใคร เขานั่งลงทางด้านขวามือของลูกสาวคนเล็กด้วยใบหน้าสงบพร้อมกับภรรยารอฟังสิ่งที่คุณครูจะอธิบายถึงการปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในรั้วโรงเรียน
“วิรัลวีร์ ทำไมเธอมาแทนผู้ปกครองของวิรัลรดี” ผู้อำนวยการโรงเรียนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกเมื่อเห็นว่าศิษย์เก่าที่เคยเป็นตัวแสบของโรงเรียนมาเป็นผู้ปกครองแทนที่จะเป็นพ่อแม่ของนักเรียน
“คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ต่างประเทศค่ะ ไข่หวานเลยมาแทน”
“ที่บ้านเธอไม่มีผู้ใหญ่...”
“ไข่หวานอายุยี่สิบสอง อีกหนึ่งเดือนจะเรียนจบ”
“ก็ยังเป็นแค่นักเรียน...”
“เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของวีกรุปด้วยค่ะ มีเงินเดือน” นามบัตรสีดำเรียบหรูถูกวางลงและดันไปตรงหน้าผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมรอยยิ้มหวาน “ตอนนี้เราก็เป็นผู้อำนวยการเหมือนกันแล้วนะคะ เชิญเริ่มได้เลยค่ะ...ไข่หวานมีประชุมตอนบ่ายสาม”
ซิดนีย์ก้มหน้าเม้มริมฝีปากกลั้นขำกับฝีปากของคนที่เธอมองเป็นไอดอล ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นเมื่อเห็นดวงตาสีเข้มของบิดาปรายตามองตนเอง
ทุกอย่างในห้องปกครองผ่านไปทุกนาทีด้วยบรรยากาศตึงเครียด คลิปวิดีโอการแอบถ่ายจำนวนมากถูกนำมาเป็นหลักฐานถึงสาเหตุการก่อเหตุทะเลาะวิวาท หนึ่งในนั้นคือคลิปของมิรินที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาและเงยหน้าเห็นมือถ่ายวิดีโอก่อนจะกรีดร้อง รวมถึงเสียงดังแสดงความตกใจของคนแอบถ่ายที่ดังลอดเข้ามาในคลิปเป็นหลักฐานได้ดีจนไม่สามารถอ้างได้ว่าเพื่อนเอามือถือไปใช้
ผู้เสียหายหลักสิบถูกเรียกมาคุยทีละคนพร้อมกับการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับฟังเหตุการณ์ เรื่องราวจากเด็กทะเลาะกันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอาชญากรรมครั้งใหญ่ของปีนั้น ซึ่งกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างมาก
มิรินถูกไข่หวานพากลับบ้านหลังออกจากห้องปกครอง ส่วนลูกทั้งสองคนของตระกูลปาลาดินีและกันภัยก็เดินคอตกเข้ามานั่งในรถครอบครัวสีดำสนิท
เมื่อกี้นี้บิดาไม่พูดอะไรนอกจากนั่งฟัง คนที่ออกตัวตั้งแต่ต้นจนจบคือรุ่นพี่คนสวยอย่างไข่หวาน ซิดนีย์สัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้นจนใบหน้ากระหยิ่มยิ้มค่อยๆ เจื่อนลงเมื่อเวลาผ่านไปช้าๆ
“ปะป๊า” เด็กน้อยเอ่ยเสียงเครือ เมื่อเห็นว่ารถออกตัวได้สักพักท่านก็ยังไม่พูดอะไรออกมา
“สามเดือน...”
“คะ คะ?”
“ห้ามออกไปข้างนอกสามเดือนทั้งในวันไปโรงเรียนและวันหยุด รถรับส่งของเราจะมารอลูกที่หน้าโรงเรียนเร็วขึ้นสิบนาที และหากภายในยี่สิบนาทีซิดนีย์ยังไม่มาขึ้นรถป๊าจะบวกเวลากักบริเวณเพิ่มไปอีกเจ็ดวัน”
ทุกคนในรถนั่งเงียบ แม้แต่พริมโรสก็ไม่คัดค้านกับบทลงโทษของสามี
“ละ แล้วซิดนีย์จะยังได้ไปวันเกิดของลุงตินที่ฮ่องกงไหมคะ?” เดือนหน้าคือวันคล้ายวันเกิดของพันธมิตรอีกคนของบิดา เธอตั้งหน้าตั้งตาอยากไปเจอลูกๆ ของพวกท่านเพราะสนิทกันมาตั้งแต่ยังเล็ก
“ซิดนีย์จะเฝ้าคฤหาสน์คนเดียว”
“ฮึก!”
“ห้ามร้อง ถ้าทำผิดก็หัดสำนึกไม่ใช่ร้องไห้” เสียงของบิดาเข้มกว่าทุกครั้ง
มันคือเสียงอย่างเดียวกันกับในตอนที่ท่านใช้คุยกับลูกน้อง
แต่เธอเป็นลูก
“ปะป๊า ซะ ซิดนีย์ทำอะไรผิด ก็มันถ่ายคลิปผู้หญิง”
“ลูกอายุสิบสี่ เอาไม้ฟาดหัวคนเต็มแรงถึงสองครั้งจะไม่ให้พ่อตกใจเหรอซิดนีย์!”
