เพียงไม่กี่นาทีพวกเขาก็มาถึงร้าน ชายหนุ่มจอดรถหน้าร้านผินหน้ามองคนข้างๆ ที่กำลังใช้กระจกอันเล็กสำรวจความเรียบร้อยของหน้าและผม
“พี่ไม่ได้ทำรอยอะไร พิมไม่ต้องหาหรอกสบายใจเถอะ ไปกินข้าวกันครับ”
หญิงสาวมองหน้าเขาเหมือนจะค้อน “อย่าทำแบบนี้อีกนะคะพิมไม่โอเค”
“โอเคพี่ขอโทษครับ ถ้าพิมไม่โอเคพี่ก็จะไม่ทำอีก” เขารู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าวู่ว่ามบุ่มบ่ามเกินไปจนเธอตกใจ
หลังจากที่สองหนุ่มสาวเดินตามกันเข้าไปในร้านอาหารนั้น ก็ปรากฏร่างจางๆ ขึ้นที่ข้างประตูรถ ก่อนที่ร่างจางนั้นจะเข้มขึ้นเห็นชัดว่าเป็นบุรุษรูปงาม หน้าตาละม้ายอัครัชแต่ดูไม่ดุเท่า ดวงตาของเขาส่องประกายราวกับมีเรื่องที่ทำให้มีความสุขอย่างยิ่ง
“ในที่สุดข้าก็หาท่านเจอแล้วจนได้ มหาเทวีจันทร์แรม ท่านยังงามมิเคยเปลี่ยน งามเหมือนเช่นคืนวันในอดีตไม่ผิดเพี้ยน”
“ท่านรอยอิน เหตุใดท่านจึงมาถึงที่นี่กัน ท่านออกนอกเขตไกลเกินไปแล้วรู้หรือไม่” วิญญาณอีกตนปรากฏกายพร้อมกับคำถาม รอยอินก้มลงมองบริวารที่อยู่ด้วยกันมานานแสนนาน นานเกือบพันปีเลยทีเดียว
“ข้ารู้ แต่ข้ามีเหตุให้ต้องมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเจอใครหนานเมือง” รอยอินถามกลับสีหน้ายังคงยิ้มละไม
“ผู้ใดกันหรือ” หนานเมืองมองรถยนต์คันนั้นก็พลันได้คำตอบ
“เจ้าเหนือหัวอินทรกับเจ้านางจันทร์แรม!”
หนานเมืองมีท่าทางดีใจ ลมในบริเวณนั้นพัดแรงกรรโชกเหมือนจะตอบรับคำพูดของเขาว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“ท่านรอยอิน พวกเรากำลังจะได้เป็นอิสระใช่หรือไม่ พวกเรากำลังจะถูกปลดปล่อยจากพันธนาการที่ฉุดรั้งแล้วใช่หรือไม่”
รอยอินมองเข้าในร้านอาหารนิ่งนานก่อนจะมีคำตอบให้บริวารของตน
“ข้าก็หวังเช่นนั้นเช่นกัน ว่ามหาเทวีจันทร์แรมกับท่านเหนือหัวอินทรจะทำมันได้สำเร็จ”
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว คณะเดินทางต่อไปจนถึงดอยอ่างขาง ที่พักที่จองไว้เป็นวิลล่าบ้านพักแต่ละหลังปลูกอยู่บนเนินมีทางขึ้นแยกกันเป็นสัดส่วน ครอบครัวของนภดาราและคิมหันต์ต่างจองบ้านหลังใหญ่สองห้องนอนครอบครัวละหลัง และบ้านเดี่ยวหนึ่งห้องนอนของอัครัชทั้งหมดอยู่ในบริเวณเดียวกัน
