มิรินใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน เหตุผลหลักๆ เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่ริมสระน้ำรอนาน คนตัวเล็กปัดแก้มอ่อนๆ เข้ากับสีผิว เมื่อส่องกระจกเห็นแก้มใสมีสีอมชมพูธรรมชาติจึงหยิบลิปกลอสสีเชอร์รี่มาทาบนริมฝีปากเป็นอย่างสุดท้าย เดรสเรียบง่ายสไตล์โอลด์มันนี่สีน้ำตาลแบบผู้ดีเก่าไม่ได้ดูแย่หรือหรูหราเกินไป
ไม่ผิดกาลเทศะ ผ่าน!
แกร๊ก~
ประตูห้องนอนถูกเจ้าของมันเปิดออกเพื่อลงไปรวมกับคนอื่นๆ ข้างล่าง แต่เนื่องจากไม่ทันระมัดระวังว่ากำลังมีคนยืนขวางทางอยู่จึงชนเข้ากับอกแกร่งอย่างจัง
ปึก!
“โอ๊ย~!”
คนมือไวรีบคว้าเอวไว้หมับ มือหนายกมือขึ้นลูบหน้าเล็กที่เริ่มมีรอยแรงจากการชนอย่างทะนุถนอม
ผลั่ก!
มิรินรีบผลักอีกฝ่ายออกห่างจากตัวทันที เมื่อกี้เธอเจ็บจนตาหยีก็จริง แต่กลิ่นน้ำหอมบุรุษแสนคุ้นเคยทำให้จำได้อย่างแม่นยำว่าคนที่กำลังสัมผัสร่างกายตนเองคือใคร
ไอ้คนเฮงซวย เห็นแก่ตัว แล้วก็น่ารังเกียจ
“พี่ขอโทษ เจ็บมากไหม?”
ผลั่ก!
มิรินออกแรงผลักอีกฝ่ายอีกรอบ ร่างเล็กถอยกลับไปตั้งหลักในห้องนอนตนเอง ยกมือชี้นิ้วปรามเขาปากคอสั่น
“ถอยไป! ขึ้นมาทำไม มิรินจะฟ้องคุณพ่อ” ปากเล็กขู่เขาเสียงเข้ม ลมหายใจฟึดฟัดโมโหเมื่อถูกดักรอถึงหน้าห้อง
เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ข้ามไปยังพื้นที่ของเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาล้ำเส้นกันขนาดนี้
คุณพ่อขาต้องรู้เรื่องนี้ พฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจของมาเฟียตัวโตนิสัยไม่ดี แล้วก็จะให้ยัยซิดนีย์จัดการพี่ชายตนเองขั้นเด็ดขาด
“เราเป็นแฟนกัน...”
“แฟนเก่า! ช่วยใส่คำว่าเก่าลงไปในความสัมพันธ์ของเราด้วย” เธอรีบแก้เมื่อเขาทึกทักเอาเองเป็นตุเป็นตะ
คนถูกขีดเส้นความสัมพันธ์หน้าจ๋อย อ้อมแอ้มพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว
“พี่อยากคุยด้วย มิรินไม่คุยกับพี่เลย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบกลับ โทรหาก็ไม่รับ เธอไม่คุยกับเค้ามาสี่ปีแล้วนะ”
เขางอแงใส่เธอพร้อมกับทำหน้าหงิกหน้างอ ทำเหมือนว่าเธอผิด มิหนำซ้ำสรรพนามเรียกขานกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนกลับถูกอีกฝ่ายหยิบขึ้นมาใช้ก่อนอย่างไม่กระดากปาก
หน้าด้านหน้าทน...
“ทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ อย่าให้ต้องพูดออกมา” คำพูดแสนสั้นแต่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจเปล่งออกมาจนมาเฟียหนุ่มหน้าสลด
มิรินรีบเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูเสียงดังปัง สาวเท้าลงบันไดฉับๆ ไม่อยากเสวนากับคนชอบทำตัวเป็นเหยื่อ
ทำตัวเลวเอาไว้ก่อนจาก จู่ๆ จะมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จหลอกควายอย่างเธออีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
พอกันที เธอเลิกเป็นควายที่ไปหลงรักเสือ ขอกลับมาอยู่ในสปีชีส์เดิมที่บรรพบุรุษอุตส่าห์หัดใช้หินใช้ไม้ ยอมเดินสองขาจนพัฒนาสมองมาจนถึงทุกวันนี้ดีกว่า
“มีเวลาว่างสักสองสามชั่วโมงไหม?” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดไล่ตามหลังมาติดๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แถมประโยคที่พูดออกมานั่นหมายถึงอะไร
จะชวนเธอไปขายตรงหรือไง!
“ไม่มี!”
ร่างบางปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยพร้อมกับหยุดเดินกะทันหันกลางคัน คนที่วิ่งทะเล่อทะล่าตามลงมาจึงเบรกไม่อยู่ชนเข้ากับเธอจนเกือบหน้าคะมำตกบันได แต่ออสโลไวกว่า รีบรั้งร่างของคนตัวเล็กกอดแนบอกเบี่ยงตัวให้แผ่นหลังตนเองล้มชนกับขอบบันไดแทนโดยมีเธอล้มทับซบลงบนอกแกร่งอีกที
“นี่! จะมาจับไว้ทำไม ล้มทั้งคู่เลยเห็นไหม!?” มิรินตะโกนใส่อย่างโกรธจัด เขาวุ่นวายจนเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย
แต่อีกคนเหมือนจะเจ็บมากกว่า เพราะเอาแต่นอนขวางทางเดินยกแขนซ้ายจับนวดด้านหลังตนเองป้อยๆ
นั่นทำให้เธอก็ได้เห็นรอยสักลายดอกไม้ที่ท่อนแขนซ้ายเต็มตา อันนี้สินะที่ซิดนีย์เคยโทรมาฟ้องว่าอาจจะสักเอาใจผู้หญิง
เหอะ!