“กะ ก็มันทำพี่กัน ฮึก...มันแทงพี่กัน”
“แต่มันไม่ใช่เหตุสมควรที่ลูกต้องทำแบบนั้น ถ้าลูกโตกว่านี้ แรงเยอะกว่านี้เด็กคนนั้นคงตาย” และลูกสาวของท่านก็จะกลายเป็นฆาตกร
จุดที่เกิดแผลบนใบหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้น มาเฟียอย่างเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกโกรธขนาดไหน ไม่มีใครฟาดขมับใกล้กระบอกตาคนอื่นได้แม่นยำขนาดนั้นหากไม่เล็งเอาไว้ก่อน
คนตัวเล็กขยุ้มกระโปรงนักเรียนตนเองแน่น ไม่กล้าเถียงพ่ออีกจึงได้แต่ซบหน้าลงบนไหล่ของกันภัยซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายของตนเอง
“กะ ก็ได้ ซิดนีย์จะยอมถูกกักบริเวณ” สองมือเล็กกอดแขนของคนที่ไม่กล้าขัดขืนในเวลานี้แน่น “แล้วป๊าจะทำยังไงต่อคะ ทั้งเรื่องของซิดนีย์และไอ้บ้านั่น”
“ป๊าจัดการเอง พรุ่งนี้วันศุกร์ทุกคนหยุดเรียนหนึ่งวันแล้วกัน ค่อยไปเรียนวันจันทร์”
คนตัวเล็กได้ยินคำว่าหยุดเรียนอาการเศร้าซึมก็แทบหายเป็นปลิดทิ้ง แต่เพราะไม่กล้ากรี๊ดเสียงดังจึงได้แต่เผล่ยิ้มลับหลังบิดาซึ่งกำลังนั่งกอดอกอยู่ด้านหน้าเงียบๆ
“ค่ะ ซิดนีย์จะโทรไปบอกมิริน ไม่อยากให้ยัยนั่นมาเรียนคนเดียว หรือพี่โลจะเป็นคนโทรบอก” เธอชงเพื่อนให้พี่ชายสุดฤทธิ์
แต่ออสโลกลับก้มหน้าเล่นมือถือเงียบๆ กระทั่งเห็นว่าน้องสาวนั่งกดดันทางสายตาอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยแววตาเย็นชา
“น้องเป็นคนบอกละกัน”
“อะไรอะ! นี่พี่ปันใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าเนี่ย ช่วงหลังๆ พี่โลไม่คุยกับยัยมิรินเลยนะ”
“ไม่ใช่เรื่องของน้อง”
“อ๋อ ว่าซิดนีย์เสือก?”
“ถ้ามันตีความได้แบบนั้นก็ขอโทษด้วย”
“ฮะ!?”
ใบหน้าเล็กสะบัดหนีพี่ชายตนเองอย่างแง่งอน หันมาสนใจบาดแผลของคนที่เอาตัวเข้ามารับมีดแทนตนเอง
“พี่กันยังเจ็บอยู่ไหม ทำไมต้องเอาตัวเองมาเจ็บแบบนี้ด้วย” เสียงแหลมๆ ของเธอบ่นออกมาเช่นทุกครั้ง
แต่สิ่งที่กันภัยตอบกลับมามีเพียงความเงียบและซิดนีย์ชินมันเสียแล้ว ตั้งแต่สองคนนี้ย้ายไปเรียนแผนกมัธยมปลายก็ไม่มีใครคุยกับเธออีกเลยหากไม่จำเป็น
“น้าว่ากันแวะตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลก่อนกลับดีไหมจ๊ะ จะได้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักเพิ่มด้วย”
“เอาตามนั้นเลยค่ะหม่ามี้ ตรวจให้ละเอียดเลยนะคะ” คนตอบรับอย่างรวดเร็วคือซิดนีย์ เจ้าของชื่อไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ตัดสินใจอะไรเอง
“ขอบคุณครับนายหญิง”
“ขอบคุณที่ปกป้องซิดนีย์เช่นกันจ้ะ ครั้งที่สองแล้วนะที่รักษาชีวิตลูกสาวน้าเอาไว้” รอยยิ้มหวานของพริมโรสทำให้บรรยากาศบนรถผ่อนคลายขึ้นหลายเท่าตัว
ก่อนที่จะหยุดลงเมื่อเสียงทรงอำนาจของสามีเอ่ยขึ้น
“แต่ถ้าไม่เจ็บตัวจะดีกว่านี้”
กันภัยก้มหน้า เด็กๆ ที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยกันก็เช่นเดียวกัน
เซนรักความสงบและไม่ชอบให้ใครมาเจ็บตัวหรือสร้างปัญหาให้ ปาลาดินีทุกคนจึงใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นมาเฟียโจ่งแจ้งอย่างที่หลายๆ ครอบครัวทำ นอกจากธุรกิจโรงแรมที่ดูแลให้ตระกูลรูซโซก็ไม่มีใครรู้ว่าปาลาดินีทำงานอย่างอื่นให้รูซโซด้วย
“ขอโทษครับนาย”
“วันหยุดไปกับฉันสิ” มาเฟียใหญ่เมินเฉยคำขอโทษของเด็กที่ดูแล
ซิดนีย์แอบจับสังเกตได้ว่าพี่ชายหันขวับมองบิดาด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีในที่สุด
หม่ามี้ก็ด้วย...
“ครับ”
“ซิดนีย์ไปด้วย” เธอไม่รู้ว่าสถานที่ที่พ่อกับพี่ชายชอบไปด้วยกันคือที่ไหนเพราะไม่เคยสนใจ
แต่ถ้ากันภัยไป ซิดนีย์จะไปด้วย
“ป๊าเพิ่งบอกให้ลูกกักบริเวณตัวเองสามเดือน”
“มะ หม่ามี้ขา” เด็กสาวร้องขอความช่วยเหลือจากแม่
แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการที่ทุกคนเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างคนละทิศละทาง ทิ้งให้สาวน้อยตัวเล็กนั่งกระฟัดกระเฟียดไม่สบอารมณ์จนถึงคฤหาสน์
•─✦❅✦─•