“เอาของไปเก็บกันก่อน เผื่อใครอยากล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยไปต่อ” คิมหันต์บอกสมาชิกในคณะ พวกเขามีแผนจะไปชมดอกพญาเสือโคร่ง ไร่ชาและสวนสตรอว์เบอร์รีในบ่ายวันนี้ หลังจากนั้นตอนเย็นจะเป็นการพักผ่อนและรับประทานอาหารสังสรรค์กัน
ส่วนวันรุ่งขึ้นจะเป็นการไปชมทะเลหมอกที่ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขางในช่วงเช้า หลังจากนั้นจะเป็นการขึ้นไปชมสถานีเกษตรอ่างขางที่มีหลายจุดขึ้นชื่อให้ไปชม ไม่ว่าจะเป็นแปลงดอกกุหลาบพันปี ดอกกุหลาบอังกฤษ ผลไม้เมืองหนาวหรือไปชมดอกซากุระของแท้ที่มีบนสถานี ไม่ใช่เป็นเพียงดอกซากุระเมืองไทยแบบดอกพญาเสือโคร่ง
“เย็นนี้พิมอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม พี่จะสั่งไว้ก่อนเราออกไปเที่ยวกัน” เอื้อหรืออุษมา บุตรสาวคนโตของคิมหันต์ที่ล่วงหน้ามาก่อนหนึ่งวันกับสามีถามพิมพิกา พวกเธอสนิทกันดีเนื่องจากแม่ๆ เป็นเพื่อนซี้กัน
“อะไรก็ได้ค่ะพี่เอื้อ พิมเชื่อเทสต์พี่เอื้อ” พิมพิกาแวะนั่งคุยกับอุษมาส่วนบิดามารดาของทั้งสองสาวขอตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว
“หมอคิงล่ะ เอาไรไหม พี่สั่งปิ้งย่างทะเลไปแล้วจะสั่งอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า” อุษมาถามชายหนุ่มอีกคนที่เธอก็รู้จักดีเช่นกันเพราะเป็นลูกศิษย์คนโปรดของบิดา
อัครัชเดินเข้ามาพร้อมกับพิชญะ สามีของอุษมาที่อายุไล่เลี่ยกับตน “ไม่ครับพี่เอื้อ จัดแบบไหนก็ได้ผมกินได้หมด”
พิมพิกาขยับตัว “งั้นพิมเข้าบ้านก่อนนะคะพี่เอื้อ พี่พี”
“ไปสิ ให้หมอคิงเดินไปเป็นเพื่อนก็ได้ หมอจะเข้าบ้านพักหรือยังคะ ได้คีย์การ์ดมาแล้วใช่ไหม” อุษมาจัดการด้วยความที่เป็นพี่ใหญ่จนเคยตัว
“ได้มาแล้วครับ งั้นเราไปกันเถอะพิม พี่จะไปส่ง”
เดินออกมาได้พอสมควร อัครัชก็ถามเรื่องที่พิมพิกาจะไปเที่ยวต่อที่จุดกางเต็นท์กับอุษมาที่ดอยผ้าห่มปกในวันมะรืน
“พีบอกว่าพิมจะไปกางเต็นท์ด้วยแต่พี่ไม่เห็นเต็นท์ของเราเอามาด้วยเลย”
“พี่เอื้อเตรียมมาเผื่อแล้วค่ะ” พิมพิกาตอบตอนนั้นทั้งสองเดินมาถึงบ้านพักของเธอพอดี “ขอบคุณค่ะ พิมเข้าบ้านก่อนนะคะ”
อัครัชไม่ว่าอะไร เขายืนมองจนเห็นว่าเธอเข้าไปในบ้านพักเรียบร้อยแล้วก็เดินต่อไปยังบ้านพักหลังของตนที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เพราะตัวเขาเองก็อยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สดชื่นก่อนเหมือนกัน
