สนามบิน
“ฮึก! แกทิ้งฉัน ฮือๆ คอยดูนะ ฉันจะหาเพื่อนใหม่ให้สวยกว่าแก แล้วฉันก็จะเลิกคบแกยัยมิริน TT^TT”
“ฉันก็จะหาเพื่อนใหม่เป็นฝรั่งตัวสูงๆ ฉันก็จะเลิกคบกับแก นังเตี้ยตะแมะแคระ T^T”
“แกมันโง่ แค่ควายตัวผู้มันบอกว่าไม่รัก แกก็ทิ้งเพื่อนอย่างฉันหนีไปอยู่ต่างประเทศ ฮือๆ”
“ก็ควายตัวนั้นมันพี่ชายแกไง!! ฮึก ฮือ~”
เจ้าของร่างสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้โดยสารพลางขมวดคิ้วมองลูกสาวของเจ้านายกอดลาเพื่อนสนิทด้วยความอาลัยอาวรณ์ นี่ปาเข้าไปเกือบชั่วโมงแล้วคุณหนูกับคุณมิรินยังไม่เลิกร้องห่มร้องไห้ด่ากันไปมาทั้งที่ยังกอดกันแน่น
กันภัยไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้ของผู้หญิง คนแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้าเพราะถูกลูกสาวคนเล็กของบ้านมาทุบประตูให้ขับรถมาส่งที่สนามบิน ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเขาออกไปงานเลี้ยงกับออสโลและเพิ่งกลับถึงมานอนตอนตีสาม
แม้ตนเองจะปฏิเสธไปถึงสามรอบ แต่คุณหนูจอมเอาแต่ใจก็ยังยืนกรานให้เขาเป็นคนพามาให้ได้ โชคดีแค่ไหนที่เขาดื่มไวน์ไปแค่แก้วเดียว ไม่งั้นคงได้ลงไปนอนคุยกับเสาไฟฟ้าข้างทางก่อนมาถึงที่นี่
“มิริน ไปขึ้นเครื่องกันได้แล้ว เดี๋ยวเครื่องเทกออฟช้า”
เสียงของผู้นำวีกรุปเอ่ยเรียกลูกสาวคนเล็กให้รู้เวลาที่ต้องแยกจากกันกับเพื่อน นั่นทำให้ทั้งคู่ตัดใจผละออกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นซิดนีย์ก็ยังกุมมือเพื่อนสนิทเอาไว้แน่น
“ถ้าแกถูกแกล้งแกบอกฉันนะ ฉันจะส่งลูกพี่ลูกน้องฉันไปตบพวกมัน” คนตัวเล็กพาดพิงถึงลูกพี่ลูกน้องที่อยู่อิตาลีซึ่งมีพื้นที่ติดกับฝรั่งเศสคนนั้น
เรนา เออร์วินโต รูซโซ ลูกสาวคนเล็กของคุณลุงราฟาเอล พี่ชายต่างมารดาของนายใหญ่ เจ้าของผมบลอนด์ตาสีฟ้าเหมือนเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า แต่นิสัยไม่ต่างจากแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเลดี้เทรแมน ตัวละครจากเรื่องเดียวกัน
“ฝากตบพี่ชายแกแทนได้ไหม ฮึก! ไอ้บ้า! ทำฉันเสียเวลามาสิบแปดปี”
“เดี๋ยวฉันกลับไปกรีดรถมันให้ แกอย่าร้องไห้อีกนะ T_T” ซิดนีย์ดึงเพื่อนสนิทเข้ามากอดซ้ำอีกครั้ง ทั้งลูบแผ่นหลังทั้งหอมแก้มอีกฝ่ายไม่หยุด
ร่างบางยืนมองเพื่อนสนิทและครอบครัวกระทั่งหายลับตาไป จึงหมุนตัวกลับมาหาเขาที่นั่งรออยู่ไม่ไกล
“พะ พี่กัน T^T” สองแขนเรียวชูขึ้นเหนือศีรษะสื่อว่าอยากให้คนตัวโตกอดและลูบหัวปลอบ