จากที่ตั้งใจจะไปดูเพื่อแสดงน้ำใจที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก คนตัวเล็กเปลี่ยนใจกะทันหันชนิดที่ว่าไร้เหตุผล ร่างบอบบางเดินเบี่ยงหลบไปอีกทางเพื่อลงไปยังห้องครัว โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองคนนอนขวางบันไดแม้แต่น้อย
ไม่ตายหรอก นรกเคลียร์พื้นที่ให้ไม่ทัน...
เมื่อเดินเข้ามาในโซนครัวก็เห็นว่าตำไทยโคตรแซ่บกำลังถูกตักลงบนจานพอดิบพอดี สีสันของมันน่ากินจนคนห่างน้ำปลากับผงชูรสมานานถึงกับน้ำลายสอ
“โรยแคบหมูไหมคะคุณหนู?” สาลี่เงยหน้าแล้วเขย่าถุงแคบหมูกรุบกรอบอย่างรู้ใจ
จะรออะไรล่ะ ลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์พยักหน้ารับทันที รีบเดินไปหยิบช้อนส้อมกับจานเล็กเตรียมตักแบ่งออกมาชิมก่อนพาขึ้นโต๊ะริมสระที่มีแต่มาเฟียกับเมียมาเฟีย
“น้ำปลายี่ห้อนี้คือที่สุด!” คนได้กินของถูกปากในรอบหลายปีชูสองนิ้วโป้งให้สาวใช้ ตามด้วยการยกมือปรบมือแปะๆ
“เค้าอยากกินด้วย...” คนที่คิดว่านอนหลังเดาะอยู่บันไดเดินเข้ามาซ้อนแผ่นหลังสวย จงใจวางมือทั้งสองข้างกักขังเธอเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างไม่รู้สึกรู้สา “เค้าไม่กินพริกนะ อ้า~”
ออสโลยื่นหน้ามาด้านข้างอ้าปากรอประหนึ่งฮิปโปในสวนสัตว์ คนตัวเล็กเหลือบตามองแม่บ้านสองคนตีไม่ตีมือกันรอดูฉากสวีตอย่างในละครหลังข่าวด้วยสีหน้าเอือมระอา
สาลี่กับส้มไม่รู้เรื่องที่เขา...ทำกับเธอ
ความจริงไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำแม้แต่ซิดนีย์ผู้เป็นเพื่อนสนิท ทุกคนต่างคิดว่าเธอกับออสโลเลิกรากันด้วยความไม่เข้าใจ
ไม่ใช่การ...ถูกจับได้ว่า ‘นอกใจ’
“หิว...”
งับ!
“โอ๊ย! อีกแล้วนะออสโล!” ความเจ็บที่หัวไหล่ทำให้คนอายุน้อยกว่าลืมตัว เมื่อครู่นี้มีฟันคมของอีกฝ่ายงับเข้าที่ไหล่เธอเต็มแรงหลังจากที่เพิ่งบ่นว่าหิว “ชอบแมวก็หัดทำตัวให้เหมือนแมว ไม่ใช่มาไล่กัดคนอื่นเหมือนหมา!!”
เธอด่าแรงจนสาลี่กับส้มอ้าปากเหวอ ทั้งคู่ก้มหน้างุดๆ ถือจานส้มตำออกไปนอกครัว ทิ้งให้เธอรับมือกับคนประสาทไม่ดีลำพัง
“ก็ตอนนี้ไม่ได้ชอบแมว...” สีหน้าของอีกฝ่ายยียวนหนักด้วยการยกยิ้มมุมปาก
“ชอบหมา?”
“ชอบหนู...”
“...”
“ตอนนี้พี่ชอบหนู”
เกิดเดดแอร์กันชั่วขณะ มิรินไม่นึกว่าคนที่เย็นชาและเฉยเมยต่อกันมาตลอดจะกล้าเล่นมุกงี่เง่าไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ เสี้ยววินาทีหนึ่งแอบเผลอไปสบตากับดวงตาสีรัตติกาลจนอีกฝ่ายสบโอกาสขยับตัวเข้ามาใกล้กันจนเหลือช่องว่างระหว่างเราเพียงหนึ่งลมหายใจ เธอไม่ได้ยินเสียงเพลงที่ดังมาจากทางสระน้ำชั่วคราว หูอื้อและเริ่มตาลายอย่างไร้สาเหตุ แต่กลับได้ยินเสียงหัวใจของหนึ่งในสองคนที่อยู่ภายในห้องครัวกำลังเต้นโครมครามไม่ไว้หน้ากันอย่างชัดเจน
“ยะ หยุด ถ้าคิดว่าแค่นี้แล้วมิรินจะลืมเรื่องที่พี่ทำไว้ บอกเลยว่าคิดผิด” ร่างเล็กสะบัดตัวหลุดจากพันธนาการ เร่งฝีเท้าออกจากครัวซึ่งกลายเป็นโซนอันตรายเมื่อมีอดีตคนรักเก่ายืนอยู่
เธอออกมาได้แล้วมิริน ใจแข็งไว้ อย่ากลับไป
หลายปีที่ผ่านมาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาสำส่อนขนาดไหน ป่านนี้ออสโลอาจจะมีลูกเมียเป็นโขลงแล้วก็ได้ ถ้าไม่อยากโดนหนามต้นงิ้วแทงจิ๊มิก็อย่าได้ริอ่านหันกลับคลุกคลีกับเขาอีก