สกายยังนั่งอึนอยู่กับผู้เป็นพ่อในห้องรับแขกเหมือนพ่อผู้ที่มีประสบการณ์จะช่วยะไรเขาไม่ได้เลย เขารู้แหละว่าต้องง้อแต่มันจะง้อยังไง ทำยังไงให้มิลินยอมคุยด้วย
“ง้อของพ่อต้องง้อยังไงครับ” สกายเอ่ยถามตาเมฆขึ้นอีกครั้ง คิ้วคมสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างต้องการคำตอบ
“จับปล้ำแม่งอีกทีซะให้มันจบ ๆ ไปง้อยากนัก” ตาเมฆเอ่ยบอกลูกชาย
“พ่อเอาดี ๆ ได้ไหมครับ”
“แล้วนี่ไม่ดีตรงไหนวะ” ตาเมฆเอ่ยถามลูกที่เขาบอกมันไม่ดีตรงไหนก็ถ้าง้อยากปล้ำซ้ำซะปล้ำจนหายโกรธนู้นแหละ
“ตอนแม่งอนพ่อ ๆ ทำยังยังไงครับ” ผู้เป็นพ่อนั่งย้อนนึกไปถึงอดีตของตัวเองสักพักก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงแทรกของเพื่อนดังเข้ามา
“เมียให้เอาครั้งเดียวแล้วไม่ให้เอาอีกเลย วุ่นวายเหมือนหมาแดกปลากระป๋องจนต้องได้จ่ายเงินล้านเพื่อขอเอาเมียอีกครั้ง ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเหรอวะ“ พ่อพายุเดินเข้ามานั่งยังโซฟาอีกตัวที่ว่างก่อนจะเอ่ยพูดเรื่องในอดีตของเพื่อนรักพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปาก
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!
“จริงเหรอครับพ่อ” สกายหัวเราะลั่นออกมา ก่อนจะหันไปถามผู้เป็นพ่อ ในตาคมจ้องมองพ่อตัวเองอย่างล้อเลียน
“เออ หัวเราะกูดีนักมึงเอาตัวเองให้รอดเดี๋ยวแม่งก็ร้องไห้ไข่สั่นมาให้กูช่วยอีก” พ่อเมฆอดไม่ได้ที่จะด่าลูก มันช่างกวนตีนเหมือนใคร
“มึงก็เหมือนกันแก่จนป่านนี้แล้วยังไม่ลืมอีกไอ้สัส!“ ด่าลูกเสร็จก็หันไปด่าเพื่อนรักต่อมีน่าเอาเรื่องน่าอายในอดีตของเขามาล้อเลียนต่อหน้าลูก
“หึ…เรื่องจริงทั้งนั้น” พ่อพายุหัวเราะเพื่อนเบา ๆ ในลำคอก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง ที่เขาพูดคือเรื่องจริงทั้งหมดและตอนนั้นเพื่อนเขาก็วุ่นวายหาที่ปรึกษาไปทั่วเหมือนกัน
“พ่อจ่ายเงินไปเท่าไหร่แม่ถึงยอมครับ” สกายหันไปถามผู้เป็นพ่อ พ่อเมฆเอาแต่ปิดปากเงียบไม่ยอมบอกลูกทั้งที่เรื่องนี้เขาจำมันไม่เคยลืมเลย
“ 1 ล้าน“ พ่อพายุเอ่ยตอบสกายพลางยกยิ้มใส่เพื่อน เขานึกแล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึงวันที่สกายจะเสียท่าให้กับผู้หญิงเหมือนอย่างที่เพื่อนเขาเป็น
”เสียเงินแล้วแม่ยอมเลยไหมครับ“ ด้วยความอยากรู้สกายจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
”…..“ พ่อเมฆก็ยังเงียบไม่ยอมตอบคำถามลูก ก่อนจะหันไปมองยังลูกชายที่กำลังจ้องมองเขาไม่วางตา