“คุณหนูจะกลับแล้วใช่ไหมครับ?” ทว่ากันภัยเพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงเท่านั้น มิหนำซ้ำยังยกมือปิดปากหาวอีกรอบด้วยความง่วง โดยไม่ใส่ใจว่าคุณหนูในตอนนี้อยู่ในอารมณ์ไหน
ซิดนีย์เบ้ปากลดมือลงข้างลำตัวอย่างช่วยไม่ได้ กะว่าจะแกล้งเสียอกเสียใจกว่าความเป็นจริงอีกสิบเท่าเพราะอยากถูกผู้ชายลูบหัว เธอทำทีอิดออดไม่อยากกลับบ้าน แต่เพียงแค่กันภัยผายมือให้ลูกสาวเจ้านายเดินนำหน้าไปก่อน มือเล็กก็คว้าหมับประสานมือกันออกแรงดึงเขาให้เดินไปพร้อมกัน
บอดีการ์ดหนุ่มถอนหายใจใส่ เขาไม่ชอบแบบนี้ ไม่มีเจ้านายที่ไหนเดินจับมือถือแขนลูกน้องแบบนี้ แต่ต่อให้พยายามแกะนิ้วที่สอดกับมือตนเองออกอย่างไรก็ไม่ได้ผล มิหนำซ้ำยังถูกเล็บที่ไว้จนยาวของคนตัวเล็กจิกลงบนหลังมือเป็นการลงโทษที่ฝ่าฝืนความต้องการ
“ปล่อยครับ” กันภัยมั่นใจว่าเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แต่คุณหนูคงไม่รู้จักคำนั้น เพราะเธอเดินลากเขาฝ่าฝูงชนจนพ้นอาคารผู้โดยสารขาออก
“หิวข้าว”
“กลับไปทานที่บ้านครับ” เขาตั้งใจจะไม่แวะที่ไหนอีกเด็ดขาด ไม่อยากอยู่กับเธอลำพังเกินความจำเป็น
“จะกินขนมปังสังขยาเจ้าดังแถวสนามบิน” เธอเชื่อฟังเขาซะที่ไหน
เอาแต่ใจตัวเองที่หนึ่ง คำพูดของบอดีการ์ดหนุ่มไม่ต่างจากลมที่พัดผ่านไป
“คุณหนูบอกว่าหิวข้าวก็ควรกินแค่ข้าว”
“จุกจิกจัง เป็นป๊าอีกคนหรือไง?”
“อย่าเอาผมไปเทียบกับนายใหญ่ มันไม่ควร” เขาปรามคำพูดที่ไม่เหมาะสมของคนตัวเล็ก กดปลดล็อกรถ และเปิดประตูด้านหลังคนขับให้เธอนั่ง
แต่ซิดนีย์กลับเดินอ้อมไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับนั่งอย่างเอาแต่ใจ
“เมื่อเช้ามายังไง ก็ควรนั่งกลับแบบนั้น”
แม้ทุกคนจะรู้ดี ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกของเจ้านายทั้งสองคน คือ เพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ในตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไป เขาคือบอดีการ์ดและเป็นลูกน้องคนสนิทของออสโลนับตั้งแต่ตัดสินใจเดินในเส้นทางนี้ แม้ออสโลจะไว้ใจเขาให้ติดตามเป็นคนสนิทเช่นเดียวกับเซนที่มีดีนส์คอยเป็นผู้ช่วย แต่นั่นไม่ทำให้กันภัยถือตัวว่ามีอภิสิทธิ์เหนือลูกน้องคนอื่นแม้แต่น้อย
“อย่าขี้บ่น กินข้าวเสร็จค่อยไปนั่งข้างหลังก็ได้”
บอดีการ์ดหนุ่มถอนหายใจกับความดื้อดึงของคนตัวเล็ก ซิดนีย์นั่งกดอกเชิดหน้าปักหลักอยู่บนเบาะข้างคนขับไม่ไหวติง
ปึง!