เวลาผ่านไปทริปสองวันแรกก็ผ่านไปด้วยดี หลังจากพักที่อ่างขางสองคืนเช้าวันรุ่งขึ้นบรรดาผู้ใหญ่ก็เตรียมตัวกลับเข้าเชียงใหม่ ส่วนหนุ่มสาวอีกสี่คนก็จะไปเที่ยวที่ดอยผ้าห่มปกต่ออีกหนึ่งวัน
“ไปกันดีๆ น้าฝากน้องด้วยนะน้องเอื้อน้องพี หมอคิง” นภดาราฝากฝังลูกสาวกับรุ่นพี่
“เอื้อจะดูแลน้องอย่างดีเลยค่ะน้าฟ้า”
ส่วนอัครัชก็ก้มศีรษะเป็นเชิงตอบรับ และคณะก็แยกการเดินทางเป็นสองเส้นทางตามแผนที่วางไว้ โดยที่พิมพิกาติดรถนายแพทย์หนุ่มไปเช่นขามา ส่วนอุษมาไปกับพิชญะพร้อมกับอุปกรณ์การพักค้างคืน
ลานกางเต็นท์และจุดชมวิวซุยถังอยู่ห่างจากอ่างขางไปไม่ไกล อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เดินทางจากอ่างขางขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดกางเต็นท์แล้ว
พิมพิกามองไปรอบๆ อย่างพอใจ จุดกางเต็นท์กับจุดชมวิวนั้นอยู่ใกล้กันมาก แถมยังมีจุดให้นำรถมาจอดนอนได้อีกด้วย
“น่ามีรถบ้านจังค่ะพี่เอื้อ บรรยากาศแบบนี้นอนในรถบ้านชมทะเลหมอกคงฟินดี” พิมพิกาพูดขณะที่ไปช่วยอุษมากับสามีรื้ออุปกรณ์กางเต็นท์
“โน่นแน่ะคนนั้นมีรถบ้าน หมอคิง” สาวรุ่นพี่บุ้ยใบ้ไปทางชายหนุ่มอีกคนที่กำลังช่วยยกของ “พิมไปขอยืมเขาสิ”
พิมพิกาทำคอย่น “ใครเขาจะไปขอยืมกันล่ะคะพี่เอื้อ ไม่เอาหรอกเดี๋ยวทำอะไรเสียหาย เดี๋ยวนี้ก็มีให้เช่าอยู่หรอกค่ะ”
“จะไปเช่าทำไม เอาไว้ผมให้คนขับรถขึ้นมาให้จากกรุงเทพฯ ก็ได้ ไม่ต้องไปยุ่งยาก” อัครัชพูดเหมือนการขับรถบ้านจากกรุงเทพฯ มาเชียงใหม่ระยะทางสั้นๆ ทำนองนั้น
“เราจะกางเต็นท์ตรงไหนได้บ้างคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
“เมื่อกี้พี่แวะถามเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่าถ้าเรามีเต็นท์มาเองเลือกได้ตั้งแต่โซนสองสามสี่ ส่วนโซนหนึ่งเป็นจุดของเต็นท์อุทยานกางไว้ให้นักท่องเที่ยว”
“อยู่ตรงกลางๆ ก็ดีนะพี เข้าห้องน้ำง่าย ใกล้จุดอ่างล้างมือด้วย ล้างถ้วยจานด้วย” อุษมาพูดแต่พิชญะไม่เห็นด้วย
“ใกล้ไปคนก็จะเดินทั้งคืน เอื้อนอนหลับเหรอ”
ในระหว่างที่คู่รักตกลงกันยังไม่ลงตัว อัครัชก็หอบเต็นท์หลังเล็กที่อุษมาเอามาเผื่อพิมพิกาไปเตรียมกางอีกจุด เดินลงจากบันไดเป็นจุดที่ค่อนข้างเหมาะสม
“ตรงนี้ดีกว่า คนไม่เยอะมากแต่ก็ไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัว อยู่ห่างจากชายป่าไม่ต้องกังวลเรื่องสัตว์ป่ากลางคืน”