”ยอมสิวะส่งมือถือให้กดโอนบนเตียงไปเลย พาไปช้อปปิ้ง พาไปใช้เงินผู้หญิงที่ไหนจะไม่ยอม“ พ่อเมฆหันไปตอบลูกชาย
“มึงคิดว่ามิลินเป็นคนแบบนั้น” พ่อพายุเอ่ยถามเพื่อน
“เออวะ มิลินไม่ใช่เด็กที่จะเห็นแก่เงิน“ ใช่มิลินไม่ใช่คนที่จะเห็นแก่เงินหรือข้าวของมีค่าพ่อเมฆรู้ดีว่ามิลินมีนิสัยยังไงเขาเห็นเธอและรู้จักมิลินตั้งแต่เรียนมัธยม เธอเป็นคนที่วางตัวดีไม่ว่าจะกับใครจนทุกคนในบ้านรักเธอเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง
“เดียไง ไปบอกให้เดียช่วยสิ” พ่อพายุหันไปบอกสกายใบหน้าหล่อดุเคร่งเครียดมากจนพ่อพายุสงสารในใจได้แต่นึก `เหมือนพ่อมันตอนหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด`
“ใช่ ฟาเดียนี่ผมลืมฟาเดียไปยังไง” สกายเบิกตากว้างขึ้นเขาลืมหลานสาวตัวแสบของเขาไปได้ยังไง สกายตั้งท่าจะลุกเพื่อไปหาฟาเดียแต่เขาก็ต้องนั่งลงที่เดิมเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของผู้เป็นพ่อ
“เดี๋ยวเดียก็มาไอ้ฟามันโทรมาบอกพ่อแล้วว่าวันนี้จะพาเด็กมาเล่นด้วย” พ่อเมฆกับฟาโรค่อนข้างที่จะสนิทกันมากเขาคุยกับฟาโรบ่อยกว่าคุยกับพราวฟ้าลูกสาวตัวเองซะอีก
“มึงแน่ใจเหรอวะว่าเดียจะช่วยได้” พ่อเมฆถามพ่อพายุด้วยความไม่แน่ใจ
“กูก็ไม่รู้”
“เวนกรรมของกูชัด ๆ ปัญญาของมันเครียดถึงกูส่วนเมียแม่งก็งอนตุ๊บป่องไปแล้วไปบ้านมึงไหมวะ” พ่อเมฆเอ่ยถามเพื่อนถึงเมียรักของตัวเอง
“อืม กูเลยเดินมานี่ไง” แม่เพียงฟ้าไปเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่รินฟังจนพ่อพายุที่ได้ยินต้องเดินมาดูสกายด้วยความเป็นห่วงจากที่เขาฟังสองแม่คุยกันแล้วดูท่าสกายจะเจองานใหญ่อีกทั้งเมีย ๆ ก็ไม่เข้าข้างลูกเลย
“กูว่าแล้ว” พ่อเมฆเอ่ยขึ้น เขากะไว้แล้วเชียวว่าเมียต้องไปหาเพื่อนแน่ ๆ นี่ก็คงจะวางแผนรวมหัวกันจัดการสกาย
“ตายแน่เอ็งนะ” พ่อเมฆหันไปบอกลูกชาย นอกจากแม่จะไม่ช่วยแล้วดูเหมือนแม่จะกีดกันมิลินออกจากลูกชายอีกด้วย
อีกด้าน…
“พี่มิลิน กินยาก่อนนะคะพี่ตัวร้อนมาก” น้ำฝนถือยาพร้อมกับน้ำเปล่ามาให้มิลิน ที่นอนซมอยู่ในห้องร่างบางตัวร้อนจี๋จนหน้าแดงคอแดงไปหมด
“ขอบคุณนะน้ำฝนพี่เจ็บตามเนื้อตามตัวไปหมด” มะนาวพยุงร่างบางขึ้นจากที่นอน บนที่นอนร้อนระอุเพราะอุณหภูมิในร่างกายของมิลินขึ้นสูงมาก
“ฝนที่นอนร้อยจี๋เลย พี่มิลินก็ตัวร้อนมากเราว่าไปหาหมอกันเถอะ” มะนาวเอ่ยบอก เธอคิดว่าถ้าตัวร้อนขนาดนี้ขืนปล่อยไว้ไม่น่าจะดีแน่ๆ
“จริงด้วย พี่มิลินไปหาหมอนะคะเดี๋ยวน้ำฝนโทรไปบอกคุณแม่” น้ำฝนวางยากับน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วรีบวิ่งออกไปหยิบมือถือกดโทรออกหาผู้เป็นแม่