สุดท้ายกันภัยก็ต้องเป็นฝ่ายปิดประตูฝั่งด้านหลังคนขับอย่างยอมแพ้ ต้องรีบพาเธอไปกินทุกอย่างที่อยากกินและพากลับโดยเร็วที่สุด
✦✦✦
อาหารเช้าและขนมปังสังขยาได้กินตามที่เจ้านายตัวเล็กต้องการแล้ว แต่ทว่าเจ้าของร่างบางยังคงคล้องแขนกำยำและออกแรงให้เดินข้างๆ ขณะชอปปิงในห้างสรรพสินค้าด้วยกัน
“กลับได้แล้วครับ” กันภัยตอนนี้แขนแทบเป็นอัมพาต
ข้างหนึ่งถือถุงชอปปิงของคนตัวเล็กด้วยมือเดียวถึงห้าถุง ส่วนแขนอีกข้างก็กำลังถูกสองแขนเรียวกอดพันเอาไว้แน่นจนเดินแทบสิงร่างกัน
หากภาพนี้ไปถึงเซนหรือออสโล คนที่จะต้องตอบคำถามก็คือเขา
“ยังซี้~ จะรีบไปไหน ยังไม่ได้รองเท้าใหม่ที่แมตช์กับชุดนักศึกษาเลย”
ตัวเล็กๆ ของเด็กสาวออกแรงดันให้อีกฝ่ายเข้ามายังร้านรองเท้าแบรนด์ดัง ที่นี่มีทั้งรองเท้าหนังคุณภาพดีของผู้ชาย และรองเท้าสวยหรูตามแบบฉบับสาวอิตาลี
“เชาเพิ่งมีคอลเลกชันคู่รักมาใช่ไหมคะ? รบกวนขอรองเท้าผู้ชายเบอร์ 45 กับของผู้หญิงเบอร์ 37 ค่ะ” ซิดนีย์พูดกับพนักงานหญิงในร้านเองเสร็จสรรพ
จากนั้นจึงลากเขามานั่งบนเก้าอี้ลองรองเท้าเพื่อพักเหนื่อยด้วยกัน
“ซื้อรองเท้าเสร็จกินชานมนะ”
“กลับบ้านครับ และผมจะไม่ซื้อรองเท้า ถ้าคุณหนูจะซื้อก็ซื้อแค่ของตัวเอง” เสียงทุ้มยืนกรานหนักแน่น
บอดีการ์ดหนุ่มรู้สึกว่าความอดทนของตนเองต่ำลงทุกที เมื่อเห็นนิสัยเผด็จการของลูกเจ้านายหนักข้อขึ้นทุกวัน
“ฮึก...ก็รุ่นนี้ซิดนีย์กับมิรินตั้งใจจะซื้อใส่คู่กันในวันเทอม แต่ยัยมิรินก็หนีไปฝรั่งเศสซะก่อน...เพราะพี่โลเลย!!” มือเรียวล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะโทรไปด่าพี่ชายเป็นการระบายอารมณ์
คนที่เคยได้รับคำสั่งจากเจ้านาย ว่าไม่อยากให้น้องสาวมารบกวนเวลาส่วนตัวก็รีบคว้ามันมาถือก่อนที่เธอจะกดโทรออกเพียงเสี้ยววิ
“จะซื้ออะไรก็ซื้อครับ ตามใจ” เขาถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งอย่างพยายามกักเก็บอารมณ์
ซึ่งนั่นทำให้คุณหนูตัวแสบเผล่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
“วันเปิดเทอมเราไปเรียนด้วยนะ ใส่รองเท้าคู่กันด้วย”
“ไม่ครับ -_-”
“ฮึก!”
“ผมใส่ในโอกาสอื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่การไปเรียน” เพราะเป็นแบรนด์ราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งออสโลและกันภัยต่างก็ไม่ได้บอกว่าทั้งคู่อยู่บ้านหลังเดียวกัน
หากคนในคณะรับรู้ คำถามเกี่ยวกับตระกูลปาลาดินีจะมีขึ้นมามากมายจนก่อให้เกิดความรำคาญ
“อีกอย่างที่ผมต้องเตือนคุณหนูคือการทำตัวให้เหมือนคนปกติ”
“ซิดนีย์ไม่ปกติตรงไหน?” เธอก้มมองเรือนร่างตนเองหัวจรดเท้า เห็นแต่ความสวยไม่ใช่ความผิดปกติ “นมใหญ่ไปเหรอ?”
“ผมหมายถึงเรื่องธุรกิจของครอบครัวคุณหนู นอกจากธุรกิจโรงแรมแล้วไม่ควรให้คนอื่นรู้เรื่องอื่น”
“ก็นึกว่าอะไร ป๊าสอนซิดนีย์ตั้งแต่หกขวบให้หัดตอบคนภายนอกว่าเราทำธุรกิจโรงแรมและที่พัก เรื่องแค่นี้ไม่ลืมหรอกน่า”
“แล้วก็อย่าสนิทกับผมเกินความจำเป็น”
“ไม่เอา!”
“ทุกคนทราบเรื่องคุณหนูกับคุณออสโลเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่มีใครทราบว่าเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน”
“วุ่นวาย...” ใบหน้าสวยถอนหายใจหนักๆ จนอกกระเพื่อม “งั้นก็บอกว่าซิดนีย์เป็นแฟนพี่กันสิ”
“ไม่ครับ” น้ำเสียงขึงขังชัดเจนของบอดีการ์ดหนุ่มตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
คนตัวเล็กหน้าบึ้งไม่สบอารมณ์กับความรวดเร็วนั้น เหมือนเขาจ้องจะปฏิเสธเธออยู่ตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น
“ซิดนีย์ไม่สวยเหรอ? ไหนบอกมาซิว่าซิดนีย์มีอะไรไม่ดี”
คนถูกถามไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนีไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ
“ซิดนีย์นมใหญ่นะ ถึงจะตัวเล็กเหมือนหม่ามี้แต่นมใหญ่มาก เอวก็เล็กแค่ยี่สิบสอง ผิวก็ใสอย่างกับกระจกแถมยังสวยมากด้วย อุ้มไปอวดใครเขาก็อิจฉา” ฝ่ามือทั้งสองข้างช้อนใต้หน้าอกของตนเองและออกแรงดันมันขึ้นเป็นการอวดขนาดเบาๆ
ในขณะที่บอดีการ์ดหนุ่มจ้องการกระทำของคนตัวเล็กเขม็ง
กล้าทำแบบนี้ในที่สาธารณะ? ตอนนี้คุณหนูคนเล็กของบ้านกลายเป็นผู้หญิงแบบไหน
“แต่ไม่ใช่สำหรับผม” มือหนาจับแขนทั้งสองข้างของเธอกดลงด้วยความหงุดหงิด
“...!”
“อย่าพยายามทำตัวไร้สาระแบบนี้อีก คุณหนูคือเจ้านาย” สายตาคมจ้องเธอเขม็งเชิงตำหนิความคิดไม่ซื่อของคนอายุน้อยกว่า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่ด้วยความขุ่นเคือง เขารังเกียจเธออะไรนักหนา!!
“พี่กันน่าเบื่อ!! จ่ายเงินค่ารองเท้าด้วย ซิดนีย์จะไปฉี่!!”
ร่างบางเดินกระแทกส้นเท้าออกนอกร้าน ทิ้งทั้งข้าวของหรือแม้แต่โทรศัพท์ส่วนตัวให้บอดีการ์ดหนุ่มดูแล
อยากเป็นลูกน้องนักก็แบกของหนักให้ได้ วันนี้เธอจะชอปปิงจนกว่าห้างจะปิด!!
•─✦❅✦─•