20 นาที
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นมะนาวรีบไปเปิดให้เพราะรู้ว่าคนที่มาเคาะคือใคร
“หนูมะนาวพี่มิลินละลูก” แม่เพียงฟ้าเอ่ยถามสองแม่รีบขับรถออกจากบ้านมาโดยไม่บอกสามีว่าจะไปไหนยิ่งกับสกายแม่ ๆ ก็ยิ่งไม่อยากบอก
“ในห้องค่ะ” แม่เพียงฟ้ากับแม่มิลินรีบเดินเข้าไปในห้องนอน ทั้งสองต้องขาแข็งยืนนิ่งอยู่กับที่เมื่อเห็นมิลินนอนแก้มแดงอยู่บนเตียง
“หนูมิลิน ตัวร้อนมากเลยลูก” เมื่อได้สติแม่เพียงฟ้าก็รีบเดินเข้าไปหามิลินก่อนจะทาบหลังมือลงบนหน้าผากมน
“แม่ครับ ” เพลิงโดนแม่โทรตามให้มาช่วยกันพามิลินไปหาหมอเขากับทับทิมก็รีบขับรถออกมาจากผับทันที
“เพลิงรีบเร็วลูกอุ้มหนูมิลินไปหาหมอเร็ว ๆ เลย” แม่รินหันไปบอกยังลูกชายของตัวเอง
“ป้ามิลินป่วยคุณแม่คะ ป้ามิลินป่วย“ กอหญ้าเขย่าแขนผู้เป็นแม่แรง ๆ เธอทำหน้าราวกับจะร้องไห้เมื่อเห็นป้ามิลินของเธอนอนหน้าแดงกร่ำและดูเหมือนป้ามิลินจะไม่ได้สติแล้วด้วย
“ขอโทษนะมิลิน” เพลิงเอ่ยบอกคนป่วยด้วยความเกรงใจก่อนที่แขนแกร่งจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นและพาเดินออกจากห้อง
@โรงพยาบาลเอกชน
คุณหมอรีบรับคนป่วยเข้าห้องฉุกเฉินมิลินโดนทั้งฉีดยาลดไข้โดนให้น้ำเกลือ ไม่นานก็โดนส่งตัวเข้าไปรักษาต่อในห้องพักฟื้น
“เออ…” คุณหมอวัยกลางคนมองไปทางแม่เพียงฟ้าและแม่รินเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง
“คุณหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ” แม่เพียงฟ้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คือคนไข้มีไข้สูงมากถึง 40 องศาทำไมถึงเพิ่งพามาโรงพยาบาลคะอีกอย่างบริเวณอวัยวะเพศบวมช้ำมากจากการเสียดสีอย่างรุนแรง มันรุนแรงเกินไปนะคะ” คุณหมอเอ่ยบอกครั้งแรกที่เธอเคยเห็นแบบนี้หลังจากเป็นหมอมานานหลายปี
“ค่ะ” สองแม่ได้แต่ตอบรับคำคุณหมอเบา ๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกันอีกอย่างคนทำก็เป็นลูกชายของเธอเอง
“เดี๋ยวหมอจะมาตรวจดูอาการทุก ๆ 4 ชั่วโมงนะคะ หากคนไข้มีอาการอื่นแทรกซ้อนเรียกพยาบาลได้ตลอดนะคะ ส่วนที่อวัยวะเพศคงต้องทายาและกินยารักษาไปจนกว่าจะหายดีจริง ๆ หมออยากคุยกับแฟนของคนไข้มากกว่า” คุณหมอเอ่ยบอกสองแม่และหันไปหาเพลิงที่นั่งอยู่ตรงโซฟา
“เจ้าตัวไม่ได้อยู่ตรงนี้หรอกคะ” แม่เพียงฟ้าเอ่ยบอก เธอโกรธลูกชายของตัวเองมากสกายทำเกินไปมากจริง ๆ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กสาวบนเตียงนี่ต่างหากแม่เพียงฟ้าเดินไปห่มผ้าห่มให้กับมิลินอย่างเบามือ
^^